ชีวิตที่อยู่ร่วมห้องกับสาวๆ 18+ - บทที่ 115 ความอบอุ่นจากใต้โต๊ะ
บทที่ 115 ความอบอุ่นจากใต้โต๊ะ
จางหงหวู่ตรวจตราแต่ละไนต์คลับ ว่ากันว่าไนต์คลับหลายแห่งปิดตัวลงหลังจากเหตุการณ์นั้น และมีการเลื่อนตำแหน่งผู้จัดการของพื้นที่หลายแห่ง แต่นี่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องของหวงหรุง
เมื่อกลับมาถึงล็อบบี้กับหวงหรุง เธอเรียกผมเข้าไปในห้องทำงาน
เมื่อเข้ามาในห้อง เธอก็ปิดประตูลงอย่างรวดเร็ว เธอรวบตัวผมเอาไว้แล้วจูบผมอย่างรุนแรง ยิ่งไปกว่านั้นลิ้นของเธอรุกล้ำเข้ามาในโพรงปากของผม ลิ้นร้อนของเธอตวัดไปทั่วปาก
การที่เธอบ้าคลั่งแบบนี้ ทำให้ผมเข้าใจผิดว่าเธอรู้ว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับผม
แต่หลังจากจูบอันร้อนแรง ความบ้าคลั่งของเธอทำให้ผมรู้ว่าเธอไม่รู้ว่าผมเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ เธอแค่อยากหาคนใกล้ชิดมาระบายความดีใจของเธอเท่านั้น
“เฉินเฟิง นายว่าทำไมมันถึงเป็นแบบนี้ ฉันคิดมาตลอดว่าตี้หวังจะเจ๊งแล้ว ฉันคิดขนาดที่จะหาทางอื่นให้นายกับหลิวทง ฉันคิดไม่ถึงว่ามันจะเป็นแบบนี้ นี่มันเป็นเรื่องที่กลับตาลปัตรไปหมด”
หวงหรุงพูดออกมาอย่างมากมาย เธอพูดอย่างตื่นเต้น ผมทำได้เพียงยืนยิ้มอยู่ข้างๆ และเออออไปตามเธอไป
หลังจากผ่านไปครู่ใหญ่ จู่ๆ เธอก็กอดผมอีกครั้ง
“เฉินเฟิง คืนนี้ฉันมีความสุขมาก นายอยู่เป็นเพื่อนฉันได้ไหม ไม่สิ ไม่ใช่คืนนี้ ตอนนี้เลย ฉันอยากมาก เหงามานานแล้ว ฉันคิดถึงกลิ่นของผู้ชาย อีกอย่างฉันก็ชอบกลิ่นบนตัวนายด้วย ฉันอยากให้นายเป็นของฉันตอนนี้เลย”
พูดพลาง เธอก็ไม่รอให้ผมทำอะไรเลย หวงหรุงสะบัดรองเท้าส้นสูงออก จากนั้นเธอก็คุกเข่าลงตรงหน้าผม และรูดซิปกางเกงของผมลง
วินาทีต่อมา ก็มีความอบอุ่นจากปากเล็กห่อหุ้มตรงนั้นของผมเอาไว้ ถึงแม้การเคลื่อนไหวของลิ้นจะยังดูไร้เดียงสา แต่มันก็มีความรู้สึกเช่นกัน มันสุดยอดมาก
ไม่กี่นาทีต่อมา หวงหรุงก็เปิดกระโปรงของเธอขึ้น ทำให้เผยให้เห็นกางเกงชั้นในที่อยู่ภายใต้ถุงน่อง
“เฉินเฟิง ช่วยถอดให้ฉันหน่อย แล้วทำให้ฉันด้วย ขอแรงๆ ตรงนั้นของฉันมันกระหายเหลือเกิน”
ไม่ใช่แค่เธอที่อยาก ตอนนี้ผมก็อยากเหมือนกัน หลังจากที่สะสมมาหลายวัน ตอนนี้ผมเกือบจะถึงจุดสุดยอดแล้ว
แต่ว่าการจู่โจมโดยตรงไม่ใช่สไตล์ของผม ความรักเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ต้องค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป อย่าให้มันไร้ค่าแม้แต่น้อย
ดังนั้นผมจึงถอดถุงน่องและกางเกงชั้นในของเธอออก จากนั้นก็อุ้มเธอขึ้นไปบนโต๊ะทำงาน และแยกเรียวขาอันเรียวงามทั้งสองข้างออก
ผมก้มหัวลงไปดมเบาๆ มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ไม่มีกลิ่นที่เกิดจากการผ่านอะไรมามากมาย
“หวงหรุง ตรงนั้นของคุณหอมจัง ผมอยากลิ้มลองรสชาติของมัน”
คำพูดที่หยาบคาย มันเป็นคำพูดที่ตรงจนแทบจะเฉือนเข้ามา
คำพูดของผมทำให้หวงหรุงอายมาก แต่มันก็เต็มไปด้วยอารมณ์รัก เธอพยักหน้าเบาๆ
วินาทีต่อมา ผมก็ยื่นหน้าเข้าไป ผมใช้ลิ้นเริ่มตั้งแต่อ่อนโยนจนไปถึงดุดัน อย่างช้าๆ และรุนแรง จนหวงหรุงครางออกมาครั้งแล้วครั้งเล่า ความใคร่กระจายไปทั่ว
หลังจากผ่านไปยี่สิบกว่านาที หวงหรุงทนไม่ไหวแล้ว
เธอกอดหัวของผมไว้แล้วพูดว่า “เฉินเฟิงนายฟังฉันนะ นายรีบเอามันเข้ามาเถอะ ฉันทนไม่ไหวแล้ว ฉันจะตายแล้ว นายรีบช่วยฉันที!”
เธอหายใจอย่างอ่อนระทวย เสียงครวญครางอย่างบ้าคลั่ง และเสียงอ้อนวอนอย่างทุกข์ทรมานนั่นทำให้ผมหลงใหลและจมดิ่งไปกับมัน ผมทนไม่ไหวจนต้องถอดกางเกง จากนั้นผมจึงกดจูบลงไปบนริมฝีปากอันเซ็กซี่ของเธอ
จากนั้นขณะที่ผมกำลังโค้งเอวเพื่อที่จะจู่โจมเข้าไปในพื้นที่ลับของเธอ จู่ๆ ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น
ให้ตายเถอะ!
ผมกำลังจะยกกางเกงขึ้นมา หวงหรุงชี้ไปที่ใต้โต๊ะ เป็นการบอกให้ผมไปหลบตรงนั้น
ผมไปหลบใต้โต๊ะตามที่เธอบอก แต่เมื่อผมมาอยู่ใต้โต๊ะผมก็นึกขึ้นได้ว่าทำไมผมต้องหลบด้วยล่ะ
แต่ตอนนี้หวงหรุงมานั่งอยู่ที่เก้าอี้ทำงานแล้ว เธอยื่นข้างทั้งสองข้างเข้ามาข้างตัวผม ประตูห้องถูกเปิดออก
“พี่หรุง พวกเราผิดไปแล้ว พวกเราไม่น่าไปทำตามไอ้ผอม หักหลังพี่แล้วตามหวงติ้งแหวนไปเลย พี่ไว้ชีวิตเราด้วยเถอะ”
ฟังออกชัดเจนว่า ไอ้หนุ่มสองคนนี้มาสำนึกผิดกับหวงหรุง ไม่รู้ไปรู้ข่าวว่าหวงติ้งแหวนโดนจัดการมาจากไหน พวกมันก็เลยมาพึ่งหวงหรุง แล้วก็ทรยศไอ้ผอม
แต่เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับผม ผมเลยไม่สนใจ
ตอนที่ผมหลบอยู่ใต้โต๊ะ ผมก็เล่นกับเรียวขาอันสวยงามของหวงหรุงมันเรียบเนียน นิ่ม และยังแอบแวววาวเล็กน้อย
มันงดงามมากจนทำให้ผมมีอารมณ์ จากนั้นผมจึงช่วยเธอถอดสิ่งที่อยู่ข้างล่างออก จากนั้นดันตัวของเธอไปข้างหน้า แล้วมุดหัวเข้าไปใต้กระโปรงของเธอ
ช่วงเวลาที่ทั้งสองสิ่งสัมผัสกัน ผมรู้สึกถึงความสั่นของเธอ
มือเนียนกำลังผลักหัวของผมออก แต่ผมดึงดันไม่ยอมขยับไปไหน ผมยังคงก้มหน้าก้มตาทำอย่างจริงจัง
แต่หวงหรุงกำลังตำหนิสองคนนั้น แต่น้ำเสียงของเธอสั่นเป็นระยะ
“พี่หรุง ทำไมสีหน้าของพี่ดูทุกข์ทรมานจัง พี่ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า”
หลังจากที่หวงหรุงตำหนิสองคนนั้น ก็ตกลงให้สองคนนั้นอยู่ต่อ จากนั้นเธอก็รีบบอกให้สองคนนั้นออกไปจากห้อง
แต่พวกมันสองคนซาบซึ้งในพระคุณของหวงหรุง เมื่อเห็นสีหน้าของหวงหรุงพวกมันจึงแสดงความเป็นห่วง แต่เหมือนจะทำให้หวงหรุงโกรธมาก พวกมันจึงไม่รู้จะทำอย่างไร
“ไม่เป็นไรหรอก เรื่องเล็กน้อยน่ะ ถ้าไม่มีอะไรพวกนายก็ออกไปเถอะ”
“พี่หรุง แต่เรื่องเล็กมันก็ทำให้เกิดเรื่องใหญ่ได้นะครับ พี่ฟังผมนะ พ่อผมเป็นแพทย์จีนดั้งเดิม ในการแพทย์แผนจีนพูดว่าถ้าไม่ตรวจอาการป่วยเล็กน้อย…”
ผมมีความสุขมาก ถ้าไอ้หนุ่มนั่นยังพูดไม่หยุด หวงหรุงก็จะยิ่งเจ็บปวด และการที่เธอเจ็บปวดผมก็ยิ่งตื่นเต้น ถึงคืนนี้ผมจะทำอะไรเธอไม่ได้ แต่ผมยอมหยอกล้อเธอแบบนี้นะ ผมจะดูสิว่าเธอจะอดทนได้ถึงเมื่อไร
สองคนนั้นยังคงพูดไม่หยุด หวงหรุงเริ่มจะระงับความโกรธไว้ไม่อยู่ เธอแผดเสียงออกมาลั่นห้อง “ไสหัวออกไปทำงานซะ!”
จากนั้นผมจึงได้ยินเสียงบอกลาของสองคนนั้น ตามมาด้วยเสียงปิดประตู
วินาทีต่อมา ร่างบางของหวงหรูสั่นสะท้านเหมือนถูกไฟช็อตอย่างไรอย่างนั้น เธอรีบเอามือปิดปาก เพราะเกรงว่าเสียงครางของตัวเองจะดังออกไปจนทำให้คนข้างนอกได้ยิน
ขณะนี้เธอเหมือนปลาที่ดิ้นอยู่ริมฝั่ง เธอดิ้นซ้ายดิ้นขวาไปมาไม่หยุด
ผ่านไปไม่นาน ร่างที่ดิ้นพล่านก็เริ่มสงบลง เหลือไว้เพียงเสียงหายใจอันรวดเร็วและเรียวขาสวยที่กำลังสั่นน้อยๆ
ผมมุดออกมาจากใต้โต๊ะ แล้วจูบเธออย่างรุนแรง จากนั้นจึงหยิบทิชชูเปียกมาเช็ดนิ้ว
“โชคดีที่หุบขาเธอทัน ไม่งั้นน้ำนั่นคงกระเด็นเข้าหน้าผม น้ำแห่งความใคร่ของคุณไหลออกมาเยอะเลย เธอได้ตายกันพอดี!”
สีหน้าของหวงหรุงทั้งอายทั้งโกรธ เธอยิ้มสมุดบัญชีทุบลงมาทีตัวผม
“ไอ้เลว รู้ทั้งรู้ว่ามีคนมา นายยังจะแกล้งฉันอีก นายจงใจทำให้ฉันอับอาย นายนี่มันเลว ไอ้ชั่ว ไอ้ระยำ..”
ไม่รู้หวงหรุงไปสรรหาคำด่ามาจากไหนมากมาย เธอโยนสมุดบัญชีหลายสิบเล่ม คำด่าออกมาจากปากเธออย่างไม่ซ้ำ
ท้ายที่สุดเธอก็ค่อยๆ สงบลง ผมกอดเธอไว้
“หวงหรุง คุณสบายแล้ว แต่ผมยังเลย พวกเรามาต่อกันเถอะ คุณอ้าขาออกให้ผมเข้าไปข้างในได้ไหม”
“ไสหัวไปซะ!”
ขณะที่เธอกำลังโกรธและอาย เธอก็ตะเพิดผมออกจากห้องทำงาน
วันนี้ไม่ได้ทำอะไรเธอ มันทำให้ผมเสียดายนิดหน่อย แต่พอคิดถึงสีหน้ากระอักกระอ่วนของเธอเมื่อครู่ ผมก็รู้สึกว่ามันสุดยอดไปเลย ถ้าเทียบกันแล้วความเสียดายอันน้อยนิดก็ถือว่าช่างมันเถอะ