ชีวิตที่อยู่ร่วมห้องกับสาวๆ 18+ - บทที่ 137 แต่ผมนอนกับคุณไม่ได้
บทที่ 137 แต่ผมนอนกับคุณไม่ได้
วันนี้เป็นวันอาทิตย์ ลู่ปู้หนานไม่ต้องไปโรงเรียน ดังนั้นเธอเลยอยู่กับผมจนเบื่อที่ห้องในโรงแรมถึงเที่ยง
พวกเราล้างหน้าแปรงฟันเสร็จตอนที่กำลังเตรียมตัวออกไปหาอะไรกิน มือถือของลู่ปู้หนานก็มีเสียงดังขึ้น
เธอไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ผมได้ยินไม่ชัด แต่เหมือนว่าจะมีคนอยากชวนเธอไปกินข้าว เธอปฏิเสธ แต่ฝ่ายตรงข้ามพยายามตื๊อ สุดท้ายเธอเลยยอมตกลง
“จี้หลินน่ะ เธออยากชวนพวกเรากินข้าว อยากจะขอบคุณเรื่องไก่ทอดที่คุณส่งไปให้เมื่อวานเย็น”
“จี้หลินคือใครกัน?”
ลู่ปู้หนานเข้าใจความหมายของผมชัดเจน ยังพูดอธิบายให้ผมฟัง คือหนึ่งในเพื่อนนักเรียนของเธอ บ้านอยู่ที่เมืองหลวง เป็นคนมีคุณธรรมสูง เป็นพวกใจกว้างเปิดเผยไม่คิดหยุมหยิม
“ถ้าอย่างงั้นคุณยังกล้าพาพี่ไปเหรอ ไม่กลัวเธอจะแย่งพี่ไปจากเธอเหรอ?”
ลู่ปู้หนานยึดแขนของผมมากอด ศีรษะอิงแอบมาที่หัวไหล่ผม “กลัวซิ แต่ว่าเมื่อคืนฉันคิดได้แล้ว แค่เพียงในใจของพี่มีฉันอยู่ เรื่องอื่นก็ไม่สำคัญอีกต่อไป”
เธอเข้าใจอาชีพของผม ยิ่งเข้าใจว่าผมไม่หยุดแค่เธอคนเดียว อย่างน้อยที่สุดก็ยังมีพี่สาวของเธอหยู่ถิง ในใจเธอแน่นอนว่าไม่อยากจะแบ่งให้ใคร แต่ว่า……คนอย่างผม เธอก็ยังชอบผมอย่างเอาเป็นเอาตาย ฉะนั้นเธอทำได้แค่ทำเป็นปล่อยวาง ไม่มีวิธีอื่นอีก
ผมแน่ใจในความคิดของลู่ปู้หนาน จึงมีความรักและทะนุถนอมเธออยู่บ้าง ตัดสินใจไว้แล้วว่าอย่างน้อยก็ที่เมืองหลวง ยังไงก็จะไม่ทำร้ายเธอ
ออกจากโรงแรม ผมเรียกรถไปร้านอาหารที่จองไว้
ที่ห้องส่วนตัวในภัตตาคาร ผมเจอจี้หลิน แต่มีแค่จี้หลินไม่มีแฟนของเธอ
“แฟนของเธอล่ะ ทำไมไม่เรียกเขามาด้วย”
ทักทายเสร็จแล้วนั่งลง ลู่ปู้หนานก็ถามถึงแฟนของ จี้หลิน
จี้หลินโบกมือ “ไปฉลองวันเกิด เมื่อคืนวานเลยถีบฉันออกมา ”
ฉลองวันเกิดแบบไหนกันแน่เนี่ย พิลึกน่าดู
“เมื่อคืนวานพวกคุณไม่ใช่ว่ารักหวานชื่นดูดดื่มเหรอ ไหงโดนถีบออกมาไวขนาดนี้?”
จี้หลินมองไปที่ลู่ปู้หนานอย่างว่างเปล่า ชายตามองมาที่ผมทันที “ก็จะอะไรล่ะ ถ้าไม่ใช่เพราะว่าคนของเธอเก่งเกินไปอย่างงั้นเหรอ หน้าตาก็หล่อเหลา แถมยังเอาอกเอาใจคนเก่งอีก ไกลแค่ไหนก็ส่งไก่ทอดมาให้ ฝึกเพลงเพื่อเธอโดยเฉพาะ แล้วยังทำให้เธอเดินเปลี่ยนไปอีก ดีจริงๆ”
ท่าทางตอนแรกลู่ปู้หนานดีใจออกมาไม่น้อย แต่พอคำพูดสุดท้ายที่เอ่ยออกมา หน้าของเธอก็เปลี่ยนเป็นสีแดงทันที “ตรงไหนกัน!”
คำพูดนี้นี่ ความมั่นใจสักนิดก็ไม่มี เพิ่มเติมความใจเสาะขี้ขลาดตาขาว
“เอาน่า ไม่แหย่คุณละ กินข้าวกัน!”
จี้หลินสั่งให้พนักงานเอาอาหารขึ้นโต๊ะ จากนั้นพวกเราจึงเริ่มกินอย่างอิ่มเอมเปรมปรีดิ์
บนโต๊ะอาหารเคล้าไปด้วยเสียงพูดคุยเสียงหัวเราะ เต็มไปด้วยความสนุกสนาน จี้หลินเป็นพวกใจกว้างเปิดเผยไม่คิดหยุมหยิมจริงๆ เรื่องนี้ร่างกายใต้โต๊ะยิ่งรู้ซึ้งดีทีเดียว
มีเท้าเล็กๆที่ห่อหุ้มด้วยถุงน่องข้างหนึ่งสัมผัสร่างกายผมเบาๆ หยอกล้อพันเกี่ยวกับหน้าแข้งของผม เสียดสีต้นขา สุดท้ายก็ไปหยุดค้างที่ส่วนนั้นที่อยู่ระหว่างขา
ระยะห่างของผมกับจี้หลินนั้น ผมสามารถคำนวณเบื้องต้นของความยาวขานั้นได้ อย่างน้อยน่าจะต้อง110เซนติเมตรได้
ผมจำได้ มีนางแบบแซ่หลินที่มาจากแดนไกลพ้นทะเลคนแรก ความสูงอยู่ที่187เซนติเมตร ช่วงขายาว113เซนติเมตร ค่าเปรียบเทียบนี้ทำให้น่าตกตะลึงจริงๆ แต่จี้หลิน ความสูงของเธอมองยังไงก็น่าจะประมาณ168เซนติเมตร
ช่างเป็นขาที่เรียวยาวที่งดงามจริงๆ น่าทึ่งน่าหลงใหลอย่างแท้จริง ทำเอาใจผมเต้นไม่เป็นจังหวะ
ถ้าไม่ใช่ว่าอยู่ที่เมืองหลวง ถ้าไม่มีลู่ปู้หนาน เท้ายาวสวยหมดจดราวหยกคู่นี้ ผมคงเล่นทั้งคืนโดยไม่หยุดพัก
ไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆอีก ผมช่วยลู่ปู้หนานแกะกุ้ง ไม่ห้ามปรามแต่ก็ไม่สนับสนุน ก็แค่ไม่ยินดียินร้าย
จี้หลินก็ยังมีความแน่วแน่ บนโต๊ะยังคงหัวเราะพูดคุย มักจะหาเรื่องหยอกล้อลู่ปู้หนาน ส่วนด้านใต้โต๊ะก็ยังคงใช้ขาสวยยกขึ้นมาดำเนินการยุยงผม
ข้าวมื้อนี้ กินเวลาไปหนึ่งชั่วโมงกว่า ผมยังไม่นิ่มเหลว ขาของเธอคงไม่ยอมเลิกรา
สุดท้ายตอนที่วางตะเกียบเช็ดปาก จี้หลินพูดโพล่งออกมาทันที “ยอดเยี่ยม!”
ลู่ปู้หนานถาม “อะไรยอดเยี่ยม?”
“กุ้งนี้เผ็ดดี ยอดเยี่ยมมาก เนื้อข้างในท่อนก็ยังแข็งดีมาก แถมใหญ่มากพอ”
“ใช้ได้นะ แต่คุณไม่น่าจะชินกับของเผ็ดแบบนี้”
ลู่ปู้หนานไม่เข้าใจความหมายที่สื่อออกมา เลยเอาแต่หัวเราะใสสื่อออกมา ยิ่งไปกว่านั้นจี้หลินก็หัวเราะเช่นเดียวกัน แต่เป็นหัวเราะแบบมีเลศนัย
ผมจูบใบหน้าอันกลมมนของลู่ปู้หนานเบาๆ จากนั้นบนใบหน้าเล็กของเธอก็เผยให้เห็นถึงความสุขที่หวานหอม
กล้าแกล้งผู้หญิงของผม? ให้เธอเอารอยยิ้มยัดปากคุณให้กระอักเลือดตายแม่ง!
“ฉันขอไปห้องน้ำสักครู่ จี้หลินคุณไปมั้ย?”
“ฉันไม่ไป ฉันจะแอบกินเฉินเฟิงของคุณตอนคุณออกไป เหมือนกินกุ้ง”
ลู่ปู้หนานหัวเราะอีกครั้งหนึ่ง จากนั้นก็หยิบกระเป๋าเดินออกไป
“ปู้หนานเหมือนจะไว้ใจคุณมาก”
ผมล้วงบุหรี่ออกมาส่งสัญญาณขออนุญาต เธอก็แสดงออกมาว่าไม่เป็นไร จากนั้นผมก็จุดบุหรี่สูบ
“ผมยิ่งไว้ใจเธอ ไม่อย่างงั้นจะกล้าให้เธอมาเข้าเรียนที่เมืองหลวงคนเดียวได้ยังไง”
จี้หลินหัวเราะออกมา พูดมาว่าค่อนข้างร้อน จากนั้นก็ถอดเสื้อนอกออกมาพาดที่ไหล่ กึ่งปิดกึ่งเปิด ทำให้ส่วนอวบอิ่มด้านในเสื้อของเธอดันออกมาเปิดเผยต่อหน้าผม
ผมสูบบุหรี่เข้าไปในปาก จากนั้นตามด้วยคำถามพูดออกไป “หน้าอกใหญ่มาก”
จี้หลินปิดปากหัวเราะ “คุณนี่หยาบคายจริงๆ แต่ก็ตรงไปตรงมาดี!”
ผมมองตรงไปที่เธอ “ผมเป็นคนตรงไปตรงมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ผมสนใจกำแพงของคุณมาก แต่ว่าผมนอนกับคุณไม่ได้”
คำพูดหยาบคายแบบนี้ ผู้หญิงปกติไม่มีทางรับได้แน่นอน จี้หลินก็เช่นเดียวกัน ดังนั้นสีหน้าของเธอเลยแดงออกมา
แต่เธอก็ยังคงเหมือนจะแปลกใจมาก “ทำไมล่ะ ฉันความสัมพันธ์กับปู้หนานก็ดีมาก ฉันไม่มีทางบอกเธอ เรื่องนี้คุณน่าจะสบายใจได้”
“ผมมาหาเธอเพราะอยากให้เธอดีใจและไม่ใช่ทำให้เธอเสียใจ ความเป็นไปได้ที่จะทำให้เธอเสียใจแม้เพียงครึ่งเดียว ผมก็จะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้น ถ้ายังขวางความตั้งใจเดิมของผม ผมต้องรู้บุญคุณต่อเงินค่าตั๋วรถไฟสี่ร้อยกว่าหยวนนั้น”
เหตุผลนี้ท่าทางจะทำให้จี้หลินรู้สึกขำมาก ไม่ใช่หัวเราะเหน็บแนม แต่เป็นหัวเราะที่มาจากใจ เหมือนตอนผมดูหนังตลก โจวซิงฉือสมัยยังเด็ก หัวเราะอย่างสนุกสนานปลอดโปร่ง
“ฉันสนใจคุณมากจริงๆ พูดจริงๆนะ ถ้าคุณเลิกกับปู้หนาน อย่าลืมตามหาฉันนะ ฉันอยากจะอยู่กับคุณ ฉันอยากรับรู้ถึงความรู้สึกประทับที่ได้รับไก่ทอดจากแดนไกล ฉันหวังว่าจะมีคนตั้งใจฝึกร้องเพลงเพื่อฉัน ถึงแม้เจตนาเขาจะไม่บริสุทธิ์ ฉันก็ยังพร้อมที่จะอยู่ข้างกายเขา”
“อืม อวยพรให้คุณเจอคนคนนั้นนะ”
ผมดับบุหรี่ จี้หลินก็จัดการกับเสื้อผ้าเธอเรียบร้อย
ไม่นาน ประตูห้องก็เปิดออก ลู่ปู้หนานกลับมาแล้ว
เธอบ่นออกจากปากเล็กๆ “สูบบุหรี่อีกแล้ว ที่ในเมืองเขาไม่ให้สูบในที่สาธารณะ”
“ผมมาจากบ้านนอก เรียนมาน้อย แต่คุณไม่ต้องมาหลอกผม ในห้องส่วนตัวไม่ห้าม……”
พูดไปหัวเราะไป จากนั้นพวกเราก็แยกกับจี้หลิน ออกไปเที่ยวเตร่
เดิมทีผมวางแผนจะอยู่ในเมืองซักสามวัน แต่ว่าแผนไม่มีทางตามการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วได้
ตอนเวลาบ่ายสาม ผมได้รับโทรศัพท์ของหวงหรุง เพราะว่ามีสาเหตุจากคดีบางอย่างทำให้ต้องหยุดตรวจสอบช่วงค่ำ ดังนั้นคืนนี้จึงกลับมาทำงานตามเดิม
พอลู่ปู้หนานรู้ข่าวเรื่องที่ผมจะต้องกลับ ความสุขของความรักแบบนั้นก็หายไปในพริบตา บนใบหน้าอันงดงามเต็มไปด้วยความหดหู่
“พวกเรายังมีเวลาอยู่ด้วยกันอีกนาน ไม่ใช่แค่สามวันสองคืนนี้นะ อีกอย่างใกล้จะวันชาติแล้ว อีกแป๊ปเดียวพวกเราก็ได้เจอกันอีก ถึงตอนนั้นพวกเราหาเวลาสักวัน ไม่ออกไปไหน อยู่แต่ในห้องทำเรื่องอย่างว่ากัน ดีมั้ย?”
ลู่ปู้หนานสีหน้าเขินอาย “ไม่เอาหรอก ตอนนี้ยังเจ็บอยู่เลย ถ้าจะทำนานขนาดนั้นจริงๆล่ะก็ งั้น งั้น……”
“งั้นอะไร?”
“งั้น งั้นตรงนั้นก็โดนบดไม่เหลือนะซิ……”
ผมชอบความก๋ากั่นในความเขินอายของเธอแบบนี้ จากนั้นพอผมจองตั๋วรถไฟเรียบร้อย ลู่ปู้หนานถูกผมพาเข้าไปในโรงแรม เติมเต็มร่างกายที่ปากไม่ตรงกับใจ ร้อยวันก็ยังไม่พอ!