ชีวิตที่อยู่ร่วมห้องกับสาวๆ 18+ - บทที่ 119 อีกทั้งนายยังใหญ่
บทที่ 119 อีกทั้งนายยังใหญ่
คืนนี้เป็นคืนที่เจ็บปวดและมีความสุขสำหรับเสี่ยวฉิงอย่างไม่ต้องสงสัย
และคืนนี้เป็นคืนที่ดุเดือดสำหรับผม
หลังจากที่เธอทำมันอีกครั้ง ผมเห็นเลือดไหลซิบออกมาจากรอยแผลของเธอ ผมจึงละทิ้งความใคร่ของผม และลงจากเตียง จากนั้นจึงไปเอายามาทาให้เธอ
ผมทำได้เพียงอดกลั้นมันไว้
เธอเสนอว่าจะใช้ปากทำให้ผม แต่ผมปฏิเสธ และกอดเธอเอาไว้โดยไม่ทำอะไรอีก
วันต่อมา หลังจากที่ตื่นนอน ก็เป็นเวลาสิบโมงกว่าแล้ว
“เสี่ยวฉิง ยังไม่ได้ทำอาหารใช่ไหม ไม่ต้องทำแล้ว เดี๋ยวเราไปทานอาหารกันข้างนอก”
ผมตื่นขึ้นมาและพูดตะโกนออกไป แต่ทว่ากลับไม่มีเสียงตอบรับ
ผมหาเธอทั่วบ้าน แม้กระทั่งห้องน้ำและระเบียง แต่กลับไม่เจอตัวของเสี่ยวฉิง
ผมหยิบมือถือขึ้นมากำลังจะโทรหาเธอ ผมได้รับข้อความ คนที่ส่งมาคือเสี่ยวฉิง
ในข้อความเขียนไว้ว่า เธอครุ่นคิดมาทั้งคืนและคิดว่ามันไม่เหมาะสม ผมช่วยเธอไว้มากมาย ดังนั้นเธอจึงไม่อยากรบกวนผมอีก เธอบอกเรื่องทั้งหมดกับที่บ้าน คนที่บ้านจะไปเป็นเพื่อนเธอเพื่อเอาลูกกลับมา ไม่ให้ผมโทรหาเธออีก เมื่อมีอะไรเธอจะแจ้งผมเป็นคนแรก
ผมกังวลจึงโทรหาเสี่ยวฉิง แต่เธอปิดเครื่อง
หลังจากที่ตื่นขึ้นมาอาบน้ำและออกไปหาอะไรกิน ผมยังเอาแต่คิดถึงเรื่องของเสี่ยวฉิง แต่ผมไม่มีวิธีอื่นจึงทำได้เพียงรอเท่านั้น
เวลาประมาณเกือบสี่โมงเย็น ในที่สุดเสี่ยวฉิงก็โทรหาผม
เธอบอกว่าไม่สามารถเอาลูกกลับมาได้ พ่อแม่ของสามีเธอไม่ยอมให้ลูกมา ดังนั้นเธอจะฟ้องร้องดำเนินคดี
“ถ้ามีอะไรให้ช่วยก็รีบโทรหาผม”
เสี่ยวฉิงขอบคุณผม จากนั้นผมจึงคุยกับเธอสักพักและวางสายลง
ยังดีที่ทางบ้านของเธอไม่เกลี้ยกล่อมให้เธอคืนดีกับไอ้เลวนั่น และไม่ทิ้งเสี่ยวฉิงไว้ที่นั่น ผมจะได้ไม่ต้องกังวลว่าเสี่ยวฉิงจะโดนทำร้ายหรือเปล่า
หลังจากที่ทานอาหารเย็นเสร็จ ผมก็ไปที่ศูนย์อาบน้ำตี้หวัง
ทั้งคืนผ่านไปด้วยดี เล่นไพ่ป๊อกไปวันๆ ไม่เหมือนตอนที่เป็นหมอนวด ที่ต้องมีอารมณ์ทุกคืน
หลังจากที่กลับมาบ้าน ผมอาบน้ำและเข้านอน ไม่มีเสี่ยวฉิงอยู่ข้างกาย ตอนแรกผมคิดว่าคืนนี้จะนอนหลับอย่างสบาย แต่ความเป็นจริงยืนยันว่าผมค่อนข้างเสพติด เมื่อไม่ได้สัมผัสอะไรอวบอิ่ม มันทำให้ผมนอนไม่หลับจริงๆ
ผมนอนพลิกตัวไปมา กว่าจะหลับก็ตีสี่กว่าแล้ว
ตอน 11 โมงเช้า มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นจนทำให้ผมตื่น
ผมลุกขึ้นไปเปิดประตู พบว่าเป็นเสี่ยวฉิง
เธอพูดกับผมด้วยรอยยิ้มว่าเธอเอาลูกกลับมาได้แล้ว
“จะต้องฟ้องร้องดำเนินคดีไม่ใช่เหรอ”
เมื่อวานตอนเย็นยังบอกเลยว่าจะฟ้องร้อง วันนี้กลับมาบอกว่าเอาลูกกลับมาได้แล้ว นี่มันเรื่องอะไรกัน
เสี่ยวฉิงอธิบายให้ผมฟังว่า อีกฝ่ายจะเอาเงินห้าแสน และต่อจากนี้จะไม่ให้เงินค่าใช้จ่ายอีก เธอยินยอม
นี่เป็นเรื่องที่ดี ไม่เกี่ยวกับเรื่องเงิน แค่ลูกอยู่ข้างกายเธอก็เป็นเรื่องที่ดีแล้ว
หลังจากคุยกันสักพัก ผมทำเสี่ยวฉิงว่าตอนเที่ยงมีธุระอะไรไหม เธอตอบว่าไม่มี ดังนั้นผมจึงขับรถพาเธอไปทานข้าว เพื่อฉลองที่เธอได้ลูกกลับมา
เสี่ยวฉิงท่าทางมีความสุขตลอดเวลา เรื่องนี้ผมเข้าใจดี เธอดีใจเพราะได้ลูกกลับมา แต่สิ่งที่ผมไม่เข้าใจก็คือท่ามกลางความดีใจของเธอมันปะปนความรู้สึกอื่นอยู่ด้วย เหมือนกับว่ากำลังสิ้นหวัง
ดังนั้นหลังจากทานข้าวเสร็จ ระหว่างทางกลับที่พัก ผมเอ่ยถามเธอว่า “ถ้ามีอะไรที่จำเป็นต้องใช้เงิน บอกผมได้นะ ผมช่วยคุณเอง”
เสี่ยวฉิงขอบคุณผม แต่ในขณะเดียวกันเธอก็แสดงออกว่าไม่ได้ต้องการเงิน
ถ้าไม่ใช่เงิน ผมก็เดาไม่ออกแล้วว่าทำไมเธอถึงสิ้นหวังแบบนั้น น่าจะไม่ใช่เพราะเรื่องการหย่าแน่นอน
ผมเปิดประตูห้องแล้วก็เดินเข้ามา ระหว่างที่ผมจะปิดประตู ผมรู้สึกถึงมือเรียวที่สวมกอดผมทางด้านหลัง ยิ่งไปกว่านั้นปากอันอวบอิ่มกำลังจูบลงบนแก้มและลำคอของผม
ผมรู้สึกถึงความอวบอิ่มที่กำลังเบียดเสียดอยู่ด้านหลังของผม เพราะเหตุนี้ทำให้อารมณ์บางอย่างพลุ่งพล่าน
ผมหันหลังกลับไปอุ้มเสี่ยวฉิง แล้วพาเธอเข้ามาบนเตียงในห้องนอน
ผมจูบปากของเธออย่างดูดดื่ม ระหว่างนั้นก็มีลิ้นร้อนรุกล้ำเข้ามาในโพรงปากของผม ถึงแม้ว่าลิ้นนั้นจะยังไม่ค่อยชำนาญสักเท่าไรแต่ไม่ได้ส่งผลต่อความยั่วยวนที่เธอมอบให้ผม
วินาทีต่อมาเสื้อและกางเกงของหญิงสาวก็ถูกถอดออก ทั้งตัวเธอเหลือเพียงชุดชั้นในสีม่วงกับกางเกงสีดำบางๆ
เซ็กซี่และเย้ายวนมาก
เธอใช้ผมเป็นท่อนเหล็ก และอวดความงามของร่างกายตัวเอง
ครั้งแรกที่เธอเห็นผมเป็นท่อนเหล็ก เพราะโดนซานจี่วางยา จนทำให้เธอไม่มีสติ
แต่ครั้งนี้เธอเป็นฝ่ายเริ่มเองอย่างชัดเจน เธอหลอกล่อและยั่วยวนผม
ระหว่างที่เธอกำลังยั่วยวน เธอก็ถอดชุดชั้นในและกางเกงในออก ร่างอันเปลือยเปล่าที่งดงามอยู่ข้างหน้าผม
“เฉินเฟิง บ่ายนี้เราไม่ต้องไปไหนแล้ว อยู่ที่บ้านกันดีไหม”
เสี่ยวฉิงจูบผมอย่างแผ่วเบา ตาของเธอหวานฉ่ำ นัยน์ตาเธอเต็มไปด้วยความใคร่
ทันใดนั้นมือขาวก็ถอดเสื้อของผมออก เธอถอดเสื้อและสูทของผม เหลือเพียงกางเกงบ๊อกเซอร์ตัวเดียว
วินาทีต่อมา เธอไม่รอให้ผมได้ตอบอะไร เสี่ยวฉิงย่อตัวลง ขณะที่มือขาวกำลังลูบ ปากอันเซ็กซี่ก็กัดกางเกงชั้นในของผมเอาไว้และค่อยๆ ดึงลง ปืนใหญ่ของผมกระแทกลงบนใบหน้าอันขาวเนียนของเธอ
เธอสูดกลิ่นอย่างหอบกระหาย เสียงหายใจหอบที่ชัดเจน ความเรียบเนียน มันทำให้ร่างกายและจิตใจได้รับการกระตุ้นเป็นสองเท่า
ผมอดกลั้นความอยากในร่างกายของตัวเอง แล้วกัดฟันพูดออกไปว่า “เสี่ยวฉิง คุณรับไม่ไหวหรอก ไว้ตรงนั้นของคุณหายดีแล้วค่อยว่ากันเถอะ”
เสี่ยวฉิงไม่ตอบ เธอยื่นมือออกมาลูบไล้ตรงอกของผม จากนั้นก็ผลักผมลงบนเตียง
เมื่ออยู่บนเตียง เธอก็ปีนขึ้นมาบนตัวผม แล้วใช้สิ่งที่อวบอิ่มตรงหน้าอกเสียดสีกับหน้าของผม
ความอ่อนโยน ความอวบอิ่มและความนิ่ม มันทำให้ผมหลงใหลจนอ้าปากออกมา
เสียงครางอันอ่อนหวานของเสี่ยวฉิงดังขึ้น มันเต็มไปด้วยความใคร่
ท่ามกลางเสียงครางอันอ่อนหวาน ผมรู้สึกถึงความชื้นบนขา มันเป็นของเหลวข้นที่มีไว้เพื่อหล่อลื่น และจุดที่มันลื่นก็คือบริเวณที่กำลังเสี่ยวฉิงกำลังต้องการ
“เฉินเฟิง ไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลง ฉันไม่ต้องการเล้าโลม ฉันอยากให้นายทำฉันแรงๆ”
พูดพลางเสี่ยวฉิงก็ถอยตัวลงไป
วินาทีต่อมา ผมสัมผัสถึงมืออุ่นที่กำลังจับตรงนั้นของผม และค่อยเอาเข้าไปในร่างบางของเธออย่างยากลำบาก เสียงครางอันเจ็บปวดที่แฝงไปด้วยความพอใจดังขึ้น…
หลังผ่านไปหนึ่งชั่วโมงกว่า ร่างบางที่อยู่ตรงหน้าผมแดงระเรื่อ ผ้าปูที่นอนเปียกชื้นไปหมด
เสี่ยวฉิงนอนหายใจหอบอยู่ข้างตัวผม ถึงแม้เราจะทำเสร็จกันไป 1 นาทีแล้ว แต่ขาเรียวสวยยังคงกระตุกเป็นระยะ ของเหลวหนืดไหลออกมาเปื้อนขนในที่ลับของเธอ
ผมเล่นกับความอวบอิ่มบนหน้าอกของเธอ จากนั้นจึงเอ่ยถามเสี่ยวฉิงที่หน้าแดงระเรื่อ
“เธอเคยมีลูกแล้ว ทำไมตรงนั้นยังแน่นอยู่ล่ะ เหมือนกับว่าเธอใช้มือบีบตรงนั้นของผมไว้”
เสี่ยวฉิงเขินอาย แต่ก็ยังตอบผม
เธอชี้นิ้วไปยังรอยแผลเป็นที่อยู่ตรงท้องน้อย “นี่เป็นรอยแผลผ่าคลอด ฉันไม่ได้คลอดเอง มันเลยไม่ได้มีผลอะไร อีกอย่าง…”
“อะไรเหรอ”
เธอมุดอยู่ในอกของผมอย่างเขินอาย “อีกอย่างของนายก็ใหญ่มาก ดังนั้นก็เลยรู้สึกแน่นขนาดนั้นไง…