cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ชายาเคียงหทัย - ตอนที่ 59-1 ดอกเดียวรู้แพ้รู้ชนะ

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ชายาเคียงหทัย
  4. ตอนที่ 59-1 ดอกเดียวรู้แพ้รู้ชนะ
Prev
Next

         ณ ลานโล่งแห่งหนึ่งในอุทยาน มีผู้คนยืนกันอยู่เต็มไปหมด ไกลออกไปอีกหน่อยแม้แต่นางกำนัลและขันทีที่ว่างจากงานยังมาคอยแอบเมียงมองความคึกคักที่น้อยครั้งนักจะเกิดขึ้นในวังหลวง ม่อจิ่งฉีและฮองเฮาพาพระสนมรวมถึงขุนนางและฮูหยิน รวมถึงสตรีชนชั้นสูงที่มาร่วมงานเลี้ยงกลุ่มใหญ่มาร่วมเป็นพยานให้กับพระชายาติ้งอ๋องและองค์หญิงหลิงอวิ๋นด้วย ทำให้ในอุทยานเกิดเสียงจ้อกแจ้กจอแจขึ้นอย่างไม่เคยมีมาก่อน ด้วยเพราะจำนวนคนมากเกินไป ทำให้มีเพียงฮ่องเต้ ฮองเฮา พระสนม และราชนิกุลที่มียศศักดิ์สูงส่งเท่านั้นที่มีสิทธิ์ได้นั่งดู ส่วนคนอื่นๆ ได้แต่เพียงยืนดูเท่านั้น แต่ทุกคนต่างก็ไม่ได้ใส่ใจเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้ ทุกคนต่างจ้องมองสตรีสองนางที่อยู่กลางลานด้วยความตื่นเต้น ชายาติ้งอ๋องไม่ได้ขอให้ตั้งเป้าธนู เช่นนั้นจะประลองกันอย่างไรเล่า 

 

 

           หลิ่วกุ้ยเฟยนั่งอยู่ข้างองค์ฮ่องเต้ด้วยสีหน้าเรียบเฉย สายตาเยือกเย็นที่มองไปยังเยี่ยหลีดูมีแววพินิจพิเคราะห์อยู่หลายส่วน ม่อจิ่งฉีก้มหน้าลงมองสีหน้าสนมรัก ก่อนหัวเราะเสียงเบา “สนมรักกำลังมองอะไรอยู่หรือ ดูท่าสนมรักจะชอบชายาติ้งอ๋องมาก”  

 

 

หลิ่วกุ้ยเฟยขมวดคิ้ว “ฝ่าบาททรงล้อหม่อมฉันเล่นแล้ว หม่อมฉันเพียงแค่นึกสงสัยเท่านั้นเพคะ”  

 

 

ม่อจิ่งฉีหัวเราะเสียงดังลั่น “คนที่สามารถทำให้สนมรักนึกสงสัยได้มีไม่มากนัก แต่เท่าที่ข้าดู เกรงว่าชายาติ้งอ๋องไม่ทางที่จะชนะได้หรอก”  

 

 

หลิ่วกุ้ยเฟยเลิกคิ้ว แต่ยังคงสงบและเยือกเย็นดังเช่นปกติ แววตาม่อจิ่งฉีมีประกายร้อนแรงขึ้น พูดต่อว่า “องค์หญิงหลิงอวิ๋นเป็นธิดาคนโปรดของฮ่องเต้แคว้นซีหลิง ได้เรียนรู้วิชาทั้งบุ๋นและบู๊มาตั้งแต่เล็กๆ ที่แคว้นซีหลิง ฝีมือยิงธนูของนางโด่งดั่งเสียยิ่งกว่าเพลงกระบี่เสียอีก” 

 

 

           “หากนางแพ้จะมีผลดีกับฝ่าบาทอย่างไรหรือเพคะ” หลิ่วกุ้ยเฟยถามเรียบๆ 

 

 

           ม่อจิ่งฉียิ้มแต่ไม่พูดอะไร เขาเลื่อนสายตาไปมองม่อซิวเหยาที่นั่งเงียบอยู่ห่างไปไม่ไกล สายตาขรึมลง 

 

 

           “ท่านอ๋อง…” ข้างกายม่อซิวเหยา ชิงซวงมองเยี่ยหลีที่กำลังเตรียมตัวอยู่กลางลานด้วยความร้อนใจ นางติดตามคุณหนูมาก็หลายปี เหตุใดชิงซวงจะไม่รู้ว่า คุณหนูของตนแทบจะไม่เคยเรียนการยิงธนูเลย อย่างมากมีแค่เล่นๆ กับคุณชายสามที่บ้านตระกูลสวีเท่านั้น แล้วจะชนะองค์หญิงหลิงอวิ๋นที่ตรากตรำฝึกฝนมาได้อย่างไร 

 

 

           ม่อซิวเหยาเพียงเอ่ยเรียบๆ ว่า “นิ่งไว้ก่อนอย่างเพิ่งตื่นตูมไป” 

 

 

           เหลยเถิงเฟิงนั่งอยู่ข้างๆ มองสีหน้าเรียบเฉยของม่อซิวเหยาแล้วได้แต่ขมวดคิ้ว หรือว่าชายาติ้งอ๋องจะมีไม้ตายอะไรอย่างนั้นหรือ แต่ว่าไม่ว่าจะแพ้หรือชนะ เรื่องนี้ไม่เป็นผลดีต่อแคว้นซีหลิงของพวกเขาเลยแม้แต่น้อย เหลยเถิงเฟิงอดไม่ได้ที่จะนึกก่นด่าอยู่ในใจ พระปิตุลาท่านทรงเลอะเลือนไปแล้วหรือไร เหตุใดจึงได้เลือกให้หลิงอวิ๋นมาอยู่ที่ต้าฉู่ เพราะแม้แต่องค์หญิงที่ไม่เป็นที่โปรดปรานที่สุดในวังหลวงของซีหลิงยังรู้ประสามากกว่าเจ้าเด็กคนนี้เป็นร้อยเท่า “ติ้งอ๋อง เรื่องนี้ทั้งหมดล้วนเป็นเพราะความไม่รู้ประสาของหลิงอวิ๋น ข้าน้อยได้ยินว่าชายาติ้งอ๋องเป็นถึงหญิงสาวมากความสามารถอันดับหนึ่งแห่งเมืองหลวง แต่ไม่ชำนาญวิชาการต่อสู้ การประลองครั้งนี้อาจไม่ยุติธรรมกับพระชายาเท่าไรนัก” 

 

 

           ม่อซิวเหยายิ้ม “ในเมื่ออาหลีเป็นผู้เลือกเอง จะยุติธรรมหรือไม่นั้นย่อมไม่สำคัญ จริงหรือไม่” 

 

 

           “แต่หากเกิดพระชายา…” ม่อซิวเหยามั่นใจมากว่าชายาติ้งอ๋องจะสามารถเอาชนะได้ หรือไม่ได้สนใจว่าตำหนักติ้งอ๋องจะเสียหน้ากันแน่ 

 

 

           “หากอาหลีแพ้ ข้าจะคุกเข่าให้องค์หญิงหลิงอวิ๋นเป็นเพื่อนนาง!” ม่อซิวเหยาเอ่ยตอบเรียบๆ เหลยเถิงเฟิงได้ยินเช่นนั้นก็ตะลึงงันจนเก็บสีหน้าไม่อยู่ ก่อนเลื่อนสายตาไปมองสาวงามที่อยู่ในชุดสีเหลืองนวลเช่นเดียวกับติ้งอ๋อง มือที่ถือจอกเหล้าอยู่กำแน่นเข้าโดยไม่รู้ตัว แววตามืดครึ้ม คิ้วคมอย่างชายชาตรีขมวดเข้าหากันแน่น 

 

 

           กลางลานประลอง เยี่ยหลีและองค์หญิงหลิงอวิ๋นต่างกำลังตรวจสอบคันธนูในมือ องค์หญิงหลิงอวิ๋นสำรวจคันธนูในมือตนอย่างคล่องแคล่ว เพียงแค่ดูก็รู้แล้วว่าเป็นคนที่เคยยิงธนูมาก่อน แต่เยี่ยหลีกลับสำรวจคันธนูในมืออย่างเงอะๆ งะๆ ลองตรงนั้นจับตรงนี้ ผู้คนที่ยืนดูอยู่รอบๆ จึงอดร้อนใจแทนนางไม่ได้ ชายาติ้งอ๋องรูปร่างระหงบอบบาง กิริยาเชื่องช้าและไม่คุ้นเคยของนางทำให้ผู้คนอดนึกสงสัยไม่ได้ อย่าว่าแต่ยิงธนูเลย ชายาติ้งอ๋องสามารถค้างงันธนูได้หรือไม่นั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง 

 

 

           “ว่ามาเถิด จะประลองอย่างไร” องค์หญิงหลิงอวิ๋นเตรียมตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว นางเชิดคางขึ้นปรายตามองเยี่ยหลีอย่างดูหมิ่น 

 

 

           เยี่ยหลีวางคันธนูของตนลงอย่างรวดเร็ว เงยหน้าขึ้นยิ้มน้อยๆ ให้องค์หญิงหลิงอวิ๋น “หนึ่งคนต่อธนูหนึ่งดอก ดอกเดียวรู้แพ้รู้ชนะ!” 

 

 

           “ตามสบาย” องค์หญิงหลิงอวิ๋นกระชับคันธนูในมือ “ว่ามา ให้ยิงไปที่ใด ใบไม้ที่ร่วงหล่นหรือนกที่บินอยู่บนท้องฟ้า” 

 

 

           คำพูดขององค์หญิงหลิงอวิ๋นยิ่งทำให้ทุกคนตกใจมากขึ้นไปอีก เพราะนั่นยิ่งทำให้รู้ถึงฝีมือธนูขององค์หญิงองค์นี้ นางสามารถพูดถึงการยิงใบไม้ที่ร่วงหล่นได้อย่างมั่นใจเช่นนี้ ย่อมหมายความว่านางเป็นคนฝีมือดีจริงๆ ฮว่าเทียนเซียงที่ยืนอยู่ข้างฮว่าฮูหยินกำแขนเสื้อตัวเองแน่น อดตื่นเต้นจนเหงื่อซึมแทนเยี่ยหลีไม่ได้ 

 

 

           เยี่ยหลีค่อยๆ ง้างคันธนูของตนช้าๆ “ธนูเป็นอาวุธ ไม่ได้ใช้เพื่อยิงใบไม้หรือยิงนก ดังนั้น…เราจะประลองการยิงคน!” พูดจบก็ยกคันธนูขึ้นเล็งนิ่งไปยังองค์หญิงหลิงอวิ๋น 

 

 

           อะไรนะ! 

 

 

           ทุกคนต่างตกตะลึง มองหญิงสาวที่อยู่กลางลานเล็งธนูไปยังองค์หญิงหลิงอวิ๋นอย่างแม่นยำแม้จะดูไม่ถนัดมือนัก 

 

 

           “เจ้า…เจ้าบ้าไปแล้วหรือ ล้อเล่นอะไรเช่นนี้” องค์หญิงหลิงอวิ๋นร้องเสียงหลง  

 

 

พวกนางยืนอยู่ห่างกันไม่ถึงห้าสิบก้าว องค์หญิงหลิงอวิ๋นเป็นนักยิงธนูชั้นดีนางย่อมดูออก ถึงแม้ท่าทางของเยี่ยหลีจะดูไม่ทะมัดทะแมงนักแต่ก็ดูรู้ว่าเคยเรียนมา ด้วยระยะเท่านี้ไม่ว่านางหรือเยี่ยหลีโอกาสจะยิงพลาดมีไม่มาก ดังนั้น เยี่ยหลีไม่ได้คิดที่จะประลองธนูกับนางตั้งแต่แรก แต่ต้องการที่จะประลองความกล้า 

 

 

เยี่ยหลียิ้มเย็น “ไม่ว่ากระบี่หรือธนูต่างก็เป็นอาวุธทั้งสิ้น อาวุธนั้นมีไว้ฆ่าฟัน ในเมื่อเป็นการประลอง ย่อมไม่อาจให้เดือดร้อนไปถึงผู้อื่น ดังนั้นจึงต้องรบกวนให้องค์หญิงหลิงอวิ๋นและข้ายิงธนูใส่กันคนละดอก รับผิดชอบการเจ็บหรือตายด้วยตนเอง!” 

 

 

           “ไม่…” นางไม่อยากสานสัมพันธ์ด้วยการแต่งงานกับฮ่องเต้และกลายเป็นสนมคนหนึ่งในวังหลวง นางอยากแต่งงานกับติ้งอ๋อง เป็นชายาติ้งอ๋อง แต่นางไม่อยากตายและไม่อยากรับรู้ความรู้สึกของการถูกธนูยิงด้วย 

 

 

           “ชายาติ้งอ๋อง! เรื่องนี้จะเกินกว่าเหตุไปหรือไม่ หากเกิดอะไรไม่คาดคิดขึ้น…” เหลยเถิงเฟิงลุกยืนขึ้นเอ่ยทัดทาน  

 

 

เยี่ยหลีหันไปมอง แล้วอมยิ้ม “ข้าไม่ได้พูดไปแล้วหรือ ว่าต้องรับผิดชอบการเจ็บหรือตายด้วยตนเอง อีกอย่างฝ่าบาทก็ทรงอนุญาตให้ข้ากับองค์หญิงหลิงอวิ๋นประลองกันแล้ว หรือซื่อจื่อต้องการให้ข้ากลืนน้ำลายตนเองต่อหน้าพระพักตร์ฝ่าบาทและฮองเฮา รวมถึงขุนนางในราชสำนักของต้าฉู่ เช่นนั้นอีกหน่อยตำหนักติ้งอ๋องจะมีหน้าอยู่ในเมืองหลวงได้อย่างไร” เหลยเถิงเฟิงพูดไม่ออก ท่านไม่ได้บอกก่อนว่าจะต้องเดิมพันด้วยชีวิตนี่ 

 

 

           “แน่นอนว่า หากองค์หญิงหลิงอวิ๋นเกิดกลัว จะยอมแพ้เมื่อไรก็ย่อมได้” สุดท้ายเยี่ยหลีจึงได้พูดเสริมขึ้นอีกหนึ่งประโยค และประโยคนี้ย่อมปิดทางถอยทั้งหมดขององค์หญิงหลิงอวิ๋นอย่างไม่ต้องสงสัย ต่อหน้าคนมากมายเช่นนี้ นางจะยอมแพ้เยี่ยหลีได้อย่างไร นางจึงหลุดปากพูดด้วยสีหน้าโกรธขึ้งและไม่ยอมแพ้  

 

 

“ข้าจะไม่ยอมแพ้เจ้าแน่ ข้ายอมเดิมพัน!” 

 

 

           “ดีมาก เริ่มกันเลยเถิด” เยี่ยหลีพยักหน้ายิ้มๆ ด้วยความพอใจ ไม่รู้เพราะเหตุใด อยู่ๆ องค์หญิงหลิงอวิ๋นก็เกิดไม่กล้าจ้องตานางขึ้นมา มองเมินหลบสายตาไปด้วยความประหม่า 

 

 

           เมื่อเหตุการณ์เกิดกลับตาลปัตรเช่นนี้ ม่อจิ่งฉีเองก็ทำอะไรไม่ถูกเช่นกัน หลิ่วกุ้ยเฟยมองแผ่นหลังของเยี่ยหลี นัยน์ตามีแววชื่นชมอย่างไม่เคยมีใครได้เห็นมาก่อน “หม่อมฉันกลับเห็นว่าโอกาสชนะของชายาติ้งอ๋องมีไม่น้อยทีเดียว”  

 

 

ฮองเฮาก็ทราบดีว่า ถึงแม้หลิ่วกุ้ยเฟยจะอยู่ในตระกูลขุนนางสายบุ๋น แต่นางกลับเป็นสตรีที่เก่งทั้งบุ๋นและบู๊อย่างที่หาได้ยาก จึงเอ่ยถามขึ้นด้วยความอยากรู้ว่า “กุ้ยเฟยคิดว่าชายาติ้งอ๋องจะชนะหรือ”  

 

 

หลิ่วกุ้ยเฟยตอบว่า “องค์หญิงหลิงอวิ๋นคนนี้ไม่ได้ใจกล้าจริงดั่งที่นางแสดงออกมา” 

 

 

           “ถ้าเช่นนั้น ก็ทำตามที่ชายาติ้งอ๋องว่า” ม่อจิ่งฉีลุกขึ้นเอ่ย “ดอกเดียวตัดสินแพ้ชนะ ยิงพลาดหรือหลบหลีกถือว่าแพ้ทั้งคู่ เริ่มได้” 

 

 

           ภายในอุทยานเงียบกริบ ขันทีผู้ให้สัญญาณยืนอยู่ตรงกลางระหว่างทั้งสองคน เอ่ยเสียงแหลมขึ้น “พระชายา องค์หญิง เชิญเตรียมตัวได้” จากนั้นจึงรีบเร่งฝีเท้าออกไปจากลานประลอง 

 

 

           “หนึ่ง…” 

 

 

           ทั้งสองง้างธนูขึ้นพร้อมกัน ที่ทำให้ทุกคนตกใจนั้นคือการที่ชายาติ้งอ๋องผู้ดูเรียบร้อยและบอบบางกลับง้างคันธนูได้โดยไม่ลำบากเลย 

 

 

           “สอง…” 

 

 

           องค์หญิงหลิงอวิ๋นง้างธนูออกจนสุด เล็งผ่านปลายธนูไปยังหญิงสาวฝั่งตรงข้าม นางมั่นใจเป็นอย่างมาก หากนางยิงธนูดอกนี้ออกไป จะต้องทำให้ชายาติ้งอ๋องที่ไม่รู้จักประเมินตนเองคนนี้สิ้นชีพอย่างแน่นอน ขอเพียง…ยิงธนูดอกนี้ออกไป! ทันใดนั้น นิ้วที่ง้างคันธนูขององค์หญิงหลิงอวิ๋นก็ค่อยๆ อ่อนแรงลง นางเห็นสายตาของหญิงสาวที่อยู่อีกด้านอย่างชัดเจน สายตาที่เยือกเย็นดุจหิมะ ทำให้หัวใจของนางเหมือนตกลงไปอยู่ในสายน้ำอันเย็นเยียบ เยี่ยหลีในสายตาขององค์หญิงหลิงอวิ๋นดูเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ประหนึ่งมีรังสีอำมหิตและความมั่นใจว่าตนจะต้องยิงถูกแผ่ออกมาอย่างไม่สามารถจะต้านทานได้ นางเพียงมองตนด้วยความสงบนิ่งเท่านั้น ประหนึ่งไม่เห็นธนูที่เล็งมายังนางดอกนั้นอยู่ในสายตา เหมือนนางแน่ใจว่าธนูดอกนั้นจะยิงมาไม่ถูกนางอย่างไรอย่างนั้น ยิ่งเมื่อคิดเช่นนี้ องค์หญิงยิ่งเหลือบมองไปทางปลายธนูของเยี่ยหลีอย่างควบคุมตนเองไม่ได้ นางเริ่มรู้สึกหมดหวัง เมื่อค้นพบว่า หากนางไม่หลบ ต่อให้เยี่ยหลีเป็นมือใหม่ แต่ธนูดอกนั้นจะต้องยิงถูกตัวนางแน่นอน 

 

 

           หน้าผากขององค์หญิงหลิงอวิ๋นไม่รู้ว่ามีเหงื่อเม็ดเล็กๆ ซึมออกมาตั้งแต่เมื่อไร 

 

 

           เยี่ยหลีค่อยๆ สัมผัสถึงคันธนูที่อยู่ในมือ ถึงแม้จะยังไม่ค่อยถนัดมือนัก ยิ่งเทียบไม่ได้กับปืนที่ตนใช้สู้รบมาหลายปีจนคุ้นมือ แต่นี่เป็นครั้งแรกตั้งแต่ที่มายังชาตินี้ที่นางได้ยิงตัดสิน ถึงแม้จะเป็นเพียงละครฉากหนึ่งที่เล่นให้เด็กสาวคนหนึ่งดู แต่ก็อดทำให้นางรู้สึกพอใจและยินดีไม่ได้ เมื่อมองตามปลายธนูไป นางเห็นสายตาหวาดหวั่นในดวงตาองค์หญิงหลิงอวิ๋นอย่างชัดเจน มุมปากนางจึงยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย 

 

 

           ดูเหมือนทุกคนจะกลั้นใจรอการมาถึงของการนับครั้งสุดท้าย เหลยเถิงเฟิงจ้องนิ่งอยู่ที่องค์หญิงหลิงอวิ๋น และด้วยเพราะมุมที่นั่งอยู่ทำให้เขาไม่เห็นสีหน้าของเยี่ยหลี แต่เมื่อดูจากภาษาท่าทางแล้ว เขามองออกว่าเยี่ยหลีไม่คุ้นเคยกับการยิงธนู ด้วยความสามารถของหลิงอวิ๋นควรจะต้องมั่นใจมาก แต่ทำไมนางจึงดูตื่นเต้นเช่นนั้น 

 

 

           ม่อซิวเหยานั่งอยู่บนเก้าอี้รถเข็นอย่างสงบนิ่ง มือทั้งสองข้างวางสบายๆ อยู่บนที่เท้าแขน แต่หากมีใครได้ลองสังเกตดีๆ แล้วพบว่ามือขวาของเขามีบางอย่างซ่อนอยู่ สายตาของเขาก็จับจ้องอยู่ที่องค์หญิงหลิงอวิ๋นเช่นกัน ทว่าไม่ได้จ้องไปที่ใบหน้าขององค์หญิงหลิงอวิ๋น แต่เป็นที่ปลายธนูของนาง 

 

 

           ข้าไม่มีทางแพ้…องค์หญิงหลิงอวิ๋นพยายามบังคับตัวเองอย่างยิ่งยวดไม่ให้ไปสนใจธนูของเยี่ยหลี นางลอบกลืนน้ำลายพร้อมเอ่ยให้กำลังใจตนเองในใจไม่หยุด แต่สายตากลับเผลอหันไปมองปลายธนูของเยี่ยหลีตลอด 

 

 

           “สาม…!” เสียงแหลมเล็กดังขึ้นที่ข้างหู หลิงอวิ๋นเห็นรอยยิ้มที่กว้างขึ้นของเยี่ยหลีได้อย่างชัดเจน มือง้างออกไกลขึ้นเตรียมปล่อยลูกธนูออกมา ส่วนนางเองก็ง้างคันธนูจนสุดก่อนปล่อยลูกธนูออกไป 

 

 

           “สวบ…” ลูกธนูถากเข้าที่หัวไหล่ของเยี่ยหลี ก่อนตกห่างออกไปไม่ไกล 

 

 

           เป็นไปได้อย่างไร! องค์หญิงหลิงอวิ๋นนิ่งอึ้งไป ที่ยิ่งตกใจไปกว่านั้นคือเยี่ยหลียังไม่ได้ปล่อยลูกธนูออกมา แต่ตนเองกลับหมดโอกาสเสียแล้ว ได้แต่มองใบหน้ายิ้มแย้มของเยี่ยหลีที่มองมายังตน ได้ยินที่นางบอกทางสายตาโดยไม่ต้องพูดว่า “ตาข้าแล้ว…” ที่ยิ่งเห็นชัดไปกว่าคือในดวงตาคู่นั้นไม่มีรอยยิ้มเจืออยู่เลยจนนิดเดียว มีเพียงแววเยือกเย็นที่เย็นเยียบเสียยิ่งกว่าปลายธนูและรังสีอำมหิต นางเห็นเยี่ยหลีออกแรงค่อยๆ ง้างออกจนสุด แล้วปล่อย… 

 

 

           “สวบ…” 

 

 

           “อย่า!” อยู่ดีๆ หลิงอวิ๋นก็ร้องเสียงแหลมขึ้น แม้แต่ภาพลักษณ์ก็ไม่สนใจที่จะรักษาอีก ถึงขั้นเอามือกอดศีรษะนั่งลงกับพื้น ลูกธนูปักลงที่พื้นหน้าตนห่างไปหนึ่งก้าว องค์หญิงหลิงอวิ๋นมองลูกธนูที่สั่นไหวน้อยๆ ด้วยความตระหนก แล้วจู่ๆ ก็ร้องไห้ออกมา 

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 59-1 ดอกเดียวรู้แพ้รู้ชนะ"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved