ชีวิตที่อยู่ร่วมห้องกับสาวๆ 18+ - บทที่ 120 ผิดไปแล้ว
บทที่ 120 ผิดไปแล้ว
ร่างบางของเสี่ยวฉิงช่างมีเสน่ห์จริงๆ โดยเฉพาะความอวบอิ่มทั้งสองข้างนั่น มันไม่สามารถกำไว้ได้ในมือเดียว มันสุดยอดมาก
ท่ามกลางน้ำเสียงแห่งความรักอันอ่อนโยน เมื่อได้ลูบไล้เรียวขาอันเซ็กซี่ของเธอ หลังจากผ่านไปสิบนาที ผมก็มีอารมณ์ขึ้นมาอีกครั้ง ผมคร่อมตัวเธอเอาไว้
“เสี่ยวฉิง ผมอยากมอบความรักให้คุณอย่างรุนแรง แต่ผมกลัวว่าคุณจะรับไม่ไหว”
เสี่ยวฉิงใช้การกระทำแทนคำตอบ เธอยืดเอวเพื่อปรับให้เข้ากับผม
เสียงครวญครางอันเจ็บปวดของเธอ ทำให้ผมตื่นเต้น ร่างบางที่กำลังสั่นเทิ้ม กระตุ้นอารมณ์ของผม
ท่ามกลางความตื่นเต้นและกระตุ้นอารมณ์ ผมดึงตัวออกมา ยกขาอันเรียวงามทั้งสองข้างและประทับจูบลงไปบนขาทั้งสองข้าง ผมยืดตัวและรวบรวมแรงทั้งหมด กระแทกเข้าไป
การกระทำที่รุนแรงนำมาซึ่งเสียงครางอันบ้าคลั่ง จนทำให้ขวัญผวา
หลังจากผ่านไปอีกชั่วโมงกว่า ผมกับเสี่ยวฉิงล่องลอยไปบนสวรรค์
หลังจากเสร็จเรียบร้อย ผมยังคงค้างอยู่อย่างนั้นเพื่อสัมผัสกับร่างบางที่กำลังสั่นและเสียงครางอย่างน่าพอใจของหญิงสาว
ผ่านไปนาน ตัวของเธอเริ่มไม่แดงแล้ว เธอเช็ดเหงื่อออกจากหน้าผาก แล้วจูบผมอย่างแผ่วเบา
“ฉันไม่เคยสัมผัสมาก่อนว่าการสำเร็จความใคร่จะเป็นเรื่องที่ทำให้สบายแบบนี้ ฉันรักนาย อยากอยู่กับนายตลอดชีวิต ให้นายเก็บส่วนนั้นเอาไว้ให้ฉัน เติมเต็มให้ฉัน มันทำให้ฉันรู้สึกอบอุ่น ฉันชอบมัน”
เสี่ยวฉิงพูดออกมาอย่างมากมาย พูดจนผมรู้สึกเริ่มมีความรู้สึกตื่นเต้นอีกครั้ง
เพราะเหตุนี้จึงทำให้ผมแปลกใจ เมื่อกี้เธอหายใจหอบ ถ้าจะทำอะไรอีกคงยากแล้ว แต่ทำไมเธอถึงยังทำท่าทางเหมือนยังไม่สมปรารถนา
ถ้าพูดตามหลักแล้วร่างกายของเธอมันแสดงออกมาว่า เธอควรจะพอใจถึงขั้นสุดแล้วสิ แต่เธอทำเหมือนยังไม่พอใจ นี่มันอะไรกันแน่
เรื่องนี้มันไม่มีคำตอบ หรืออาจจะต้องทำจนเธอร้องขอชีวิต ถึงจะรู้สาเหตุที่แท้จริง
ผมสัมผัสร่างบางอีกครั้ง เธอไม่ขัดขืน แต่กลับปรับตัวให้เข้ากับผมและเรียกร้องความใคร่ ผมสัมผัสได้ถึงความท้าทายที่ค่อนข้างรุนแรง
ผมทั้งจูบและดูด เมื่อผ่านการเย้ายวนไปสิบกว่านาที ผมมีอารมณ์ขึ้นมาอีกครั้ง ไม่จำเป็นต้องขอความเห็นชอบจากเธอ ผมรุกล้ำเข้าไปในพื้นที่ส่วนตัวของเธอ
ช่วงเวลานี้เริ่มตั้งแต่เกือบจะบ่ายสามถึงห้าโมงกว่า
เมื่อฉากรักสิ้นสุดลง เสี่ยวฉิงไม่มีแรงแม้แต่จะครางออกมา ร่างบางอ่อนยวบอยู่บนเตียงอันเปียกชื้น บนเนื้อตัวเธอเต็มไปด้วยของเหลวที่เกิดจากความรัก ดวงตาคู่สวยกำลังเคลิบเคลิ้มราวกับวิญญาณหลุดออกจากร่าง
อย่าว่าแต่เธอแล้ว ตอนนี้ผมก็เมื่อยเอวเป็นอย่างมาก ขาของผมเหมือนถูกตะกั่วหนักถ่วงเอาไว้ ตัวของผมไม่มีแรงแม้แต่น้อย ร่างกายของผมอ่อนแรงไปหมด แม้แต่แรงจะยกแขนก็ยังไม่มี
ผมนอนแผ่อยู่บนเตียง หายใจหอบ รู้สึกเหมือนออกซิเจนในอากาศไม่เพียงพอ มันถูกเติมเต็มไปด้วยกลิ่นอันมีเสน่ห์เย้ายวน
ผมหันหน้าไปหาเสี่ยวฉิงที่นอนอยู่ข้างๆ ด้วยความยากลำบาก เธอก็เช่นกัน โดยเฉพาะส่วนที่กำลังจะหายจากอาการบวม ตอนนี้มันกลับมาบวมเป่งอีกครั้ง ดูเหมือนมันจะสาหัสกว่าตอนแรก ความแห้งบริเวณรอบๆ เหมือนแม่น้ำที่แห้งแล้งมาหลายปี
เธอไม่มีแรงที่จะทำอีก ผมก็ไม่มีแรงทำให้เธอเหมือนกัน
พวกเรานอนอย่างเงียบๆ ประมาณครึ่งชั่วโมง ไม่มีใครมีแรงที่จะพูดออกมา
ผมรับรองเลยว่า ถ้าตอนนี้มีโจรเข้ามาขโมยเงินต่อหน้าผม ผมคงไม่มีแรงลุกขึ้นไปสู้กับมัน
หลังจากที่ผมนอนหายใจอยู่สิบกว่านาที ผมลุกขึ้นมาอย่างยากลำบาก แล้วลากเธอเดินมาในห้องน้ำ
เมื่อได้อาบน้ำก็รู้สึกมีแรงขึ้นมาอีกครั้ง
เมื่อสวมเสื้อผ้าเรียบร้อย เราก็ประคองกันเดินลงมาข้างล่าง เหมือนกับคู่รักวัยแปดเก้าสิบปีอย่างไรอย่างนั้น
เราขับรถไปทานข้าว เมื่อได้ทานข้าวจึงรู้สึกมีเรี่ยวแรง
เมื่อทานข้าวเสร็จ ผมถามเธอว่าจะไปไหน เธอตอบว่าจะกลับไปกับผม
“เธอไม่ต้องกลับไปดูแลลูกเหรอ”
เธอเอนลงบนเบาะรถแล้วพูดว่า “ไม่ต้อง ฉันมีเวลาอยู่กับลูกอีกเยอะ วันนี้ฉันเป็นของนาย และเป็นตัวของตัวเอง”
คำพูดของเธอทำให้ผมแอบหวาดกลัวเล็กน้อย
เมื่อพาเธอกลับมาถึงที่พัก ผมบอกให้เธอไปพักผ่อน จากนั้นผมจึงไปรีบไปทำงาน ผมกลัวว่าจะอดใจกับความมีเสน่ห์และความเย้ายวนของเธอจนทำให้เกิดสงครามอีกครั้ง ครั้งนี้คงจะตายคาเตียง จนไปไหนไม่ได้แน่นอน
เมื่อมาถึงศูนย์อาบน้ำตี้หวัง ยังไม่ถึงเวลาเปิดร้าน ผมเลยไปที่ห้องของหวงหรุง
เมื่อเห็นสภาพไร้เรี่ยวแรงของผม หวงหรุงจึงลุกขึ้นมาประคองผมไปนั่งที่โซฟา
“ทำไมนายเป็นแบบนี้ เหมือนกับถูกปีศาจกระดูกขาวดูดพลังวิญญาณไปอย่างไรอย่างนั้น แขนขาไร้เรี่ยวแรงหน้าก็ซีดด้วย”
“อ้อ วันนี้กลับไปบ้านเก่า ก็เลยทำนาทั้งช่วงบ่ายน่ะ”
ผมพูดอ้างไปเรื่อยเปื่อย ผมมองหวงหรู “เจ้านายหวง ช่วยนวดผ่อนคลายให้หน่อยสิ ดูสิผมน่าเวทนาอย่างนี้ยังมาทำงาน ผมทั้งตั้งใจและรักในหน้าที่การงานขนาดไหน”
ตอนแรกผมก็พูดออกไปเล่นๆ เท่านั้น แต่คิดไม่ถึงว่าหวงหรุงจะพยักหน้า
เธอทั้งนวดไหล่และนวดหลังให้ผม แม้ว่าฝีมือจะธรรมดาทั่วไป แต่เธอตั้งใจจริง ถึงยังไงมันก็พอผ่อนคลายได้
แต่เธอค่อนข้างทำเกินไปนิดหน่อย
หลังจากที่เธอนวดให้ผมเสร็จ เธอก็พลิกตัวของผมให้นอนลงบนโซฟา จากนั้นเธอก็ถอดกางเกงและกางเกงชั้นใน และใช้โอกาสตอนที่ผมไม่มีแรงขึ้นมานั่งบนอกของผม เอาส่วนลับของเธอยื่นเข้ามาใกล้ปากของผม
“เอาการทำนามาหลอกฉันเหรอ นายไปเอากับใครจนหมดแรงใช่ไหมล่ะ เหมือนเอากันเสร็จ ก็มาให้ฉันนวดผ่อนคลายให้เหรอ ได้ ฉันนวดให้นายแล้ว ตอนนี้ถึงตานายบ้าง นายบอกว่าตรงนั้นของฉันหอมมากไม่ใช่เหรอ อะ ฉันให้โอกาสนายชิม!”
พูดจบเธอก็ไม่รอให้ผมตอบกลับ จากนั้นเธอก็โน้มตัวลงต่ำ แล้วเอาส่วนนั้นของเธอถูกับปากของผมอย่างแรง
วินาทีนั้นผมรู้สึกว่าปากของผมถูกล่วงละเมิดแล้ว
ถึงแม้ว่าร่างกายจะอ่อนล้า แต่ลิ้นของผมไม่ได้อ่อนล้า โดยเฉพาะช่วงนี้ผมชอบฝึกการวางเหรียญบนลิ้น ตอนนี้มันมีความพัฒนามากไม่ว่าจะเป็นความเร็ว ความคล่องตัวหรือความทรหด
ดังนั้นระหว่างที่ลิ้นของผมตวัดอย่างคล่องแคล่วประมาณชั่วโมงครึ่ง หวงหรุงบ้าไปแล้ว
เธอขัดขืนที่จะเอาตัวออกจากผม ความอวบอิ่มตรงเนินอกของเธอถูกผมกอบกุมเอาไว้แน่น
“ไอ้เลว ปล่อยเดี๋ยวนี้ มันเจ็บ!!!”
ขณะที่ผมกำลังเลีย ผมก็พูดออกมาว่า “อย่าดิ้นสิจะได้ไม่เจ็บ”
หวงหรุงใช้มือทั้งสองข้างกำผมของตัวเอง สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความเจ็บปวด “ฉันรับไม่ไหวแล้ว รับไม่ไหวจริงๆ ฉันผิดไปแล้วเฉินเฟิง นายปล่อยฉันไปเถอะ ฉันผิดไปแล้ว”
ผมกัดส่วนที่อ่อนโยนและขบฟันบนและฟันล่างเข้าหากันเบาๆ ร่างบางสั่นเทิ้มและครางออกมาอย่างเจ็บปวด
“ไหน ผมขอถามหน่อย ว่าส่วนไหนมันไม่ถูกต้อง ทำไมถึงไม่ถูกต้อง”
หวงหรุงอายมาก แต่เธอก็ไม่ยอมพูดออกมา
งั้นก็รับความเจ็บปวดที่รุนแรงแบบนี้ต่อไปละกัน
ผ่านไปครู่หนึ่ง หวงหรุงขัดขืนไม่สำเร็จ เธอรับความรุนแรงกับความเจ็บปวดไม่ไหว
“ส่วนนั้นของฉันผิดไปแล้ว ไม่ควรไปยั่วโมโหนาย”
“ตรงไหน ฝ่าเท้าหรือรักแร้”
เหมือนหวงหรุงจะไม่สนใจกับคำพูดติดตลกของผม ดังนั้นผมจึงทำต่อ ผมไม่ได้บุกรุกเข้าไป แต่แค่จัดการบริเวณรอบๆ ให้เธอได้รู้สึกถึงความใคร่ที่ไม่อาจเติมเต็มความต้องการของเธอได้
สุดท้ายเธอถึงขั้นที่จะสอดนิ้วเรียวเข้าไป เห็นได้ชัดว่าตอนนี้เธอกำลังกระวนกระวายแค่ไหน
แน่นอนว่าผมจะห้ามเธอไว้ ผมไม่เพียงแต่จะห้ามไม่ให้เธอสำเร็จความใคร่ด้วยตัวเอง และยังให้เธอเก็บความกระหายนั่นเอาไว้
สุดท้ายเธอก็ยอมแพ้แล้วพูดด้วยน้ำเสียงอ้อนวอน “เฉินเฟิง ฉันผิดไปแล้ว ตรงนั้นของฉันผิดไปแล้ว ปล่อยมันไปเถอะนะ