ชีวิตที่อยู่ร่วมห้องกับสาวๆ 18+ - บทที่ 121จดหมายที่ทิ้งไว้ของซุนฉิง
บทที่ 121 จดหมายที่ทิ้งไว้ของซุนฉิง
ถ้าไม่ใช่เมื่อตอนเที่ยงไม่ได้ฝากท้องไว้ที่เสี่ยวฉิงล่ะก็ คืนนี้คงต้องลงเอยกินของหวงหรุงแน่ๆ
เธอตัวแข็งทื่อเหยียดตรงออกมาจากบนโต๊ะทำงาน หน้าแดงก่ำด่าออกมาด้วยความโมโหโกรธา
“นี่นายอยากตายหรือไง ทำให้ฉันบวมพองไปหมด ร้อนรุ่มไปหมด จะฆ่ากันให้ตายหรือไง……”
“นั่นไม่ใช่เพราะเธอเป็นคนต้นคิดหรือไง ตอนนี้จะมาโทษว่าเป็นความผิดฉันเหรอ?”
หวงหรุงไม่พูดอะไรต่ออีก เห็นได้ชัดว่าตีเนียนปล่อยเงียบ
มองเวลาใกล้จะถึงเวลาเข้างานแล้ว เลยเช็ดที่หน้าอกของเธอแรงๆสองทีจากนั้นค่อยออกมา
คืนนี้ธุรกิจดำเนินไปอย่างปกติ จนเวลาตี1กว่าถึงได้ไปรับลูกค้าสองกลุ่มเลยทำให้หวงหรุงโบกมือใหญ่โต ปิดประตูร้านรีบเลิกงาน แต่ละคนกลับไปบ้านไปนอน
ถือว่าเป็นไปได้ด้วยดี วันนี้ถือว่าไม่ได้ทำให้ผมเหนื่อยเจียนตาย รีบนอนพักผ่อนดีกว่า
แต่น่าเสียดาย สิ่งที่ผมคาดหวังไว้ พอหลังจากกลับไปไม่ได้อย่างที่ว่าไว้เลย
พอกลับมาถึงที่พัก เสี่ยวฉิงก็เสนอของว่างยามค่ำคืนแทนใจให้
ผมยังไม่ทันจะกินไม่อิ่ม เธอก็ใช้มือเล็กๆอันอบอุ่นคู่นั้นสอดเข้ามาในกางเกงอีกครั้ง หยอกล้อเบาๆ
“เสี่ยวฉิง ไม่ใช่ว่าไอ้เวรนั้นเป็นพวกคืนละเจ็ดหน หนละสามวินาทีหรอกนะ?”
เสี่ยวถิงเข้าใจความหมายที่ผมสื่อออกไปอย่างชัดเจน หน้าของเธอเริ่มแดงขึ้นเล็กน้อย จากนั้นเธอเอาศีรษะน้อยๆของเธอพิงอิงแอบบนหัวไหล่ของผม
“ฉันเพียงแค่ชอบคุณ ฉันต้องการครอบครองคุณ ต่อให้ถูกคุณทรมานจนตายฉันก็ยินดี”
คำหวานของเธอ ทำให้ผมเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกดุจดั่งประสบความสำเร็จก็ไม่ปาน แต่ในเวลาเดียวกันก็รู้สึกถึงความหวาดกลัวท่วมท้นออกมาอย่างบอกไม่ถูก
ฟังความหมายที่เธอพูดนี่เธอคงอยากให้ผมร่วมเป็นร่วมตายไปกับเธอ ฆ่าเธอตายไปแล้วผมจะยังรอดมั้ยเนี่ย? ไม่ตายก็เลี้ยงไม่โตแล้วละ!
ผมจึงไม่พูดอะไรต่อจากนั้น ผมก็แค่กลับมาจดจ่อกับอาหารว่างยามดึก
ไม่นานจากนั้นเสี่ยวฉิงก็ถอนใจทุ้มต่ำออกมา “คุณไม่ไหวก็พอดีกว่า ฉันไม่บังคับคุณหรอก ฉันจะนอนแล้ว……”
ผมรู้ว่าเธอจงใจ แต่จะมีผู้ชายที่ไหนอยากจะถูกประณามว่า ‘ไม่ไหว’บ้างล่ะ?!
ใครอยากจะสวมหัวโขนนี้ก็แล้วแต่ แต่ผมไม่ยอมแน่ๆ
จากนั้นขณะที่เธอหยุดลุกขึ้นมา ผมก็จู่โจมดึงกางเกงและกางเกงตัวจิ๋วออกแล้วผลักเธอลงบนโซฟา หลังจากนั้นก็ฟาดไปที่ก้นของเธอด้วยความเคียดแค้นอย่างแรง จนเธอร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด
“เจ็บเหรอ? เดี๋ยวตอนท้ายจะเจ็บกว่านี้อีก!”
ไม่มีอารัมภบทก่อนหน้าอีกต่อไป ถอดกางเกง ลูบไล้เอวอันบอบบางของเธอด้วยมือทั้งสองข้าง จากนั้นจับเอวให้มั่นคง กระแทกเข้าไปในส่วนบอบบางของเธออย่างเกรี้ยวกราด
การไม่มีน้ำรักลดแรงเสียดสี ทำให้ผมรู้สึกถึงความเจ็บปวดที่เผ็ดร้อน ไม่ต้องพูดถึงฝั่งตรงข้าม เธอกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด
“ไม่ไหว? คืนนี้ผมจะแสดงคุณดูว่าคนเก่าแก่ยังไหวหรือไม่ไหว! ”
ท่ามกลางเสียงร้องอันเกรี้ยวกราด ความเจ็บปวดที่ดึงดูดใจครั้งแล้วครั้งเล่า ผมโจมตีที่เสี่ยวฉิงอย่างรุนแรงจนเธอสุขสม จนร่างกายส่วนนั้นของเธอสั่นสะท้าน ร้องออกมาไม่หยุด……
จากที่ใช้งานไปแล้วสามนัดในช่วงบ่าย ทำให้การตอบสนองลดลงไปมาก แต่ว่าด้วยความชำนาญในการควบคุมอันสุดยอดของผม เวลาออกศึกทำให้ยืดเวลาให้ความสุขยาวนานออกไปได้
ศึกนี้ กินเวลายาวนานตั้งแต่ตีสองยันห้าโมงเช้า
ทุกครั้งที่เริ่มใกล้จะถึง ผมจะจงใจปรับจังหวะให้ช้าลง ค่อยๆนวดจูบน้องสาวของเธอ จนกระทั่งรู้สึกว่าน้องชายเริ่มเล็กลง จึงค่อยเริ่มโจมตีเธอต่อ
คืนนี้ไม่รู้ว่าเสี่ยวฉิงถึงจุดสุดยอดไปแล้วกี่ครั้ง ที่แน่ๆรู้สึกว่าน้องสาวของเธอสั่นสะท้านตลอดเวลา เสียงร้องของเธอทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ กลายเป็นร้องด้วยความทรมาน
เวลาผ่านไปกว่าหนึ่งชั่วโมงเธอเริ่มอ้อนวอน เธอบอกว่าเธอผิดไปแล้ว ขอให้ผมรีบปลดปล่อยเข้ามาในตัวเธอ เธอไม่กล้ามากไปกว่านี้แล้ว
แต่ผมไม่สนองคำขอของเธอ ในหัวของผมเต็มไปด้วยคำพูดของเธอที่บอกว่า ‘คุณไม่ไหวก็พอเถอะ’
สองชั่วโมงผ่านไป หน้าผากของเสี่ยวฉิงเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อ
“เฉินเฟิง เฉินเฟิงคุณฟังฉันพูดน่ะ เหมือนโดนขยี้ไปหมดแล้ว อย่าทำต่อไปเลย ฉันเจ็บจริงๆนะ ฉันผิดไปแล้ว ฉันยอมรับว่าคุณสุดยอดมาก คุณปล่อยฉันไปได้หรือเปล่า?”
“ตอบให้ชัดๆไปเลย ไม่ได้!!!”
คืนนี้ผมตัดสินใจแล้ว ตราบใดที่ยังมีแรงแม้เพียงเศษเสี้ยว ผมก็จะใช้ทั้งหมดที่มีกับเธอ
พอตีห้ากว่าๆผมได้ใช้แรงเฮือกสุดท้ายโบยบินขึ้นไปพร้อมกับเธอ แล้วค่อยเหยียดกายไปบนเตียง
เสี่ยวฉิงหนักกว่ามาก เห็นได้ชัดกว่าส่วนที่น่าอายของเธอมีคราบเลือดติดอยู่ นั่นเกิดจากบดขยี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
หลังจากภารกิจลุล่วง มืออันบอบบางคู่นั้นก็รีบมาบดบังด้านล่างไว้ ใบหน้าเล็กๆที่งดงามเต็มไปด้วยความเจ็บปวด
ผมยื่นมือออกไปโอบเอวของเธอ สัมผัสไปบนส่วนกลมกลึงที่สมบูรณ์แบบนั้น
เสี่ยวฉิงรีบร้องขอออกมา “ฉันผิดไปแล้ว ผิดไปแล้วจริงๆ คุณอย่าทำอีกเลยนะ ฉันพอใจมากแล้วจริงๆ”
ได้เห็นความหวาดกลัวที่ฟ้องออกมาบนใบหน้าเล็กๆที่ทะลุผ่านผมอันยุ่งเหยิง เธอไม่ได้กลัวคนอย่างผมหรอก แท้จริงเธอกลัวแรงของผมเวลาออกศึกมากกว่า
ผมโอบกอดเธอในอ้อมแขนเบาๆ “รู้ว่าผิดก็ต้องแก้ไข นั่นถึงจะเป็นสหายที่ดี นอนเถอะ”
คำที่ผมพูดออกมานั้นเห็นได้ชัดว่าทำให้ใบหน้าของเสี่ยวฉิงดูผ่อนคลายลง
เธอซบมาที่หน้าอกของผม ไม่ขยับตัวเป็นเวลาเนิ่นนาน
จนกระทั่งผมกำลังจะผล็อยหลับ เธอก็จูบเบาๆที่หน้าอกของผม
“ได้มีวันนี้ ตลอดชีวิตนี้ไม่ได้แตะต้องชายคนไหนอีก ฉันก็ไม่เสียใจเลย”
ประโยคนี้ค่อนข้างแปลก แต่ผมก็ยังไม่สังเกตเห็นสิ่งผิดปกติใดๆ ประกอบกับสมองอันพร่ามัวจึงตอบไปแบบปัดๆไป แล้วกอดเสี่ยวฉิงหลับไป
ต้องบอกเลยว่าการได้คลึงหน้าอกจนหลับ ยิ่งหลังจากได้ครอบครองไปค่อยคลึงจนหลับ ความรู้สึกนี้มันช่างหอมหวานจริงๆ ช่างทำให้ผ่อนคลายอารมณ์เป็นอย่างมาก
ผมตื่นขึ้นมาดูมือถือเวลาก็ปาไปเที่ยงครึ่งแล้ว
มืออีกข้างควานหาเสี่ยวฉิง แต่กลับพบว่าบนเตียงว่างเปล่าไร้คน
ผมคิดว่าเธออาจจะกำลังทำอาหารอยู่ เลยลุกขึ้นจากเตียงไปจัดการล้างหน้าแปรงฟัน
แต่พอล้างหน้าแปรงฟันกลับมา ไปที่ห้องครัวปรากฏว่า อาหารได้เตรียมเสร็จเรียบร้อยแล้ว แถมในหม้อก็ยังอุ่นอยู่ แต่ว่าไม่มีคนอยู่
“เสี่ยวฉิง ฉิงนมโต?”
ตะโกนเรียกออกไปหลายที ไม่มีเสียงอะไรตอบกลับมาเลย
ตอนนั้นลมจากนอกหน้าต่างพัดเข้ามา จากนั้นผมก็เห็นว่าในห้องนอนบนเตียงมีกระดาษแผ่นหนึ่งวางไว้ แสงอาทิตย์สาดส่องลงมา กระดาษแผ่นนั้นเต็มไปด้วยตัวอักษรที่ถูกเขียนด้วยตัวบรรจงสวยงาม
กลับมาที่ห้องนอน ผมจุดบุหรี่แล้วหยิบกระดาษแผ่นนั้นมา นั่งบนเตียงแล้วค่อยๆอ่านทีละตัว
“คุณสามี ฉันไปล่ะนะ ฉันได้แจ้งทางครอบครัวเรียบร้อยแล้ว ฉันอยากจะพาลูกไปใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองอื่น”
“ได้โปรดยกโทษให้ฉันด้วย ที่เห็นแก่ตัวเรียกคุณว่าสามี เพราะว่าในใจของฉัน ต้องเป็นผู้ชายที่อบอุ่น สามารถพึ่งพาได้ ถึงจะได้เป็นสามีในดวงใจของฉัน ถึงแม้ว่าฉันจะทำให้คุณเจ็บปวด แต่ฉันไม่อาจเผชิญหน้ากับความทรงจำในเมืองนี้ได้ มันยากมากที่ฉันจะใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองนี้ต่อไปได้”
“ถ้าฉันได้อยู่ข้างกายคุณไปตลอด ฉันก็อยากจะมีความกล้าที่จะเผชิญหน้ากับความทรงจำที่แสนโหดร้ายนี้ได้ แต่ฉันรู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ ถึงแม้ว่าคุณเมตตารับฉันไว้ ฉันก็ไม่ยินดีที่จะยืนหยัดอยู่เคียงข้างคุณ ในใจฉัน คุณคือผู้ชายที่สมบูรณ์แบบที่สุด ดังนั้นคุณควรจะได้เจอผู้หญิงที่ดีกว่านี้ ไม่ใช่แม่หม้ายลูกติดอย่างฉัน”
“คุณสามี ขอบคุณจริงๆที่มอบความอบอุ่นให้กับฉัน ในชีวิตยี่สิบกว่าปีที่ผ่านมานอกจากวันที่ลูกได้เกิดมา ความสุขที่สุดคือการได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับคุณเพียงไม่กี่วัน ไม่ซิ มันคือความสุขที่เทียบเท่ากัน ความอบอุ่นที่มากมายนี้ ทำให้ฉันเหมือนกำลังอาบแดด ทุกอณูของร่างกายถูกอาบไปด้วยความอบอุ่น”
“ขอบคุณที่พาฉันไปซื้อเสื้อผ้าที่ห้าง ขอบคุณที่คุณจงใจพาฉันนั่งรถสปอร์ตจนคนอื่นอิจฉา ขอบคุณสำหรับก๋วยเตี๋ยวและไข่คนที่คุณให้ฉัน ช่วงเวลาที่ได้อยู่กับคุณ เป็นเวลาแห่งความสุขที่สุดในชีวิตของฉัน……”
“ฉันไม่รู้ว่าจริงๆแล้วฉันอยากจะพูดอะไร ถึงแม้ว่าฉันจะแสดงออกมาได้แย่มาก คล้ายกับความรู้สึกในใจของฉันตอนนี้ แต่ฉันชอบทัศนคติของคุณและจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง ให้อภัยฉันด้วยเรื่องเมื่อวานที่เห็นแก่ตัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า ฉันแค่มีความรักให้คุณอย่างลึกซึ้งเกินจะประมาณได้ หลังจากคงต้องบอกลาผู้ชายทุกคน”
“ฉันไม่โชคดีพอที่จะให้คุณเป็นผู้ชายคนแรกในชีวิตของฉัน แต่ฉันสามารถเลือกให้คุณเป็นคนสุดท้ายในชีวิตของฉันได้ ไม่ต้องตามหาฉัน ตามหาผู้หญิงที่โชคดีมาใช้ชีวิตด้วยนะ ฉันจะใช้ชีวิตอยู่ต่อไปกับลูก จากซุนฉิงที่รักคุณ”
บุหรี่ไม่รู้ว่าจุดไปนานขนาดไหน มันลวกมาที่มือของผม แล้วผมก็ปล่อยมันหล่นจากมือ ก้นบุหรี่ที่มีประกายไฟตกลงมาที่พื้น เวลานั้นกระดาษที่มีลายมือของเสี่ยวฉิงก็หล่นตกลงตามมา
หล่นลงมาตรงก้นบุหรี่กระดาษจึงติดไฟ จากนั้นลมพัดมาจากด้านนอกหน้าต่างทำให้ไฟลุกขึ้นมา
ในเปลวไฟนั้นฉันเหมือนจะเห็นใบหน้าที่มีเสน่ห์ของเสี่ยวฉิง กำลังอุ้มลูกน้อยและส่งยิ้มมาให้ รอยยิ้มที่งดงาม ช่างดูมีความสุขมาก..