ชีวิตที่อยู่ร่วมห้องกับสาวๆ 18+ - บทที่ 106 ฉันเจ็บนิดหน่อย
บทที่ 106 ฉันเจ็บนิดหน่อย
ผมตัดสินใจจะงีบหลับและพักผ่อน แต่ตอนนี้ก็สบายดี จึงทำได้เพียงสัญญาว่าจะพาหยู่ถิงไปห้างสรรพสินค้า เพื่อขจัดความหวาดระแวงที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าของเธอ
ผมขับลัมโบร์กินีของเธอออกไป เพื่อไปรับเธอ และเตรียมจะนำรถคืนให้เธอ
แม้ว่าเธอจะบอกว่าต้องการยกให้ผม แต่ผมก็ไม่เคยคิดอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย ขอแค่มันสามารถเหยียบคันเร่งแล้ววิ่งออกไปได้ก็พอแล้ว นอกจากนี้ผมยังคิดว่าขับรถคันนี้มันยังไม่สบาย ถึงกับไม่ดีเท่าโฟล์คสวาเกนที่ผมใช้เรียนขับรถกับลู่ปู้หนาน
เพียงแต่ เธอไม่ต้องการ ไม่มีที่จอด
เหตุผลนี้ มันช่าง…
ก่อนจะมาห้างสรรพสินค้า ผมได้เตรียมขาสำหรับเดินได้ตลอดบ่ายไว้พร้อม
เมื่อมาถึงห้างสรรพสินค้า ข้อเท็จจริงได้เป็นเครื่องพิสูจน์แล้วว่าการเตรียมตัวของผมนั้นถูกต้อง
ไม่ว่าจะเป็นสินค้าที่ชั้นวางไหนหรือเคาน์เตอร์ใดที่ลดราคา พวกเราจะต้องเดินไปทิ้งรอยเท้าไว้ทั้งสิ้น
เธอไม่เพียงแค่ไปซื้อของโดยไม่ต้องจ่ายเงิน อย่างน้อยถ้าซื้อเสื้อยืดสักตัวก็ต้องได้ส่วนลดอย่างน้อยยี่สิบห้าหยวน
“ถิงถิง เสื้อยืดยี่สิบห้าหยวน ถ้าผมใส่ก็ไม่มีอะไร แต่คุณใส่มันจะเหมาะสมกับฐานะของคุณหรือ”
“มีอะไรที่สมฐานะหรือไม่สมฐานะ แค่มีความดีเลิศกับเงื่อนไขของเราก็พอแล้ว แม้ว่าเป็นเศษผ้าขาดๆ ถ้าใส่แล้วก็อาจเป็นเทรนด์ได้อยู่ดี!”
คำพูดของเธอพวกนี้เต็มไปด้วยความมั่นใจ แน่นอนว่าเธอยังมีเงื่อนไขในตัวเองที่เพียงพอต่อการรองรับความมั่นใจนี้
ดังนั้น ผมจึงใช้เวลาศึกษาความเหมาะสมของตัวเองของเธอมาโดยตลอด ผลการศึกษาแสดงให้ผมเห็น แม้ว่าจะใช้มันแล้ว แต่เธอก็ยังคงมีสิ่งจูงใจของผม ไม่ได้ลดลงเลย
ก่อนที่หยู่ถิงจะเข้ามายังเคาน์เตอร์ เธอได้เลือกชุดไว้ตัวหนึ่ง มองเพียงพริบตา จากนั้นก็เรียกให้พนักงานหญิงไปหาไซส์เสื้อให้เธอ
หลังจากพบเสื้อขนาดที่เธอต้องการ หยู่ถิงก็ตรงไปยังห้องลองเสื้อ
เมื่อนึกถึงฉากที่เธอกำลังถอดเสื้อผ้า มันทำให้ผมรู้สึกตื่นเต้นมาก
ดังนั้นจึงเดินไปหาสาวน้อยที่เป็นพนักงานขาย ให้เธอไปจัดการเคลียร์ใบเสร็จ
“คุณต้องประชุมให้มากนะ ไม่ต้องรีบกลับมา กลับมาก็ไม่ต้องเร่งรัด ไม่อย่างนั้นบิลนี้ผมคืนสินค้าคุณก็ไม่มีค่าคอมมิชชั่นแล้วนะ เข้าใจไหม”
สาวน้อยสับสนเล็กน้อย เธอส่ายหน้าเพื่อบอกว่าไม่เข้าใจ
จากนั้นผมก็อธิบายอย่างคลุมเครือให้เธอฟังอีกรอบ แต่เธอก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี
ในที่สุดผมจึงต้องพูดออกไปอย่างหมดหนทาง “ผมขอยืมห้องลองเสื้อของคุณหน่อย ผมต้องการจะมีเซ็กส์กับเธอ คุณอย่ามารบกวนพวกเรา!”
สาวน้อยเข้าใจแล้ว สีหน้าเริ่มแดงก่ำ
ไม่ว่าเธอจะเห็นด้วยหรือไม่ แต่ผมก็เดินตรงเข้าไปในห้องลองเสื้อ
หยู่ถิงสะดุ้ง ขณะที่ประตูเปิดออกเธอก็รีบเอาเสื้อผ้ามาปกปิดร่างกายอันข่าวผ่องของเธอ
จนกระทั่งเห็นชัดเจนว่าเป็นผม เธอจึงวางเสื้อผ้าลง ชกผมอย่างดุเดือด “ทำฉันตกใจแทบตาย!”
เสื้อชั้นในสีเนื้อที่โอบอุ้มความอวบอิ่มบนหน้าอกของเธอ เผยให้เห็นร่องกลางระหว่างหุบเขาอันน่าทึ่ง และกางเกงในที่พันรอบสะโพก มันเป็นกางเกงในผ้าไหมแบบสายรัดลายลูกไม้ ดูแล้วเหมือนจะทำให้มีอารมณ์ขึ้นมาเล็กน้อย
ดังนั้น ผมจึงจูบลงไปยังริมฝีปากที่แดงและอ่อนโยนของเธอโดยตรง ใช้สองมือถอดเสื้อชั้นในที่ปิดบังทัศนียภาพอันงดงามของเธอออก ลูบไล้เบาๆ จนเธอส่งเสียงครวญคราง ใบหน้าของเธอก็เปลี่ยนเป็นสีชมพู
เมื่อมือของผมขยับไปยังจุดที่น่าอายของเธอ เธอก็หยุดลง
“เฟิง อย่าเลย”
เมื่อเห็นใบหน้าแดงๆ ของเธอ ผมจึงถามขึ้นมา “อย่าเข้าไป หรือว่าอย่าหยุดล่ะ”
“ไม่ใช่ทั้งนั้น ไม่ใช่ที่นี่ นี่มันห้องลองเสื้อ เอ่อ…อ๊า!”
หลังจากส่งเสียงร้องเบาๆ หยู่ถิงก็รีบปิดปากของเธอ ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยความกังวล เพราะกลัวว่าจะดึงดูดให้คนมาเปิดประตูห้องลองเสื้อ
“ผมก็แค่จะช่วยคุณถอดกางเกงในแค่นั้นเอง มันเปียกหมดแล้วอึดอัดแย่ มา ผมช่วยคุณเช็ดให้แห้งเอง”
ขณะที่พูด ผมก็เอื้อมมือไปช่วยเธอเช็ดส่วนล่างที่เปียกแฉะ แน่นอน ว่าสิ่งที่ใช้เช็ดคือกางเกงในตัวน้อยนั้นของเธอ
หยู่ถิงขอร้อง “เฟิง ไม่ทำแล้ว ขอร้องคุณล่ะ พวกเราไปโรงแรมกันดีหว่าไหม ไม่ว่าคุณอยากทำอะไรฉันยอมหมดเลยตามแต่คุณพอใจ!”
“ไม่เอา ผมต้องการที่นี่ตอนนี้ ผมคิดถึงคุณ คิดถึงทั้งวันทั้งคืน ผมไม่ติดต่อคุณเลยเพราะกลัวจะมีผลกระทบกับงานของคุณ ถิงถิง ผมทนไม่ไหวแล้ว ผมต้องการคุณ…”
ท่ามกลางการจูบที่เร่าร้อน หยู่ถิงก็ค่อยๆ ละลายเหมือนน้ำ
จากนั้น ผมก็ถอดกางเกงออก ค่อยๆ สอดเข้าไปภายในร่างกายของเธอเบาๆ
“อ๊า~!”
ความชุ่มชื้นแบบนั้น ความกระชับนั้น เสียงที่มีเสน่ห์เย้ายวนนั้น ทำให้ผมหลงใหล…
หลังจากผ่านไปหนึ่งชั่วโมงเต็ม หลังจากเปลี่ยนท่าทางไปเรื่อยๆ ภายใต้ห้องแคบนั้น ผมกับหยู่ถิงก็ตัวสั่นเทา และมุ่งไปยังสรวงสวรรค์แห่งความรัก
เธอในขณะนี้ ร่างกายอันบอบบางของเธอทุกตารางนิ้วกำลังเต็มไปด้วยสีแดงจากเลือดลม เป็นที่ดึงดูดเป็นพิเศษ
“ถิงถิง คุณสวยมากเลย ผมไม่อยากออกไปจากที่นี่เลย เดี๋ยวเราจะเอากันอีกครั้งนะ!”
“น่าเกลียด!!”
หยู่ถิงตีกำปั้นมายังผม ตีระรัวเหมือนสายฝน
จากนั้น ภายใต้การมองที่ลึกซึ้ง เธอก็หลับตาลงอย่างไม่ตั้งใจ และยื่นริมฝีปากมาอีกครั้ง
หลังจากจูบกันด้วยความรักอันอ่อนโยน ผมก็ช่วยหยู่ถิงทำความสะอาดส่วนล่างของเธอ จากนั้นก็ต่างคนต่างใส่เสื้อผ้า
“เฟิง ฉันไม่มีกางเกงในใส่แล้ว คุณดูสิคุณช่วยฉันเช็ด ด้านบนมีแต่ของพวกนั้น จะให้ใส่ได้ยังไง!”
“ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องใส่ อีกอย่างด้านนอกคุณก็ใส่กระโปรงยาว ไม่มีใครเห็นหรอก”
ดังนั้น ภายใต้การปั่นป่วนของผม หยู่ถิงจึงยอมเผชิญกับอากาศ ดังนั้นจึงทิ้งกางเกงในตัวเล็กนั้นเอาไว้ในห้องลองเสื้อ
พวกเรามีอารยธรรมขนาดนี้ มีคุณสมบัติขนาดนี้ พวกเรายังไม่อวดดี!
ผมกับหยู่ถิงออกมาจากห้องลองเสื้อ เมื่อหยู่ถิงเห็นพนักงานหญิง ใบหน้าก็แดงก่ำ
เธอรู้สึกอายเล็กน้อย ถึงอย่างไรก็ทำแบบนั้นในห้องลองเสื้อ และยังเป็นเวลาที่นานมาก
แต่เห็นได้ชัดว่าเธอไม่ใช่คนเดียวที่รู้สึกเขินอาย หญิงสาวคนนั้นก็อายเช่นกัน หน้าแดงไปทั้งใบหน้า เหมือนดั่งผลแอปเปิ้ลสุก
บางทีอาจเกิดจากความรู้สึกผิดในใจ ผมได้ให้หยู่ถิงไปลองชุดสองชุดตามสายตาของตนเองอีกครั้ง และให้หญิงสาวคนนั้นไปออกบิล
สาวน้อยคนนั้นเขินอายทันที “ฉันใกล้ต้องเปลี่ยนเวรแล้ว พวกคุณจะทำอีกไม่ได้แล้ว พี่สาวเวรเวลาต่อไปร้ายมาก ถ้าเธอพบว่าพวกคุณทำ ทำ ทำแบบนั้น คงจะไม่ดี…”
“คุณกำลังคิดอะไร ผมก็แค่เรียกเก็บเงิน แล้วคุณก็ออกบิล”
สาวน้อยรู้สึกเก้อเขินเป็นพิเศษ จึงรีบก้มหน้าก้มตาช่วยผมออกบิล
หลังจากได้เสื้อผ้าแล้ว หยู่ถิงก็จับแขนของผม วางศีรษะน้อยๆ ลงบนไหล่ ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่มีความสุข
เมื่อออกจากห้างสรรพสินค้า ก็เป็นเวลาเกือบห้าโมงเย็น ผมถามหยู่ถิงว่าจะไปไหนต่อ หรือจะไปดูหนัง จากนั้นค่อยไปกินข้าวดีไหม
เธอรู้สึกสับสนเล็กน้อย “ขอโทษด้วยนะ เฟิง ตอนค่ำพ่อกับลู่หย่าฉีอยู่ที่บ้านทั้งคู่ หกโมงกว่าๆ ก็ต้องกลับไปกินข้าวด้วยกัน คุณก็รู้ ตอนนี้ลู่หย่าฉีต้องการจะลอบจัดการฉัน ฉันจึงไม่สามารถจะทำอะไรให้เขาดูออกได้”
“มันจะมีอะไรที่ต้องเกรงใจกัน พวกเราอยู่มาด้วยกันตั้งนานแล้ว!”
ดังนั้น ผมจึงมองหาโรงแรมใกล้ๆ และพาหยู่ถิงเข้าไปอีกครั้ง
“อย่าเลย เฟิง ตอนนี้ฉันสบายแล้ว แต่ก็เจ็บนิดหน่อยแล้ว”
“ไม่เป็นไร พวกเราไปอาบน้ำกันสักหน่อย คุณคงจะไม่กลับไปกินข้าวกับที่บ้านด้วยกลิ่นแบบนี้หรอกนะ”
ในที่สุด หยู่ถิงก็ตามผมเข้าไปในห้องของโรงแรม
จากนั้นก่อนที่จะเข้าไปยังห้องอาบน้ำ ชุดกระโปรงบนร่างของเธอก็ถูกผมถอดออก
“เฟิง เฟิง คุณได้ยินที่ฉันพูดไหม ฉันรู้สึกเจ็บจริง ๆ ไม่สามารถจะ…อ๊า!”
“เฉินเฟิง นายมันคนโกหก ทำฉันเจ็บเกือบตาย อ๊า อ๊า…”
การกระทำครั้งนี้ ทำให้หยู่ถิงส่งเสียงร้องอันมีเสน่ห์ครั้งแล้วครั้งเล่า ร่างกายของเธอสั่นสะท้าน…