ชีวิตที่อยู่ร่วมห้องกับสาวๆ 18+ - บทที่ 127 รดน้ำช่อดอกทานตะวัน
บทที่ 127 รดน้ำช่อดอกทานตะวัน
หลังจากความสุขสมจบลง ผมก็ขับรถพาโจงเฉียวเฉียวไปส่งที่โรงพยาบาล
ระหว่างทางเธอเอาแต่บ่น เสียเวลาจริงๆ ผู้อำนวยการของห้องวิจัยตามหาแล้ว ถ้าเกิดด้ายลี่ม่าวตามหาจะทำยังไง
เรื่องพวกนี้คือปัญหาที่เธอกังวลในใจ แต่ในมุมมองของผมมันก็ไม่ใช่ปัญหานะ
เส้นทางไปบริษัทโฆษณาผมเข้าไปสักหน่อยนึง จากนั้นผมก็ไปเป็นเพื่อนโจงเฉียวเฉียวเข้าไปที่ห้องวิจัยของพวกเขา
จากการแนะนำของเธอ ผมก็ได้พบผู้อำนวยการห้องวิจัยของเธอ รีบยกมือทั้งสองข้างไปจับมือฝ่ายตรงข้าม
“ขอบคุณขอบคุณจริงๆนะครับ ขอบคุณห้องวิจัยของพวกคุณที่ผลิตหมอดีๆออกมา และยังมีความรับผิดชอบต่อสังคมขนาดนี้”
ทันทีหลังจากนั้น ผมก็มอบธงชนะเลิศที่ทำจากบริษัทโฆษณาให้ ยิ่งไปกว่านั้นนำเรื่องที่เคยเกิดขึ้นเล่าให้ผู้อำนวยการห้องวิจัยฟัง
น้องชายของผมเกิดเรื่องคาดฝันบนถนน โชคดีที่ได้รับการช่วยเหลือจากคุณหมอโจงเฉียวเฉียว จึงได้รับการรักษาทันเวลา ไม่อย่างนั้นคงเป็นอันตรายถึงชีวิต ต้องขอบคุณหมอโจงเฉียวเฉียวมากจริงๆ
ผู้อำนวยการห้องวิจัยมีความกระตือรือร้นมาก ชวนผมดื่มน้ำแถมยังให้ผมเผยแพร่ความรู้ทางด้านการแพทย์ที่ช่วยชีวิตคนของโรงพยาบาลพวกเขา กับโจงเฉียวเฉียว เธอยิ่งได้รับการชมเชย น่าพอใจจริงๆ
ส่วนเรื่องปัญหาที่โจงเฉียวเฉียวกังวลนั้น ไม่ได้เป็นปัญหาอีกต่อไป
พอออกจากโรงพยาบาล ผมเพิ่งมาถึงที่พัก ก็ได้รับโทรศัพท์จากโจงเฉียวเฉียว
“คุณนี่มันปลิ้นปล้อนจริงๆ เห็นชัดๆว่าฉันมาสาย คุณยังกลับดำให้เป็นขาวได้ พอคุณกลับไปผู้อำนวยการก็จัดการประชุมเฉพาะกิจขึ้น ชมเชยฉันต่อหน้าคนอื่น……”
โจงเฉียวเฉียวพูดอีกมากมาย ฟังออกว่าเธอดีใจมาก
ดีใจก็ดีแล้ว ความดีใจคือสิ่งที่ทุกคนพึงพอใจ
แต่พอจะวางสาย โจงเฉียวเฉียวยังพูดกับผม ทีหลังอย่าทำแบบนี้อีก ถึงแม้ว่าเธอจะพอใจ รู้สึกชอบมาก แต่ว่าเธอไม่สามารถทำผิดกับด้ายลี่ม่าว
ผมไม่มีข้อโต้แย้ง ผมพูด “ได้ซิ”
แค่พ่อแม่ให้ความสำคัญกับคนที่ชื่อว่าด้ายลี่ม่าว พวกเราก็ไม่มีเหตุผลที่จะเนรคุณพวกท่านที่มีพระคุณและยอมลำบาก พวกเราต้องช่วยเหลือกัน ทุกวันเดินไปข้างหน้า ก้าวไปอย่างมั่นคง สร้างให้สดใสแวววาว
อืม ขยันเข้า!
ตอนบ่ายในที่พักก็ไม่มีอะไรมาก แค่ผมเริ่มเล่นเหรียญกลับไปกลับมาอีกครั้ง
ตอนนี้ในตัวมีเหรียญซ่อนอยู่สองเหรียญ เหรียญหนึ่งที่มือ เหรียญหนึ่งที่ลิ้น วุ่นวายมาก เหมือนว่าทุกครั้งที่ว่างก็จะทำให้ยุ่งเข้าไว้
หลังจากเล่นเหรียญตลอดทั้งบ่าย ตอนกินข้าวเย็น อยู่ดีๆผมก็นึกถึงหวูเจิ่นดงขึ้นมา
ตั้งแต่มาที่จักรพรรดิก็ไม่มีเวลาที่จะดื่มเหล้ากินข้าวกับเขาเลย แอบรู้สึกคิดถึง ดังนั้นจึงโทรหาเขาดู ทักทายออกมา
“คนยุ่งอย่างนายมีเวลามานัดฉันที่ออกจะว่างกินข้าว หายากจริงๆ หายาก!”
ไอ้หมานี่เจอกันทีก็หาคำมาว่าเล่นงานผมละ จากนั้นก็ออกไปพร้อมกับErguotou250 ml.สองขวดด้วยความชิงชัง
“คืนนี้พวกเรามาเป็นหนึ่งเดียวกัน อ้วกจนตายถึงค่อยเข้าไป”
ตอนนั้นไอ้หมาเลยขอไว้ชีวิต พูดไม่อ้อมค้อมว่าต้องกลับร้านไปทำงาน เห็นว่าเป็นเหตุผลที่ดีเลยรับไว้ ไม่เกลียดเขาต่อไป เปิดขวดเหล่าคนละขวด
“อะไรนะ ถูกผู้หญิงของตัวเองเนรเทศไปตำหนักเย็น?”
“ลูบคม แกมันไร้อารยธรรม แกไม่เข้าใจ”
“เชรดแม่ ฉันไม่ใช่คนไม่จบมหาลัยหรือไง?!”
“แกคือคนที่ไม่จบมหาลัย? แกเอาใบจบมัธยมต้นมาให้ฉันดูหน่อยซิ ถ้ามีของเล่นแบบนั้น แกปีนั้นในกองทัพยังต้องส่งเงินอีกเหรอ?”
คุยเรื่องที่เกิดขึ้นปีนั้น หวูเจิ่นดงก็ยังทอดถอนใจ
ถึงจะไม่ได้มีเรื่องใหญ่โตอะไร ก็แค่ตอนมัธยมต้นดันไปมีเรื่องต่อยตีกับลูกผอ.เข้า จากนั้นก็เลยถูกไล่ออกมา
ส่วนเรื่องที่เขาพูดถึงเรื่องเรียนไม่จบมหาลัยนั้น เหตุผลนั่นเหมือนว่าจากรายได้ต่อปีไม่ถึงพันล้านนั้นจริงๆกลับกลายเป็นแค่ไม่กี่แสนเท่านั้น
พูดคุยเรื่องสมัยก่อนกันไป ไม่หยุดที่จะทอดถอนใจ วันเวลานี่มันผ่านไปเร็วจริงๆ เหมือนกับเพิ่งจะเกิดขึ้นเมื่อวานอย่างไงอย่างงั้น
ขณะกำลังทอดถอนใจอยู่นั้น ด้านนอกร้านก็มีเสียงรถตู้ที่เบรกรุนแรง
ทันใดนั้นประตูรถก็เปิดออก คนลงมาจากรถ9คน
รถตู้นี่บรรทุกเกินขนาดจริงๆ……
แต่ว่านั่นไม่ใช่เรื่องสำคัญ สิ่งสำคัญก็คือ คนที่ลงมาเป็นคนสุดท้ายเป็นคนที่ผมรู้จัก หม่าสามนั่นเองเมื่อก่อนที่ศูนย์อาบน้ำตี้หวังมีผู้หญิงขายบริการเกิดถูกใจผมขึ้นมา สุดท้ายข่มขู่จะทุบทำลายร้านของหวงหรุงอีกต่างหาก แถมยังจบท้ายด้วยการยักยอกเงินทำเรื่องให้เงียบไปเอง ไอ้นั่นก็คือหม่าสามคนนี้นี่แหละ
“ไอ้เจ้าหมา ดื่มไปเยอะหรือยัง? ”
หวูเจิ่นดงมองมาที่ผมด้วยสายตาว่างเปล่า “เหล้าขวดนี้ดีกรีแรงมาก คำนวณแล้วน่าจะมีร้อยดีกรี เมาแอ๋แล้วผม”
ผมขำออกมา จากนั้นหยิบไฟแช็กบนโต๊ะมาจุดบุหรี่หนึ่งมวน “แกไปทำเรื่องของแกเถอะ ฉันจะไปดูการแสดง”
“นี่เกี่ยวกับนายอีกแล้วหรอ? นี่เจ้าหนุ่มจะขุดหลุมศพให้ฉันใช่มั้ย ครั้งแรกที่ได้อยู่ด้วยกันกับนาย มีคนฟันนาย ครั้งที่สองที่อยู่กับนาย ก็ทะเลาะกับดงป๋อชวน นี่กับพวกเขาก็ครั้งที่สามที่อยู่กับนาย นายก็ต้องถูกฟันอีก มามามา นายพูดมาซิ นายจะขุดหลุมศพให้ได้ใจฉันยังไง?”
หม่าสามพาคนแบกมีดพุ่งตรงเข้ามาในร้าน ผมยังไม่แน่ใจว่าเขาต้องการมาฟันผมหรือเปล่า แต่ว่าจากการประเมินน่าจะ8ส่วน 9ส่วนไม่พ้น10ส่วน
ชั่วพริบตา เมื่อเขาฟันมีดที่ถือในมือมาทางผม ผมก็รู้เลยว่าเป็นจริงอย่างที่เดาไว้เลย
ส่วนเรื่องหวูเจิ่นดงสงสัย ผมพูดได้แค่มันเป็นแค่เรื่องบังเอิญ หรือคือประโยคนั้นตอนเข้าเรียน—-คู่ควรจะถูกร่วมรัก ก็ต้องบินขึ้นเป็นทุกที่!
แต่ว่าถูกร่วมรักตอนนี้เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่ผมแน่ๆ
บุหรี่มวนนี้ยังดูดไม่ทันหมด จากนั้นบนพื้นก็ถูกกองไปด้วยเสียงร้องฮึดฮัด
“ลงมือกับพวกเขาก็ไม่มีความหมายอะไร แล้วยังไม่ตีให้ตาย กลั้นเอาไว้ก็ใช้ไม่ได้ นายไม่รู้หรอกว่ามันทรมานมากแค่ไหน แล้วยังไปลงมืออย่างสะใจกับดงป๋อชวน หลังจากนายพูดกับฉัน ฉันตีเขาไปสามรอบ ความสะใจล้วนๆ…..”
หวูเจิ่นดงพูดอย่างหน้าบานเป็นกระด้ง ผมไม่ได้รู้สึกสนใจมาก ที่ผมสนใจมากกว่าก็คือความสัมพันธ์ของเขากับดงป๋อชวนนี่ซัดกันไปแล้วหรือยัง
“น่าจะไม่แย่นะ เขาเคยติดต่อมาชวนผมดื่มเหล้าด้วยตัวเอง”
นั่นมันไม่แย่เลย ในสถานการณ์ที่ไม่มีคุณค่าในการใช้ประโยชน์เลยนี้ ดื่มเหล้า คือหลักฐานแห่งมิตรภาพ
ดูดบุหรี่เสร็จ ซอกมุมอับร้านด้านนอกน้ำที่ถูกต้มไว้ก็พร้อมแล้ว กาน้ำ ร้องออกมาเสียงดัง‘แกร๊กๆ’
ผมเดินไปใกล้หาหม่าสามที่มีสีหน้าเต็มไปความเจ็บปวดรวดร้าว “หวงติ้งแหวน?”
หม่าสามทนความเจ็บปวดรวดร้าว “วันนี้พลั้งมือไปฉันยอมรับความพ่ายแพ้ นายกล้ามาฆ่าฉัน แล้วทำฉันตายไม่ได้ ไม่ช้าก็เร็วฉันก็จะมาฆ่าแก!”
“ฉันไม่กล้า นายกล้า”
ถีบไปที่ขาของหม่าสามเบาๆ นูนๆ ดูแล้วมนุษย์พันธุ์ไม่เล็กเลย
“ไอ้หมา ทำเขาละก็ ฉันจะทำให้ราดไอ้แกช่อทานตะวัน”
หวูเจิ่นดงลุกขึ้น หม่าสามกอดอกเดินไป “นี่แค้นกันหรอ? ฆ่าฝังกลบเลยไม่ดีกว่าหรอ!”
คำพูดของผมกับหวูเจิ่นดง แน่นอนทำให้หม่าสามกลัวไม่น้อย เดาว่าจะทำให้สมหวังเป็นพิเศษ
เขาไม่แน่ใจว่าจะฟังเข้าใจ แต่เทียบกับทำให้ตายแล้วฝังมีแต่จะทำให้เคียดแค้น เหมือนว่าไม่ยากที่จะจินตนาการ
ชั่วพริบตา หม่าสามก็เปิดปาก หวูเจิ่นดงกระทืบเท้าไปที่บนหัวของเขา
ไม่ต้องเสียแรงเยอะอะไร แต่จมูกก็มีเลือดไหลออกมาเป็นทางแล้ว
ผมเดินมาที่ตรงมุมอับหิ้วผ้ามารองกาน้ำที่เพิ่งต้มเดือด เดินเข้ามาใกล้ด้านหน้าหม่าสาม
ทันทีหลังจากนั้น หวูเจิ่นดงให้พวกเขาเหยียบไปที่ขา
หม่าสามดิ้นรนอย่างสุดความสามารถ แต่จนแล้วจนรอดก็หนีไม่พ้นการผูกมัดคุมขังของหวูเจิ่นดง
หลังจากนั้น ผมก็เอาน้ำร้อนๆราดไปที่เป้าของหม่าสาม
หม่าสามตอนนั้นหวาดกลัวจนเป็นบ้าไปแล้ว “ฉันพูดแล้ว ฉันพูดแล้ว เป็นหวงติ้งแหวน เป็นหวงติ้งแหวนที่ให้ฉันมาทำ……”
“ฉันตอนนี้ไม่อยากจะฟังแล้ว อยากจะราดช่อทานตะวันแกให้บานออกมา”
พูดไป ผมก็หิ้วน้ำร้อนราดลงไป ความร้อนจัดของพุ่งขึ้นนั้น ผมที่ถูกรมควันจนลืมตาแทบไม่ขึ้น
บนพื้น หม่าสามร้องทุรนทุรายอย่างบ้าคลั่งออกมา เหมือนกับท้องฟ้ายามราตรีเข้าแทรกซึมแล้วแยกแหลกออกมา……