ชีวิตที่อยู่ร่วมห้องกับสาวๆ 18+ - บทที่ 139 คุณนวดตรงไหนของคุณนี่
บทที่ 139 คุณนวดตรงไหนของคุณนี่
บนเตียงใหญ่ ร่างกายอันบอบบางของกู้ฟางเฟยนอนขวางส่ายไปมา ผ้าปูที่นอนถูกขาสวยคู่นั่นปลุกปั่นจนเป็นรอยยับย่นกระจุกหนึ่ง
ใต้พื้น กางเกงและกางเกงชั้นในของพวกเราสองคนวางเละเทะอยู่ด้วยกัน และเรื่องที่บังเอิญอย่างมากก็คือ กางเกงในที่เป็นของที่แนบชิ้นร่างกายมากที่สุดทั้งสองชิ้นนั้น ตอนนี้ก็ได้สัมผัสติดต่อกันอยู่ด้วยกัน ช่างเหมือนกับลางบอกเหตุว่าพวกเราจะได้สัมผัสแนบชิดกันอย่างถึงที่สุด
จากการใช้ลิ้นเป็นเวลาครึ่งชั่วโมงกว่าเต็มๆ กู้ฟางเฟยก็คลุ้มคลั่งไปแล้ว ดวงตาพร่าเลือน เส้นผมยุ่งเหยิงหลุดลุ่ย แขนขาไม่หยุดกวัดแกว่ง เหมือนคนที่โดนบีบคอกำลังดิ้นรนก่อนจะตาย
เอาตรงๆว่าเหมือนตอนเธอพูดขณะที่มึนงงสับสนอยู่แบบนั้น เธอกำลังจะตายแล้ว
แน่นอนผมไม่ปล่อยให้เธอตายหรอก ดังนั้นผมเลยช่วยชีวิตเธอ
ดังนั้นผมกดแขนขาวคู่นั้นของเธอไว้ แล้วใช้ร่างกายกดขาขาวเรียวงามสองข้างของเธอนั้นไว้
“ฟางเฟย ผมอยากเข้าไปในร่างกายของคุณจัง ผมอยากได้ความรู้สึกอบอุ่นในร่างกายคุณ”
ทันใดนั้น แขนทั้งคู่ของเธออยู่ดีๆก็ออกแรงขึ้นมา ดิ้นหลุดจากพันธนาการของผม หมุนมากอดผมอย่างแนบแน่น จนกระทั่งการรัดแน่นของเธอทำเอาผมหายใจแทบไม่ออก
ถ้าไม่ใช่ว่าด้านล่างของหน้าอกผมมีส่วนอวบอิ่มที่แผดเผาสองก้อนที่ยันผมไว้อย่างแนบแน่น ผมนี่อยากจะปีนไปบนร่างกายเย้ายวนนี้แล้วหลับไป ความรู้สึกนุ่มสบายนี้ ความรู้สึกสบายใจนี้ ทำเอาใจคนเราลุ่มหลงโงหัวไม่ขึ้น
น่าจะผ่านไปเกือบห้าสิบนาทีได้ แขนของเธอคู่นั้นสุดท้ายก็เริ่มผ่อนคลาย จากนั้นจูบที่ปากของผมอย่างรุนแรง
ผมเอาลิ้นเข้าไปลึกในช่องปากของเธอ และต่อสู้ให้ถึงที่สุดกับลิ้นที่นุ่มละมุนนั้น ไม่ง่ายเลยที่จะทำให้เธอสงบราบรื่นลงได้ หายใจเหนื่อยอ่อนเกือบตายอีกรอบครั้งแล้วครั้งเล่า
จากการจูบอันเร่าร้อนผ่านไป เธอกอดรัดแน่นผมไว้ “คุณทำไมเพิ่งมาถามฉัน ตรงนั้นของฉันมันคลุ้มคลั่งเต็มที่แล้ว ทำไมคุณไม่ใช้โอกาสนี้เอาฉันล่ะ”
“ผมไม่อยากบังคับผู้หญิงที่ไหนทั้งนั้น แล้วก็ไม่ยินดีที่ใช้ยึดครองพวกเขาตอนกำลังเคลิบเคลิ้ม การเย็ดกันก็เหมือนพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์อย่างหนึ่ง ผมอยากให้จิตวิญญาณของคุณรวมเป็นหนึ่งกับผมมุ่งสู่จุดแห่งความสุข ความรื่นรมย์แบบนั้น ไม่ใช่ว่าผมมายึดครองร่างคุณตอนคุณเคลิบเคลิ้ม แล้วจากนั้นคุณก็มาเสียใจทีหลังที่ถูกทำให้ครวญคราง”
“ถ้าไม่มีคำหยาบคายว่าเย็ดล่ะก็ ฉันคงคิดจริงไปแล้วว่ามันคือพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์”
เอนตัวลงด้านข้าง ผมหัวเราะออกมา กู้ฟางเฟยเอนตัวลงด้านข้างของผมก็หัวเราะออกมาเช่นกัน จากนั้นพวกเราก็หัวเราะต่อๆกันไป
ที่ไม่เหมือนก็คือ หัวเราะเสร็จผมก็สงบนิ่ง แต่กู้ฟางเฟยนั้นหลังจากหัวเราะก็กลับร้องไห้ออกมา
ผมไม่มีคำพูดปลอบใจเธอ ทำแค่จูงมือเล็กๆของเธอเอาไว้
สักพักใหญ่เธอก็หยุดร้อง ดันตัวขึ้นมาหยิบกระดาษมาเช็ดทำความสะอาดร่างกายที่มีน้ำหยดด้านล่างจนสะอาด จากนั้นก็สวมเสื้อผ้า
ผมหยิบบุหรี่ออกมาจุดแล้วยื่นให้เธอหนึ่งมวน
เธอคิดแล้วคิดอีก สุดท้ายก็ยื่นมือออกมารับสูบเข้าปาก จากนั้นสำลักออกมาอย่างไม่ระวัง
“ฉุนมาก แต่ว่าถึงอกถึงใจมาก ก็เหมือนกับคุณที่ปฏิบัติต่อผู้หญิง กดขี่เอาแต่ใจมาก แต่ก็สามารถติดเป็นนิสัย”
ผมไม่คิดว่าผมกดขี่เอาแต่ใจกับผู้หญิงนะ โดยเฉพาะตอนที่ผมปฏิบัติต่อเธอ ผมนับถือเธอเป็นอย่างมากจริงๆ
“คุณอยู่กับฉันทีไร ทุกครั้งเป็นคุณเริ่มล่อลวงใจของฉันตลอด อย่างงั้นไม่เรียกว่ากดขี่เอาแต่ใจอย่างงั้นเหรอ? คุณได้รับการยินยอมจากฉันหรือยัง?”
คำอธิบายของเธอทำเอาผมพูดอะไรไม่ออก จุดสำคัญนี้เธอพูดอีกก็ถูกอีก
ยื่นนิ้วมือมาชี้น้องชายของผมที่ยังคงฮึกเหิมดื้อรั้นอยู่ เธอเอ่ยปากพูด “อยากให้ฉันช่วยมั้ย”
ผมโบกมือเบาๆ “ไม่ต้องหรอก ให้พวกมันค้างไว้ในนี้แหละ พวกมันแค่อยากจะเข้าไปในร่างกายส่วนลึกที่สุดในตัวคุณเท่านั้นเอง”
กู้ฟางเฟยหัวเราะ “งั้นลิ้นของฉันก็ลงไปทำได้ไม่เหมือน?”
ผมก็หัวเราะออกมา “ก็ไม่เชิงว่าไม่เหมือนกัน ถึงอย่างไรทั้งหมดก็เปียกชุ่ม”
กู้ฟางเฟยหัวเราะเสียงดังพร้อมกับส่ายหน้า “คุณนี่มันน่ารังเกียจจริงๆ รับคุณไม่ได้ หวังว่าฉันพรุ่งนี้ตอนกินข้าวจะจำคำพูดของคุณไม่ได้จริงๆ”
จากนั้นพวกเราก็จมอยู่ในความเงียบระหว่างเสียงหัวเราะนั้น หลังจากนั้นเธอก็สูบบุหรี่มวนนั้นหมด
“ฉันไม่รู้หรอกนะว่าคุณอยากถามอะไร คุณอยากถามเรื่องสิ่งที่ฉันกังวลอยู่หรือเป็นห่วงว่าทำไมถึงดูสับสนขนาดนี้ แต่ว่าเรื่องทั้งสองอย่างนี้ทั้งหมดฉันบอกคุณไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประการแรก ฉันไม่มีหน้าจะพูดออกมา ประการต่อมาคือคุณไม่มีสิทธิ์จะฟังมัน ”
“อภัยให้ฉันด้วยที่ต้องพูดตรงๆ เพราะว่าคุณฟังไปก็ไม่ได้มีผลดีกับคุณเลย ฟังฉันน่ะ ผ่านคืนนี้ไปให้ไปลาออกซะ แล้วพวกงานกลางคืนแบบนี้ไม่ต้องไปทำอีก ฉันไม่อยากทำร้ายคุณหรอกนะ”
พอพูดจบ เธอก็หยิบบัตรกดเงินออกมาจากกระเป๋ามาวางไว้ในมือของผมเบาๆ ยังคงสุภาพเหมือนตอนที่เจอกันครั้งแรก ยังเคารพผมเหมือนเดิม
เธอเป็นคนละเอียดรอบคอบมาก กลัวว่าจะทำร้ายศักดิ์ศรีของผมโดยไม่ได้ตั้งใจ รวมไปถึงกิริยาท่าเล็กน้อยที่ไม่สะดุดตาด้วยเช่นกัน
“ฉันจะใส่เงินไว้ในนี้ห้าหมื่นหยวน พอสำหรับค่าใช้จ่ายต่างๆของคุณหนึ่งเดือน เดี๋ยวฉันจะติดต่อหาคุณอีกครั้ง หวังว่าจะมีสักวันที่คุณทำให้ฉันยอมพูดเรื่องในใจออกมาให้คุณฟัง”
ผมรับบัตรกดเงินมา ผมยิ้มแล้วพยักหน้า “ได้”
กู้ฟางเฟยไปแล้ว ผมไม่ได้ออกไปส่งเธอ เธอก็คงไม่ต้องการให้ผมไปส่งเธอแน่ๆ
เก็บข้าวของส่วนใหญ่เรียบร้อยแล้ว ผมก็แต่งตัวลงไปข้างล่างตึก ขับรถมุ่งตรงไปที่ศูนย์อาบน้ำตี้หวัง
กู้ฟางเฟยคิดว่าผมไปเพื่อที่จะลาออก แต่ว่าจุดประสงค์จริงๆของผมไม่ใช่แบบนั้น
ไม่เจอหวงหรุง เพียงแค่ทักทายพรรคพวกพี่น้องที่ทำงาน จากนั้นก็หลบมุมไปสูบบุหรี่ ครุ่นคิดเหตุการณ์พวกนี้
ยิ่งครุ่นคิดก็ยิ่งทำให้ผมประหลาดใจ มีคนจ้องอยากได้เขตควบคุมของจางหงหวู่นั้นไม่แปลก น่าแปลกใจก็คือ ผู้หญิงอ่อนแออย่างกู้ฟางเฟยขนาดเธอจะรู้ได้ยังไง เธอจะรู้มาจากทางไหน แล้วฟังจากน้ำเสียงของเธอ เธอจะต้องรู้เรื่องพวกนั้นอย่างละเอียดแน่ๆ
ครั้งหนึ่งผมแม้กระทั่งสงสัย เธอจะเป็นหนึ่งในนั้น หรือว่าเป็นคนคิดวางแผน หรืออาจจะเป็นคนที่เกี่ยวข้อง แต่ทั้งหมดก็เหมือนรู้สึกว่าไม่ใช่ แค่รู้สึกว่าเธอเหมือนกับพระสนมเอกสุดสวยที่ถูกฮ่องเต้ลากไปตำหนักเย็นเท่านั้น
คืนนี้ทั้งคืนไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น พอถึงตีสองต่างคนก็ต่างเลิกงาน
ผมเข้าไปในSantanaเก่าของหลิวทง ตอนที่จะออกจากที่นั่น หวงหรุงก็บีบแตรรถของเธอ
ผมลงจากรถ จากนั้นเปิดประตูข้างคนขับของเธอ จุดบุหรี่ “อย่างไรจะ หรุงเอ๋อของผมมีธุระอะไรหรือเปล่า?”
คืนนี้หวงหรุงใส่เสื้อผ้าเซ็กซี่มาก ใกล้จะถึงวันชาติจีนแล้ว อากาศทางเหนือตอนนี้ไม่ค่อยจะเหมาะแก่การสวมถุงน่องแล้ว แต่เธอก็ยังสวมถุงน่องอยู่ แถมยังสวมกระโปรงสั้นอีก ไม่ต้องลงมืออะไรเลย ผมก็มองเห็นสิ่งที่เธอสวมด้านในว่าเป็นกางเกงในลายฉลุสีขาวโปร่งตัวหนึ่ง
“ผมมองออกแล้ว เหมือนว่าจะไม่ใช่ว่าคุณที่มีธุระ แต่กลายเป็นว่าน้องสาวของคุณมี เธอกำลังคิดถึงน้องชายของผมใช่มั้ย?”
หวงหรุงไม่รับมุกผมแถมยังเงียบใส่อีก
บุหรี่ในมือผมหมดลง ตอนที่ผมจะลงจากรถกลับบ้าน สุดท้ายเธอก็เปิดปากพูดออกมา
“คุณบอกฉันหน่อยได้มั้ย ว่าเรื่องของหวงติ้งแหวนไม่ใช่ฝีมือของคุณ?”
ผมอึ้งตะลึง พูดออกไปทันที “คุณนี่มันใจกล้ามากนะ เป็นห่วงหวงติ้งแหวนที เป็นห่วงผมที นี่คุณเรียนหวู่เจ๋อเทียนที่ห่วงใยชาวประชา?”
หวงหรุงหัวเราะออกมา จากนั้นก็ส่ายหัวเบาๆ
“ยังยืนยันคำเดิม ถึงจะไปที่สถานีตำรวจ ผมก็ไม่ยอมรับว่าผมเป็นคนทำ”
ฉันจะไปสนใจเหตุผลอะไรของคุณ สาเหตุอะไร?!
ลงรถออกมา ผมก็ตรงเข้าไปที่รถของหลิวทง ขับรถแล่นมาที่ดี้เล่สิงซิง
พอผมถึงสำนักงาน ในปากของจางหงหวู่คาบบุหรี่อยู่ มือข้างหนึ่งกุมหน้าผากอยู่ เหมือนว่าจะมีเรื่องที่ทำให้ปวดหัวอยู่
พอเข้ามาใกล้ตรงหน้า ผมช่วยเธอจุดบุหรี่ในปากของเธอ จากนั้นจัดการทำความสะอาดกองขี้บุหรี่บนโต๊ะ
“คนทำให้กลุ้มใจ?”
“พอไหว”
จางหงหวู่ยิ้มน้อยๆมาทางผม รอยยิ้มนั้นจริงใจเป็นที่สุด มองแล้วเหมือนกับออกมาจากใจ แต่ว่าด้วยเพราะเหตุนี้ รอยยิ้มนั้นทำให้ถูกผมมองออกเลยว่าโกหก
“ดูเหมือนว่าจะมีคนทำให้กลุ้มใจจริงๆด้วยซินะ”
จางหงหวู่ยิ้มออกมา ตอนนี้ยิ้มออกมาจริงๆ ไม่ได้โกหกอีกต่อไป แต่แฝงไปด้วยความกลัดกลุ้มใจ
“ฉันปวดหัวเล็กน้อย คุณช่วยนวดให้ฉันหน่อยได้มั้ย?”
“ได้ซิ”
ผมพยักหน้ารับจากนั้นก็ไปด้านหลังของจางหงหวู่ มือทั้งคู่สอดไปที่ใต้รักแร้ ตรงเข้าไปจับกุมส่วนที่อวบอิ่มกลมมนนั้น ค่อยๆนวดเค้นเบาๆ
จางหงหวู่ดูเหมือนทำตัวไม่ถูก “ฉันปวดหัวนะ ไม่ใช่ปวดหัวนม คุณนี่นวดตรงไหนของคุณนี่.