cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ชายาเคียงหทัย - ตอนที่ 59-3 ดอกเดียวรู้แพ้รู้ชนะ

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ชายาเคียงหทัย
  4. ตอนที่ 59-3 ดอกเดียวรู้แพ้รู้ชนะ
Prev
Next

เมื่อถึงการแสดงร่ายรำ มีหญิงสาวในชุดสีสันสดใสปรากฏขึ้นในตำหนัก เยี่ยหลีถึงกับมองนางรำสาวที่งดงามเลิศล้ำด้วยความตกใจ ก่อนหันหน้าไปถามว่า “เหยาจีมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร” ม่อซิวเหยาหัวเราะเบา “น่าจะเชิญนางมาทำการแสดงในวังโดยเฉพาะกระมัง เหยาจีเติมโตมาในโรงละคร ฝีมือการร่ายรำถือว่าเป็นที่หนึ่งในเมืองหลวง ในงานวันเกิดของไทเฮาเมื่อปีที่แล้วยังเคยเชิญนางเข้ามาทำการแสดงในวังโดยเฉพาะ”

 

 

           เยี่ยหลีเลิกคิ้ว “ท่านอ๋องเห็นว่าอย่างไรบ้าง”

 

 

           ม่อซิวเหยาตอบว่า “แน่นอนว่าย่อมดี อาหลีเล่า”

 

 

           เยี่ยหลีหันกลับไปมองอีกพักใหญ่ ก่อนพยักหน้า “ก็ดีจริงๆ” ชื่อเสียงของเหยาจีนางก็เคยได้ยินมาหลายครั้ง ถือได้ว่าเป็นหญิงสาวที่แปลกประหลาดคนหนึ่งของเมืองหลวง นางเกิดและเติบโตในโรงละคร อาศัยฝีมือในการดีดฉินและการร่ายรำทำให้ชื่อลือเลื่องไปทั่วเมืองหลวง อายุยังไม่เต็มยี่สิบห้าปีดีก็ได้เป็นเจ้าของชิงเฉิงฝาง หอนางโลมอันดับหนึ่งแห่งเมืองหลวง คบค้าสมาคมกับผู้มีอิทธิพลมากมาย ได้ยินว่าคุณชายมู่หยาง ทายาทของท่านมู่หยางโหวก็คือเพื่อนสนิทของนาง คุณชายสามตระกูลเฟิ่งก็คบหากับนางฉันมิตร ในยุคสมัยนี้คงมีหญิงสาวประเภทนี้เท่านั้นที่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างสบายๆ และเป็นตัวเองเช่นนี้ได้

 

 

           ขึ้นชื่อว่าเป็นนางรำอันดับหนึ่งแห่งเมืองหลวง แน่นอนว่าย่อมเพียงพอที่จะทำให้ผู้คนรู้สึกตื่นตาตื่นใจ มองไปแล้วผู้ชายอย่างน้อยๆ เจ็ดในสิบคนต่างมีสีหน้าตะลึงงันด้วยกันทั้งนั้น ส่วนหญิงสาวทั้งหลายต่างก็มีสีหน้าทั้งอิจฉาและคับแค้นใจ และแน่นอนว่าย่อมมีสายตาที่ชื่นชมด้วยความจริงใจปนอยู่ด้วย แต่ก็เป็นเพียงคนส่วนน้อยเท่านั้น เมื่อการแสดงจบลง เหยาจีก็หายตัวไปนอกตำหนักโดยทันที เหลือเพียงกลิ่นหอมที่ทำให้คนเฝ้าฝันถึงเท่านั้น เมื่อเห็นผู้คนในตำหนักค่อยๆ มีสีหน้าที่เปลี่ยนไป เยี่ยหลีจึงยิ่งรู้สึกเบื่อหน่ายขึ้นไปอีก จึงหันไปบอกม่อซิวเหยาว่านางจะออกไปสูดอากาศข้างนอก แล้วเยี่ยหลีจึงพาชิงหลวนและชิงซวงค่อยๆ ถอยออกไปจากตำหนักเงียบๆ

 

 

           นอกตำหนัก สายลมยามค่ำพัดอ่อนๆ พัดพาเอากลิ่นเหล้าที่ติดตัวนางออกไป เยี่ยหลีสูดหายใจลึกๆ ไม่ได้สนใจเสียงดนตรีที่ดังมาจากในตำหนักอีก วังหลวงในยามค่ำคืนดูจะเงียบสงบเป็นพิเศษ เยี่ยหลีเดินเรื่อยๆ ไปตามทางเดินเล็กๆ จิตใจที่ก่อนหน้านี้ร้อนรนค่อยๆ สงบลง ในขณะที่นางกำลังเดินไปนั่งยังศาลารับลมนั้นเอง ก็มีนางกำนัลไม่คุ้นหน้าเข้ามาขวางทั้งสามคนไว้ “บ่าวคารวะพระชายาติ้งอ๋องเพคะ”

 

 

           ชิงหลวนเข้ามาบังเยี่ยหลีไว้ด้วยความหวาดระแวง ก่อนถามว่า “เจ้าเป็นใคร”

 

 

           นางกำนัลคนนั้นโค้งตัวลง “บ่าวเป็นนางกำนัลของตำหนักเยี่ยเจาอี๋เพคะ เยี่ยเจาอี๋ให้มาเชิญพระชายาติ้งอ๋องไปที่ตำหนักเหยาหวาเพคะ”

 

 

           เยี่ยเย่ว์กำลังตั้งครรภ์จึงไม่ได้มาร่วมงานเลี้ยงในคืนนี้ด้วย เมื่อตอนบ่ายก็ได้ให้นางกำนัลมาเชิญนางแล้วทีหนึ่ง ตอนนั้นเยี่ยหลีได้บอกปัดไปอ้อมๆ เยี่ยหลีย่อมรู้ดีว่าเยี่ยเย่ว์กำลังคิดอะไร แต่ถึงแม้จะเป็นพี่น้องกัน แต่นางก็ไม่ได้คิดจะให้ตระกูลเยี่ยมาใช้นางหาประโยชน์ได้ง่ายๆ ที่สำคัญคือสิ่งที่เยี่ยเย่ว์คิดนั้นไม่ค่อยจะเข้าท่าเอาเสียเลย หากนางระวังหน่อย รู้จักรักษาเนื้อรักษาตัวให้ดี จนคลอดบุตรออกมาได้แล้ว ก็จะมีที่ให้พึ่งพิง หากไม่คิดอยากได้ในสิ่งที่ไม่มี ถึงแม้จะพบหน้ากันไม่กี่ครั้ง แต่เยี่ยหลีกลับคิดว่า เยี่ยเย่ว์ที่กำลังตั้งครรภ์อยู่นั้นไม่ได้เป็นที่โปรดปรานอย่างที่ตระกูลเยี่ยเข้าใจ

 

 

           “วันนี้ข้าเหนื่อยแล้ว เจ้าไปบอกเยี่ยเจาอี๋ทีว่าหากมีเรื่องอันใด ไว้อีกสองวันข้าเข้าวังมาค่อยมาพบนางอีกที วันนี้เอาไว้ก่อนเถิด”

 

 

           นางกำนัลคนนั้นสีหน้าดูร้อนรน “พระชายาโปรดอภัยด้วย เจาอี๋เหนียงเหนียงมีเรื่องด่วนที่จะต้องปรึกษากับพระชายาจริงๆ เพคะ”

 

 

           เยี่ยหลีเอ่ยเรียบๆ ว่า “ต่อให้มีเรื่องด่วนจริง เกรงว่าปรึกษากับข้าก็คงไม่มีประโยชน์ จริงสิ ตอนนี้มารดาของเยี่ยเจาอี๋เองก็อยู่ในวังเช่นกัน เช่นนั้นให้ข้าส่งคนไปเชิญนางมาให้ เจ้าว่าดีหรือไม่”

 

 

           “พระชายา เจาอี๋เหนียงเหนียงเชิญให้พระชายาเข้าเฝ้าคนเดียวเพคะ!” นางกำนัลคนนั้นกล่าว

 

 

เมื่อพูดว่าเข้าเฝ้าก็ดูจะเป็นการบังคับนางเสียแล้ว เยี่ยหลีหน้าขรึมลง หัวเราะเสียงเย็นทีหนึ่งแล้วกล่าวว่า “ข้ายังไม่รู้เลยว่า ดึกดื่นค่อนคืนเช่นนี้ ข้าจำเป็นต้องไปเข้าเฝ้าเจาอี๋คนหนึ่งด้วย!” นางเน้นเสียงคำว่าเข้าเฝ้า ฐานะชายาติ้งอ๋องสูงส่งยิ่งนัก ต่อให้อยู่ในวังยังต้องทำความเคารพเพียงฮองเฮาและไทเฮาเท่านั้น ต่อให้เป็นกุ้ยเฟยนางยังต้องคำนับเพียงครึ่งท่า ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเจาอี๋ธรรมดาๆ คนหนึ่งเลย หากได้พบหน้ากันจริงๆ กลับต้องเป็นเยี่ยเย่ว์เสียด้วยซ้ำที่จะต้องคารวะเยี่ยหลีครึ่งท่าเพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อตำหนักติ้งอ๋อง

 

 

           “คือ…บ่าวพูดผิดไปแล้ว พระชายาโปรดอภัยด้วย เยี่ยเจาอี๋มีเรื่องด่วนจริงๆ ขอให้พระชายาเห็นแก่ความเป็นพี่น้องไปพบสักครั้งเถิดเพคะ”

 

 

           เยี่ยหลีมองนางกำนัลด้วยความสงสัย ก่อนเอ่ยเรื่อยๆ ว่า “จะว่าไป ข้าก็เคยไปที่ตำหนักเหยาหวา แต่ดูไม่คุ้นหน้าเจ้าเลย” นางกำนัลคนนั้นฝืนยิ้ม “บ่าวหน้าตาธรรมดาๆ พระชายาอาจจะจำไม่ได้เพคะ”

 

 

เยี่ยหลีส่ายหน้า “ไม่หรอก ข้ามั่นใจว่าในบรรดานางกำนัลข้างกายหกคน และนางกำนัลที่คอยรับใช้ในตำหนักอีกแปดคนไม่มีเจ้าอยู่ในนั้น หรือว่าเยี่ยเจาอี๋ใช้ให้สาวใช้ปัดกวาดมาเชิญข้ากัน”

 

 

           “บ่าว…” นางกำนัลผู้นั้นสีหน้าร้อนรน หมุนตัวจะเดินกลับ เยี่ยหลีส่งสายตาไปให้ชิงหลวน ชิงหลวนก้าวขึ้นหน้าไปก่อนสับเข้าที่ท้ายทอยของนางโดยแทบจะไม่ต้องใช้แรง ร่างนางกำนัลคนนั้นอ่อนระทวยลงกับกองพื้นโดยทันที

 

 

           “พระชายา” ชิงอวี้ย่นคิ้ว เงยหน้าขึ้นมองเยี่ยหลีเพื่อรอรับคำสั่ง

 

 

           เยี่ยหลีขมวดคิ้วเล็กน้อย แล้วจู่ๆ กันหมุนตัวหันไปมองพุ่มไม้ริมทาง “ใครน่ะ”

 

 

           “พระชายาติ้งอ๋อง” มีร่างบางร่างหนึ่งเดินออกมา ใบหน้างดงามดูสงบนิ่งขึ้นภายใต้แสงจันทร์

 

 

           “แม่นางเหยาจี” เยี่ยหลีกล่าว “ท่านมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร”

 

 

           เหยาจียิ้มสบายๆ “ข้ามิบังอาจ ชายาติ้งอ๋องเรียกข้าว่าเหยาจีก็พอเพคะ”

 

 

           เหยาจีเดินขึ้นหน้ามา เหลือบมองนางกำนัลที่ไม่ได้สติอยู่ที่พื้นแล้วจึงเลิกคิ้วขึ้น “พระชายาติ้งอ๋อง นี่คือ…”

 

 

เยี่ยหลียิ้ม “เมื่อสักครู่แม่นางเหยาจีก็ได้ยินแล้วมิใช่หรือ ไม่มีอะไรหรอก ในวังหลวงอันกว้างใหญ่มักมีเรื่องแปลกๆ เกิดขึ้นได้เสมอมิใช่หรือ” นางโบกมือไปทางด้านหลัง ก็มีเงาคนในชุดดำประหนึ่งภูติผีปรากฏขึ้นที่ด้านหลังเยี่ยหลีทันที

 

 

“พระชายา”

 

 

เยี่ยหลีชี้ไปที่พื้น “พาตัวนางไปที อย่าทำให้คนอื่นตื่นตกใจ” เงาดำนั้นแบกร่างนางกำนัลขึ้น แล้วเดินไปไม่กี่ก้าวก็หายไปในความมืดทันที

 

 

           “ได้ยินเฟิ่งซานพูดถึงนานแล้วว่าพระชายาติ้งอ๋องจัดการอะไรได้เด็ดขาด วันนี้ได้เห็นกับตา สมดังคำร่ำลือจริงๆ” เหยาจีเอ่ยกลั้วหัวเราะ

 

 

           “คุณชายเฟิ่งซานเคยพูดเรื่องข้ากับท่านหรือ” นางจำได้ว่า ตนไม่ได้สนิทสนมกับคุณชายเฟิ่งซานผู้โด่งดังแห่งเมืองหลวงสักเท่าใดนัก

 

 

           เหยาจียกมุมปากขึ้นยิ้ม เลื่อนสายตามองไปทางอื่น “เฟิ่งซานชื่นชมในตัวพระชายามาก เหยาจีชื่นชมในสายตาของเขามาโดยตลอด วันนี้มีโอกาสได้พบพระชายาถือว่ามีบุญอย่างมาก”

 

 

           เยี่ยหลีหลุบตาลงยิ้ม “ได้พบแม่นางที่เป็นนางรำอันดับหนึ่งแห่งชิงเฉิงฝางก็เป็นบุญของเยี่ยหลีเช่นกัน”

 

 

           “เรื่องเมื่อสักครู่ข้าจะเก็บเป็นความลับ” เหยาจีกะพริบตาคู่งาม ใบหน้าอันเย้ายวนดูมีแววขี้เล่น

 

 

เยี่ยหลียิ้ม “ขอบคุณมาก ดึกแล้วเหตุใดแม่นางจึงยังอยู่ที่นี่”

 

 

เหยาจีได้แต่ถอนใจ “มีบางคนและบางเรื่องที่น่ารำคาญเหลือเกิน ข้าแค่มาหาที่หลบเท่านั้น ไม่คิดว่าจะมีวาสนาได้พบกับพระชายา”

 

 

           เยี่ยหลีเข้าใจโดยทันที เหยาจีมีใบหน้าที่งดงามจับจิตจับใจ คงถูกใจคนเข้าไม่น้อย เพียงแต่กล้าที่จะตอแยนางในวังหลวงเช่นนี้ ดูท่าว่าจะไม่ใช่คนธรรมดา “หรือให้ข้าให้คนไปส่งแม่นางออกจากวังดีหรือไม่”

 

 

           สีหน้าเหยาจีเต็มไปด้วยความซาบซึ้ง “เช่นนั้นข้าขอบคุณพระชายามาก”

 

 

           “เรื่องเล็กน้อยเท่านั้น” เยี่ยหลีหันไปสั่งการกับชิงอวี้ แล้วจึงเอ่ยขอตัวกับเหยาจี เดินกลับไปยังตำหนักใหญ่ที่ยังคงมีการแสดงอยู่

 

 

           เมื่อม่อซิวเหยาเห็นเยี่ยหลีเดินกลับมา จึงส่งสายตาสงสัยไปให้ เยี่ยหลีส่ายหน้าบอกว่าตนไม่เป็นอะไร แล้วเดินไปนั่งลงข้างม่อซิวเหยา หลังจากเอ่ยกระซิบเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในอุทยานเมื่อครู่ให้ม่อซิวเหยาฟังคร่าวๆ ม่อซิวเหยาจึงพยักหน้า “อีกเดี๋ยวข้าจะส่งคนไปสืบความ คืนนี้อาหลีอยู่ข้างกายข้าไว้ดีกว่านะ”

 

 

เยี่ยหลีพยักหน้า แล้วจึงเพิ่งรู้สึกได้ว่าบรรยากาศภายในตำหนักใหญ่ดูจะแปลกกว่าตอนที่นางออกไปเสียอีก เสียงดนตรีและการแสดงเงียบลงแล้ว สายตาของทุกคนต่างเหลือบมองไปทางคณะทูตจากแคว้นซีหลิงและหนานจ้าวเป็นพักๆ แม้แต่ตอนที่เยี่ยหลีเข้ามายังมีไม่กี่คนที่สังเกตเห็น

 

 

           ฮว่าเทียนเซียงยิ้มแปลกๆ ส่งมาให้เยี่ยหลี ก่อนลอบใช้คางชี้ไปทางแคว้นซีหลิง เยี่ยหลีมองตามไป กลับเห็นว่าองค์หญิงหลิงอวิ๋นแห่งแคว้นซีหลิงกำลังตาแดงร้องไห้อยู่ วันนี้ดูท่าจะไม่ใช่วันดีขององค์หญิงหลิงอวิ๋น ผ่านไปไม่เท่าไรก็มีเรื่องให้ร้องไห้อีกแล้ว

 

 

           “เกิดอะไรขึ้นหรือ” เยี่ยหลีกระซิบถาม

 

 

           ม่อซิวเหยายิ้มเยือกเย็น “เจิ้นหนานอ๋องซื่อจื่อบอกว่าแคว้นซีหลิงต้องการที่จะสานสัมพันธ์กับต้าฉู่ด้วยการแต่งงาน ยังพูดไม่ทันจบ…องค์หญิงหลิงอวิ๋นก็รีบพูดปฏิเสธ สุดท้าย…ฮ่องเต้เห็นด้วยที่จะสานสัมพันธ์กับแคว้นซีหลิงด้วยการแต่งงาน แต่องค์หญิงหลิงอวิ๋นจะไม่ได้แต่งเข้าวัง”

 

 

           “จากนั้นเล่า”

 

 

           “จากนั้นหนานจ้าวก็ได้ส่งหนังสือจากท่านอ๋องแห่งหนานจ้าว ว่ายินยอมที่จะให้องค์หญิงซีสยาแต่งงานมาอยู่ที่ต้าฉู่”

 

 

           “…”

 

 

           “ความหมายของฮ่องเต้คือ องค์หญิงซีสยาแต่งเข้าวัง ส่วนองค์หญิงหลิงอวิ๋นให้แต่งงานกับหลีอ๋อง”

 

 

           …

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 59-3 ดอกเดียวรู้แพ้รู้ชนะ"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved