cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ชายาเคียงหทัย - ตอนที่ 60-2 การลอบสังหารในป่าไผ่

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ชายาเคียงหทัย
  4. ตอนที่ 60-2 การลอบสังหารในป่าไผ่
Prev
Next

เวินซื่อ ชายาติ้งอ๋องคนก่อนไม่ได้อาศัยอยู่ในตำหนักติ้งอ๋อง ปีต่อมาหลังจากที่ม่อซิวเหวินเสียชีวิต เวินซื่อที่กำลังเศร้าโศกเสียใจก็ได้ย้ายไปถือศีลอยู่ที่สำนักชีอู๋เย่ว์ที่นอกเมือง คนที่ติดตามนางไปยังมีภรรยารองของม่อซิวเหวินอีกสองคน นับตั้งแต่ย้ายไปอยู่ที่สำนักชีอู๋เย่ว์ นอกจากวันครบรอบวันตายของม่อซิวเหวินแล้ว เวินซื่อก็ไม่ได้กลับตำหนักติ้งอ๋องอีกเลย หลายปีก่อน ด้วยเหตุผลหลายอย่างทำให้ม่อซิวเหยาปิดประตูไม่ยอมออกไปไหน ดังนั้นถึงแม้เขาจะให้ความเคารพพี่สะใภ้คนนี้ แต่พวกเขาก็ไม่คุ้นเคยกันเลยแม้แต่น้อย

 

 

           ด้วยเยี่ยหลีได้รับความเห็นชอบจากม่อซิวเหยา นางจึงตื่นแต่เช้าเพื่อออกมาฝึกฝนร่างกายอย่างเปิดเผย จากนั้นจึงไปกินข้าวเช้าพร้อมกับม่อซิวเหยา แล้วทั้งสองก็ออกเดินทางด้วยรถม้าไปยังสำนักชีอู๋เย่ว์ที่นอกเมือง

 

 

           สำนักชีอู๋เย่ว์ตั้งอยู่บนเขาลูกเล็กที่มีทัศนียภาพงดงามด้านนอกเมืองหลวง และยังเป็นวัดประจำตระกูลของตำหนักติ้งอ๋องอีกด้วย ดังนั้นจึงไม่มีแขกหรือคนผ่านไปมามาจุดธูปไหว้พระ ตลอดทางที่ผ่านมาเต็มไปด้วยความสงบอันน่ารื่นรมย์ เมื่อเข้าไปยังสำนักชีก็ได้กลิ่นหอมของธูปลอยอยู่ในอากาศ เยี่ยหลีย่นจมูกอย่างไม่คุ้นเคย ม่อซิวเหยาหันหน้ามามองนาง “เป็นอันใดไป”

 

 

           เยี่ยหลีตอบเสียงเบาอย่างอายๆ “ข้าไม่ได้นับถือศาสนาพุทธ” อีกเดี๋ยวเข้าไปข้างในแล้วนางยังไม่รู้เลยว่าจะต้องไหว้หรือไม่ คนที่ไม่ได้นับถือแต่ต้องไปกราบไว้ต่อหน้าพระพุทธรูป ดูจะไม่ค่อยมีความหมายสักเท่าไร แต่หากคนอื่นมองมาแล้วคงไม่ถือว่ามีมารยาทสักเท่าไรกระมัง

 

 

           ม่อซิวเหยาหัวเราะน้อยๆ “มิน่า ถึงไม่เคยเห็นอาหลีเข้าเมืองไปจุดธูปไหว้พระเลย”

 

 

ในเมืองหลวงของต้าฉู่ ไม่ว่าจะเป็นลูกผู้ดีจากตระกูลใหญ่หรือคุณหนูทั่วไป ต่างชอบไปตามวัดใหญ่ๆ หรือสำนักชีในเมือง บ้างจุดธูปไหว้พระ บ้างเสี่ยงเซียมซี บ้างขอให้ทุกอย่างราบรื่น บางคนขอให้ได้คู่ที่สมใจ แต่ดูเหมือนจะไม่เคยได้ยินว่าคุณหนูสามตระกูลเยี่ยไปเข้าวัดเพื่อเสี่ยงเซียมซีหรือจุดธูปไหว้พระมาก่อนเลย

 

 

เยี่ยหลีเอ่ยอย่างถ่อมตนว่า “ในเมื่อข้าไม่เชื่อในพระพุทธเจ้าและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ข้าจะกล้าไปขอให้ท่านช่วยคุ้มครองอย่างไรได้ แต่หากสิ่งศักดิ์สิทธิ์มีอยู่จริง แล้วทุกวันมีพุทธศาสนิกชนมากราบไหว้เช่นนี้ ท่านจะช่วยไหวได้อย่างไร”

 

 

ม่อซิวเหยาเลิกคิ้ว มองเยี่ยหลียิ้มๆ “ดังนั้น อาหลีจึงเชื่อในตนเองมากกว่าหรือ”

 

 

           เยี่ยหลีเงยหน้าขึ้น ยิ้มกว้าง “หากแม้แต่ตนเองยังไม่เชื่อแล้ว ในโลกนี้ยังจะมีอะไรให้เชื่ออีกหรือ”

 

 

           ม่อซิวเหยาพยักหน้าเห็นด้วย “พอดีเลย ข้าก็ไม่เชื่อเช่นกัน แล้วแต่อาหลีเลย”

 

 

           ไม่นาน ก็มีแม่ชีเดินออกมานำทั้งสองเข้าไปด้านใน เวินซื่อเป็นสตรีที่สุภาพนุ่มนวลมาก ถึงแม้รูปลักษณ์จะไม่ได้งดงามโดดเด่น แต่ความสงบและเรียบนิ่งที่ปรากฏให้เห็นตรงหว่างคิ้วทำให้รูปลักษณ์นางดูพิเศษขึ้นหลายส่วน ถึงแม้จะอยู่ในชุดนางชีสีเทา แต่ก็ไม่สามารถบดบังความสุภาพอ่อนโยนอย่างผู้มีการศึกษาได้ เมื่อเห็นทั้งสองเดินเข้ามา แววตาอันนิ่งสงบของนางไม่ไหวติงเลยแม้แต่น้อย เห็นได้ชัดว่าจิตใจของนางนิ่งเรียบดุจสายน้ำไปเสียแล้ว หรือพูดได้อีกอย่างว่า จิตใจนางแห้งแล้งไปเสียแล้ว

 

 

           “ซิวเหยาคารวะพี่สะใภ้” ม่อซิวเหยาจับมือเยี่ยหลีให้เดินขึ้นมาพร้อมพูดกับเวินซื่อว่า “พี่สะใภ้ นี่คืออาหลี”

 

 

           เยี่ยหลีก้าวขึ้นไปคารวะอย่างนอบน้อม “คารวะพี่สะใภ้”

 

 

           สายตาของเวินซื่อมองใบหน้าและเก้าอี้รถเข็นของม่อซิวเหยา ก่อนหันไปมองเยี่ยหลีอย่างรวดเร็ว ในดวงตาที่สงบนิ่งมีแววของความเสียใจ นางเอ่ยเสียงเบาว่า “ไม่เป็นไร พวกเจ้าเข้ามานั่งสิ”

 

 

เยี่ยหลีเอ่ยขอบคุณ ก่อนเดินไปนั่งลงข้างเวินซื่อ เวินซื่อดึงนางเข้าไปใกล้เพื่อสำรวจ ก่อนหยิบกล่องผ้าไหมที่ดูค่อนข้างเก่าจากด้านข้างมาส่งให้นาง “ข้าถือว่าไม่ได้อยู่ในทางโลกแล้ว จึงไม่มีของขวัญแรกพบหน้าอะไรให้เจ้า นี่เป็นของที่เมื่อตอนข้าแต่งงานเข้าตำหนักติ้งอ๋อง ท่านอ๋อง…พี่ใหญ่ของเจ้าให้ข้าไว้ บอกว่าเป็นของที่ท่านแม่ทิ้งไว้ให้ เจ้ารับไว้เถิด”

 

 

           “นี่…” ถึงแม้กล่องผ้าไหมนี้ดูจะเป็นของเก่า แต่ร่องรอยภายนอกมีความมันวาวอยู่มาก ดูออกว่ามีคนคอยนำออกมาเช็ดถูอยู่บ่อยๆ นี่คงเป็นของที่เวินซื่อเก็บไว้เป็นที่ระลึก เวินซื่อยิ้มน้อยๆ พร้อมส่ายหัว “รับไว้เถิด ตอนนี้ข้าเองก็ไม่ได้ใช้ของพวกนี้แล้ว”

 

 

เยี่ยหลีจึงไม่ได้ปฏิเสธอีก รับกล่องผ้าไหมไว้แล้วกล่าวว่า “ขอบคุณพี่สะใภ้มากเจ้าค่ะ”

 

 

           เวินซื่อจับมือและมองหน้าเยี่ยหลี “พี่ใหญ่ของเจ้าก็มีน้องรองเป็นน้องชายเพียงคนเดียว ข้าที่เป็นพี่สะใภ้…ก็ไม่ได้ความเอาเสียเลยจริงๆ อีกหน่อยน้องสะใภ้กับน้องรองต้องคอยช่วยเหลือกันให้ดี ใช้ชีวิตให้ดีเถิดนะ”

 

 

เยี่ยหลีเข้าใจดีว่าที่เวินซื่อพูดถึง คือสมัยที่เกิดการเปลี่ยนแปลงในตำหนักติ้งอ๋อง นางกลับไม่ได้อยู่ที่ตำหนักติ้งอ๋องเพื่อคอยช่วยม่อซิวเหยาจัดการงานต่างๆ ภายในตำหนัก แต่กลับทอดทิ้งม่อซิวเหยาที่บาดเจ็บสาหัสและพิการมาถือศีล เรื่องนี้เยี่ยหลีกลับไม่คิดว่าเป็นความผิดของเวินซื่อ ตอนนั้นนางก็เป็นเพียงหญิงสาวที่อายุยังไม่ยี่สิบปีดี ทั้งยังไม่ใช่หญิงสาวที่ได้รับการอบรมมาจากบ้านที่เป็นตระกูลใหญ่ การที่อยู่ดีๆ สามีมาเสียชีวิตลง ทายาทเพียงคนเดียวของตำหนักก็บาดเจ็บสาหัสและกลายเป็นคนพิการ สำหรับหญิงสาวที่ไม่เข้มแข็งพอ ก็ถือเป็นการยากที่จะประคับประคองตำหนักติ้งอ๋องไว้ได้

 

 

           “ขอบคุณพี่สะใภ้ที่สั่งสอนเจ้าค่ะ” เยี่ยหลีพยักหน้า เหลือบมองม่อซิวเหยาก่อนเอ่ยเสียงเบาว่า “ในเมื่อข้าแต่งงานกับท่านอ๋องแล้ว ต่อไปย่อมพร้อมร่วมรับการสรรเสริญและการดูหมิ่นด้วยกันเจ้าค่ะ”

 

 

           “ดี เช่นนี้ข้าก็วางใจแล้ว” เวินซื่อพยักหน้าด้วยความซาบซึ้ง

 

 

           เยี่ยหลีขมวดคิ้ว ลังเลเล็กน้อยก่อนถามว่า “พี่สะใภ้อยู่ที่นี่คนเดียวไม่เหงาหรือเจ้าคะ ไม่สู้กลับตำหนัก…พี่สะใภ้กลับไปถือศีลที่ตำหนักก็ยังได้นะเจ้าคะ”

 

 

           เวินซื่อส่ายหน้า “ข้าชินกับความสงบที่นี่เสียแล้ว หากกลับไปสิกลับจะไม่ชิน” เยี่ยหลีเอ่ยโน้มน้าวอีกหลายครั้ง แต่เวินซื่อก็ยังไม่ยอมจึงยอมแพ้ และคุยกันอีกพักใหญ่ เวินซื่อรั้งทั้งสองไว้ให้กินข้าวกลางวันด้วยกัน จากนั้นจึงได้บอกว่าตนยังต้องคัดลอกพระคัมภีร์ ให้ม่อซิวเหยาพาเยี่ยหลีออกไปเดินดูรอบๆ

 

 

           สำนักชีอู๋เย่ว์ถึงจะเป็นเพียงวัดประจำตระกูล แต่กลับมีพื้นที่ไม่น้อยเลย เยี่ยหลีเข็นม่อซิวเหยาเดินไปทางด้านหลังของสำนักชีที่เป็นป่าไผ่ ด้วยเพราะเรื่องของเวินซื่อทำให้จิตใจของเยี่ยหลีรู้สึกหนักหน่วงยิ่งนัก

 

 

           “อาหลี หากเป็นเจ้าคงไม่เป็นเช่นพี่สะใภ้หรอก ใช่หรือไม่” ครู่ใหญ่ จึงได้ยินม่อซิวเหยาเอ่ยถามขึ้น

 

 

           เยี่ยหลีพยักหน้า เมื่อนึกขึ้นได้ว่าม่อซิวเหยามองไม่เห็นท่าทางของนาง จึงได้พูดขึ้นว่า “ไม่หรอก ข้าจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้ตัวเองมีชีวิตที่ดี”

 

 

           ม่อซิวเหยายิ้ม “แบบนี้สิดี พี่สะใภ้…อันที่จริงไม่เหมาะที่จะเป็นชายาของตำหนักติ้งอ๋อง เป็นตระกูลม่อของเราเองที่ผิดต่อนาง” หากไม่ใช่เพราะพี่ใหญ่ต้องการที่จะขจัดความเคลือบแคลงใจของม่อจิ่งฉี คงไม่เลือกเวินซื่อที่เป็นลูกสาวของบ้านบัณฑิตธรรมดาๆ คนหนึ่ง

 

 

เยี่ยหลีนิ่งคิด “บางทีพี่สะใภ้อาจไม่นึกเสียใจ” ทุกครั้งที่ได้ยินเวินซื่อพูดถึงผู้เป็นสามี เยี่ยหลีเห็นแววอ่อนโยนและความคิดถึงในดวงตาที่นิ่งสงบคู่นั้น ม่อซิวเหวินอาจเลือกนางเพราะเห็นแก่ตำหนักติ้งอ๋อง แต่ความรู้สึกที่เวินซื่อมีต่อม่อซิวเหวิน หรือแม้แต่ความรู้สึกที่ม่อซิวเหวินมีต่อเวินซื่อ ก็ไม่แน่ว่าอาจจะมีความรักร่วมอยู่ด้วย

 

 

           ม่อซิวเหยายิ้ม “ตำหนักติ้งอ๋องไม่เคยให้โอกาสนางได้รู้สึกเสียใจ” ต้าฉู่เพียงห้ามไม่ให้หญิงสาวที่บิดาเสียชีวิตแล้วแต่งงานใหม่ แต่การเป็นแม่หม้ายของตำหนักติ้งอ๋อง การแต่งงานใหม่ก็ไม่ได้ง่ายเช่นนั้น เวินซื่อที่ไม่มีความกล้าหาญมากพอที่จะสู้หน้าผู้คน และไม่สามารถแม้แต่คิดสิ่งที่จะทำให้ตนเองเสียใจทีหลัง

 

 

“เพียงแต่…อาหลี ข้าอนุญาตให้เจ้าเสียใจทีหลังได้”

 

 

           “ท่านอ๋องกำลังบอกข้าว่า หากท่านตายไปข้าสามารถแต่งงานใหม่ได้หรือ” เยี่ยหลีเลิกคิ้วถาม

 

 

           ม่อซิวเหยาไม่ได้ปฏิเสธ เขาพยักหน้า “อืม ข้าหมายความเช่นนั้น”

 

 

           เยี่ยหลีเหลือบมองขึ้นฟ้า แอบกลอกตาบนในขณะที่ม่อซิวเหยามองไม่เห็น ความโกรธที่ไม่รู้มาจากไหนทำให้นางต้องหัวเราะเยาะออกมา “เช่นนั้น…ท่านอ๋องคิดอยากจะตายเร็วดีหรือว่าอยากจะหาเรื่องตายเร็วดีหรือ”

 

 

เขาเลิกคิ้วขึ้นเมื่อได้ฟังคำถามประหลาดๆ ของนาง ม่อซิวเหยายิ้ม “ข้าว่าข้าจะพยายามตายเมื่อตอนอายุมากแล้วดีกว่า”

 

 

           “อะไรนะ นี่ไม่ใช่ข่าวดีเอาเสียเลย…”

 

 

           “หลบไป!” เยี่ยหลียังไม่ทันพูดจบ จู่ๆ ม่อซิวเหยาก็หมุนตัวมาผลักเยี่ยหลีให้หลบไปทันที

 

 

           “สวบ! สวบ! สวบ!” ทันใดนั้นก็มีเสียงแหวกอากาศพุ่งตรงเข้ามา ต้นไผ่ข้างกายเยี่ยหลีมีประกายเย็นวาบของดาวกระจายทรงข้าวหลามตัดสามดอกปักอยู่

 

 

           “ในเมื่อมาแล้ว เหตุใดจึงไม่ออกมาพบหน้ากันเล่า” ม่อซิวเหยาหลุบตาลง จ้องมองมือที่วางอยู่บนที่เท้าแขนของเก้าอี้รถเข็นพร้อมเอ่ยขึ้นเรียบๆ

 

 

           “ฮ่าๆ…ม่อซิวเหยา ในที่สุดเจ้าก็ยอมออกมาจากตำหนักติ้งอ๋องแล้วหรือ ข้ายังคิดว่าชั่วชีวิตนี้เจ้าคงไม่กล้าออกมาพบเจอผู้คนแล้วเสียอีก” เสียงหัวเราะอย่างหยิ่งผยองดังขึ้น พร้อมกับเงาของร่างที่สูงใหญ่ค่อยๆ ปรากฏขึ้นในป่าไผ่ จากนั้นก็มีกลุ่มชายชุดดำเข้ามาล้อมปิดไว้ โดยมีสามคนล้อมไว้ตรงกลาง

 

 

           ม่อซิวเหยาเงยหน้าขึ้นมองคนที่เดินเข้ามา รอยยิ้มบนใบหน้าเย็นเยียบประหนึ่งหิมะ “เจ้าพูดเช่นนี้…กล้าที่จะเปิดหน้าแล้วพูดอีกครั้งหรือไม่”

 

 

           เสียงหัวเราะของผู้มาใหม่หยุดลงทันที ดวงตามีประกายดุดัน เขาส่งเสียงเหอะเบาๆ ก่อนเลื่อนสายตาไปยังเยี่ยหลี “ท่านนี้…คือพระชายาติ้งอ๋องหรือ”

 

 

           “ถูกต้อง ข้า…ยังไม่ได้ขอคำชี้แนะเลย” เยี่ยหลีผงกศีรษะให้

 

 

           “ใจกล้าดีนี่” ชายหนุ่มเอ่ยชื่นชม มองเยี่ยหลีด้วยความเสียดาย “ช่างน่าเสียดาย…”

 

 

           “ม่อซิวเหยา มีสาวงามเช่นนี้ฝังคู่ไปกับเจ้า เจ้าก็คงไม่มีอะไรต้องนึกเสียใจอีกแล้วใช่หรือไม่” ชายหนุ่มผู้นั้นไม่พูดพล่ามทำเพลง เขาขมวดคิ้วแล้วหันไปโบกมืออีกทีหนึ่ง ชายชุดดำก็ล้อมใกล้เข้ามาทันที

 

 

           “พาตัวพระชายาไปก่อน” ม่อซิวเหยาเอ่ยสั่งการเรียบๆ มีเงาสามสี่ร่างพุ่งเข้ามารวมในกลุ่มอย่างรวดเร็ว อาจิ่นกระโดดลงตรงหน้าม่อซิวเหยาพร้อมกระบี่ยาวในมือ เล็งกระบี่ไปยังกลุ่มชายชุดดำที่ล้อมอยู่ด้วยสายตาระแวดระวัง จากนั้นมีคนสองคนกระโดดลงข้างกายเยี่ยหลีซ้ายคนขวาคน เตรียมที่จะพาตัวเยี่ยหลีออกไป ส่วนคนอื่นๆ ที่เหลือก็เริ่มเข้าต่อสู้กับชายชุดดำทันที เยี่ยหลีมองไปรอบๆ เห็นว่าคนที่อาจิ่นพามามีเพียงเจ็ดหรือแปดคน หากต้องให้คนพานางไปสองคน ก็จะเหลือเพียงห้าคนเท่านั้น แต่ชายชุดดำที่ล้อมอยู่นี้อย่างน้อยๆ ก็มีถึงยี่สิบถึงสามสิบคนได้ ไม่มีเวลาให้คิดนาน เยี่ยหลีรีบสะบัดมือองครักษ์ออก “อยู่ช่วยที่นี่”

 

 

           “พระชายา…” องครักษ์อึ้งไป อยากจะพูดขัด แต่เยี่ยหลีกลับผลักร่างนั้นออกอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนหันไปจัดการชายชุดดำที่หมายจะลอบทำร้าย “ไม่ต้องพูดไร้สาระ จัดการคนพวกนี้ก่อนค่อยว่ากัน” ระหว่างพูดก็ได้หมุนตัวกลับไปเตะนักฆ่าที่จะเข้ามาลงมือ เท้ากระทืบลงไปยังนักฆ่าที่เมื่อครู่นางเพิ่งจัดการจนล้มไปแล้วเตรียมตัวที่จะลุกขึ้นมาใหม่ นักฆ่าคนนั้นร้องด้วยความเจ็บปวดก่อนจะแน่นิ่งไป

 

 

           องครักษ์ทั้งสองหันมาสบตากัน พร้อมตัดสินใจว่าจะทำตามคำสั่งของพระชายา จัดการนักฆ่าพวกนี้ก่อนค่อยว่ากัน ถึงแม้จะเป็นองครักษ์ที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี พวกเขาก็ยังดูไม่ออกว่าพระชายาใช้กระบวนท่าอะไรในการจัดการ แต่ไม่เป็นอุปสรรคให้พวกเขาเห็นว่าพระชายาใช้เพียงสองกระบวนท่าในการป้องกันนักฆ่าคนหนึ่งพร้อมกระทืบนักฆ่าอีกคนหนึ่งจนสลบไป เจ้าคนดวงซวยที่สลบเหมือดอยู่ที่พื้นนั้น ถ้าโชคดีหน่อยคงได้นอนแซ่วอยู่บนเตียงอย่างน้อยก็สามหรือห้าเดือน แต่หากโชคไม่ดีก็คงได้เป็นอัมพาตไปตลอดชีวิต

 

 

เยี่ยหลีต่อสู้ได้อย่างคล่องแคล่ว จิตใจเยือกเย็น ถึงแม้จะมั่นใจในฝีมือของตนพอสมควร แต่เอาเข้าจริงเยี่ยหลีกลับเข้าไม่ถึงความลึกซึ้งของศิลปะการต่อสู้ของคนยุคโบราณสักเท่าไร และนางก็ไม่เคยอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องลงมือจริงๆ จังๆ มาก่อน หากมีวิชาตัวเบาอย่างของคุณชายเฟิงเย่ว์แล้วละก็ คงรับมือได้ไม่ง่ายนัก ด้วยเพราะคนยุคปัจจุบันต่อให้เก่งเพียงใดก็ยังไม่ถึงขั้นบินไปบินมาได้ แต่ยังโชคดีที่ไม่ใช่ทุกคนจะมีวิชาตัวเบาที่สามารถบินไปบินมาได้อย่างคุณชายเฟิงเย่ว์ หากเป็นการต่อสู้ระยะใกล้แล้ว เยี่ยหลีคิดว่าตนเองมีฝีมือมากพอที่จะต่อสู้กับยอดฝีมือได้

 

 

           นักฆ่าเหล่านี้ดูจะไม่คาดคิดมาก่อนว่าชายาติ้งอ๋องที่ดูไม่มีพิษมีภัยคนนี้จะสามารถล้มพวกของตนได้ง่ายๆ พอตั้งสติได้ก็มีอีกคนที่ถูกเยี่ยหลีซัดลงไปกองอยู่กับพื้นแล้ว

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 60-2 การลอบสังหารในป่าไผ่"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved