cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ชายาเคียงหทัย - ตอนที่ 57-3 มหรสพก่อนงานเลี้ยงในวัง

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ชายาเคียงหทัย
  4. ตอนที่ 57-3 มหรสพก่อนงานเลี้ยงในวัง
Prev
Next

    “หลิ่วกุ้ยเฟยกำลังคุยอะไรกับชายาติ้งอ๋องหรือ ดูสนุกเชียว” จู่ๆ องค์หญิงเจาเหรินที่นั่งอยู่ตรงข้ามก็เอ่ยถามขึ้น

 

 

           หลิ่วกุ้ยเฟยเงยหน้าขึ้นจ้องนางนิ่งอยู่พักหนึ่ง “สายตาขององค์หญิงเจาเหรินเห็นว่าข้าดูสนุกหรือ” องค์หญิงเจาเหรินโดนสวนกลับจนพูดไม่ออก เยี่ยหลีถอนใจเบาๆ ในใจ นึกอิจฉาหลิ่วกุ้ยเฟยที่มีนิสัยตรงไปตรงมาเช่นนี้ น่าเสียดายที่ไม่ใช่ทุกคนจะมีสิทธิ์มีนิสัยตรงไปตรงมาเช่นนี้ได้ หากไม่ใช่เพราะมีฮ่องเต้คอยคุ้มครองและให้ความโปรดปรานแล้ว หลิ่วกุ้ยเฟยที่มีนิสัยเช่นนี้ ต่อให้ตระกูลจะมีประวัติยิ่งใหญ่เพียงใด ก็เกรงว่าคงจะมีชีวิตอยู่ในวังได้ไม่นาน

 

 

เมื่อเห็นองค์หญิงเจาเหรินหน้าตึงพร้อมกับนิ่งใบ้ไป ดูเหมือนจะทำให้หลิ่วกุ้ยเฟยอารมณ์ดีขึ้นมาก จ้องมองอีกฝ่าย พร้อมพูดด้วยน้ำเสียงเย่อหยิ่งว่า “องค์หญิงไม่ได้ถามว่าข้ากับพระชายาติ้งอ๋องกำลังคุยอะไรกันอยู่หรือ ข้ากำลังบอกว่าในเมื่อชายาติ้งอ๋องไม่ชำนาญเพลงกระบี่ เช่นนั้นให้ข้าแลกเปลี่ยนวิชากับองค์หญิงหลิงอวิ๋นสักหน่อยดีหรือไม่”

 

 

           “กุ้ยเฟย!” ฮองเฮาขมวดคิ้วอย่างไม่เห็นด้วย

 

 

           หลิ่วกุ้ยเฟยกลับไม่สนใจ เพียงจ้ององค์หญิงหลิงอวิ๋นด้วยสายตาเยียบเย็น “องค์หญิง ท่านเห็นว่าอย่างไร”

 

 

           ถึงแม้องค์หญิงหลิงอวิ๋นจะเพิ่งมาอยู่ที่เมืองหลวงได้ไม่นาน แต่นางก็รู้มาว่าหลิ่วกุ้ยเฟยเป็นกุ้ยเฟยที่ฮ่องเต้ตงฉู่โปรดปรานเป็นที่สุด ไม่ว่าอย่างไรนางก็ไม่สามารถลงมือกับหลิ่วกุ้ยเฟยได้ จะแพ้หรือชนะนั้นยังไม่ต้องพูดถึง หากพลั้งมือทำให้หลิ่วกุ้ยเฟยบาดเจ็บ แล้วฮ่องเต้ตงฉู่จะสืบสาวเอาความขึ้นมา ย่อมเป็นตัวนางที่เป็นฝ่ายผิด ถึงอย่างไรตอนนี้พวกนางก็ยังอยู่บนผืนแผ่นดินของตงฉู่

 

 

“เมื่อสักครู่หลิงอวิ๋นเพียงแค่ล้อชายาติ้งอ๋องเล่นเท่านั้น หลิงอวิ๋นอายุยังน้อยไม่ค่อยรู้ความ จะกล้าประมือกับกุ้ยเฟยได้อย่างไรเพคะ”

 

 

           “เอาเถิด กุ้ยเฟย องค์หญิงหลิงอวิ๋นเพียงแค่นิสัยยังเด็ก อีกอย่างนางก็ไม่รู้มาก่อนว่าชายาติ้งอ๋องไม่เป็นเพลงกระบี่ ไม่ได้ตั้งใจดูถูกต้าฉู่ของเรา” ฮองเฮาเอ่ยเสียงเรียบ สีพระพักตร์ดูแน่วแน่และไม่ยอมให้ขัดขืนอย่างที่ยากนักจะได้เห็น หลิ่วกุ้ยเฟยมีฐานะเป็นถึงกุ้ยเฟย เรื่องที่จะออกหน้าแทนชายาติ้งอ๋องไม่รู้เป็นเรื่องดีหรือเรื่องไม่ดี อีกทั้งสมัยก่อนที่หลิ่วกุ้ยเฟยจะเข้าวังเคยมีใจให้ติ้งอ๋องนั้น ไม่ใช่ความลับในหมู่ชนชั้นสูง ที่พระนางทำเช่นนี้ก็เพื่อหาข้ออ้างที่เหมาะสมให้กับเรื่องที่หลิ่วกุ้ยเฟยช่วยออกหน้าแทนนางเท่านั้น

 

 

           เมื่ออยู่เป็นเพื่อนคุยกับฮองเฮาได้พักใหญ่ ด้วยเพราะยังเหลือเวลาก่อนเริ่มงานเลี้ยงอีกมาก ฮองเฮาจึงได้เชิญให้ฮุหยินทั้งหลายไปยังอุทยานเพื่อชมดอกไม้และเดินเล่นกันได้ตามใจ ทุกคนต่างพากันเอ่ยขอบคุณพร้อมทั้งถวายพระพรลาฮองเฮาเพื่อออกไปยังอุทยาน ก่อนไปหลิ่วกุ้ยเฟยถูกฮองเฮาเรียกตัวเอาไว้ก่อน

 

 

เมื่อออกจากตำหนักเฟิ่งเต๋อ ฮว่าเทียนเซียงก็รีบเดินยิ้มเข้ามาหาเยี่ยหลีโดยทันที “คารวะพระชายาติ้งอ๋อง”

 

 

           เยี่ยหลีปรายตามอง “เจ้าว่างเกินไปหรือ”

 

 

           ฮว่าเทียนเซียงโบกมือไปมา “เหตุใดจึงพูดเช่นนี้ ตามธรรมเนียมแล้วข้าควรที่จะทำความเคารพพระชายาติ้งอ๋องมิใช่หรือ เป็นอย่างไรบ้าง เมื่อสักครู่หลิ่วกุ้ยเฟยไม่ได้ทำให้เจ้าลำบากใช่หรือไม่”

 

 

เยี่ยหลีไม่เข้าใจ “เหตุใดนางจึงต้องทำให้ข้าลำบากด้วย”

 

 

ฮว่าเทียนเซียงมองนางเงียบๆ ด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่ายใจ “อาหลี ข้าบอกให้เจ้าออกไปไหนมาไหนบ้างเจ้าก็ไม่ฟัง เจ้าคงสิรู้ว่า หลิ่วกุ้ยเฟย…” แล้วนางก็รู้ตัวว่าการพูดถึงเรื่องกุ้ยเฟยคนหนึ่งที่ในวังนั้นย่อมไม่ใช่เรื่องดี ฮว่าเทียนเซียงจึงกระซิบเสียงเบาที่ข้างหูเยี่ยหลีว่า “ก่อนที่หลิ่วกุ้ยเฟยจะเข้าวัง นาง…มีใจให้กับติ้งอ๋อง”

 

 

เยี่ยหลีไม่ได้กล่าวอะไร แม้แต่ฮว่าเทียนเซียงยังรู้ข่าวเรื่องนี้ ดูท่าจะไม่ใช่แค่การมีใจธรรมดาๆ เสียแล้ว เยี่ยหลีพยักหน้า “ข้ารู้ แต่นางไม่ได้ทำให้ข้าลำบากหรอก”

 

 

           ฮว่าเทียนเซียงเดินคู่ไปกับเยี่ยหลี ยักไหล่พร้อมเอ่ยว่า “พูดตามจริง ข้าประหลาดใจไม่น้อยที่นางช่วยออกหน้าแทนเจ้า ดูจากสีหน้าของนางแล้วก็ไม่เหมือนว่าจะเห็นเจ้าแปลกไปจากคนอื่น”

 

 

           “หลิ่วกุ้ยเฟยฝีมือกระบี่ดีมากหรือ” เยี่ยหลีตัดสินใจว่าจะไม่เล่าให้ฮว่าเทียนเซียงฟังเรื่องที่นางเคยถูกหลิ่วกุ้ยเฟยดูถูกต่างๆ นานา

 

 

           ฮว่าเทียนเซียงถอนหายใจ สีหน้าทั้งอิจฉาและริษยา “ว่าไปแล้ว หลายปีมานี้ การที่ทุกปีเมืองหลวงจะต้องมีการคัดเลือกสาวมากความสามารถอันดับหนึ่งกับสาวงามอันดับหนึ่งอะไรนั่น ล้วนเป็นเรื่องล้าสมัยไปแล้ว หลิ่วกุ้ยเฟยนี่สิ…ถึงจะเป็นหญิงสาวที่ทั้งสวยทั้งเก่งของจริง ได้ยินว่างานบุปผานานาพรรณในปีนั้นเป็นปีที่มีสีสันที่สุดตั้งแต่ก่อตั้งแคว้นต้าฉู่มาเลยทีเดียว สมัยนั้นคนที่เข้าร่วมการประลองเป็นสาวงามสองคนแรกที่อยู่ในภาพยอดหญิงงามแห่งแคว้นของหานหมิงเย่ว์พอดี เจ้าคงพอนึกภาพออก…”

 

 

เยี่ยหลีเห็นด้วยอย่างยิ่ง ถึงแม้จะไม่ได้เห็น แต่ก็สามารถจินตนาการได้ว่าการแข่งขันนั้นจะต้องดุเดือดมากเป็นแน่ “แล้วหลิ่วกุ้ยเฟยเป็นผู้ชนะหรือ”

 

 

           “ไม่ นางแพ้” ฮว่าเทียนเซียงพูดด้วยความเสียดาย “ตอนนั้นหลิ่วกุ้ยเฟยเพิ่งอายุได้สิบสามปี แต่ซูจุ้ยเตี๋ยอายุสิบหกปีแล้ว ต่อให้ตอนนี้หลิ่วกุ้ยเฟยเป็นเพชรเม็ดงามและเป็นบัณฑิตแห่งแคว้น แต่เมื่อตอนอายุสิบสามก็เป็นเพียงเด็กน้อยเท่านั้น ดังนั้น ยอดเพชรงามแห่งต้าฉู่ภาพแรกจึงเป็นของซูจุ้ยเตี๋ย ส่วนภาพที่สองจึงเป็นหลิ่วกุ้ยเฟย ภาพนั้นหานหมิงเย่ว์วาดขึ้นตอนที่หลิ่วกุ้ยเฟยอายุได้สิบห้าปี แน่นอนว่า หากพูดกันเฉพาะเรื่องรูปลักษณ์แล้ว ในใต้หล้านี้ข้ายังไม่เห็นจะมีใครที่เอาชนะซูจุ้ยเตี๋ยคนนั้นได้ หลิ่วกุ้ยเฟยก็ยังแพ้อย่างราบคาบ”

 

 

           “อืม หลังจากนั้นเล่า”

 

 

           “หลังจากนั้นทั้งสองก็ได้ประลองกัน ปีนั้นในงานบุปผานานาพรรณถือว่าไม่มีคนอื่นเทียบได้เลย ซูจุ้ยเตี๋ยได้ที่หนึ่งด้านร่ายรำ วาดภาพ โคลงกลอน และดนตรีฉิน สี่ประเภท หลิ่วกุ้ยเฟยได้ที่หนึ่งด้านหมากล้อมและเขียนอักษร สองประเภท ที่สองล้วนผลัดกัน จากนั้นหลังจากที่ซูจุ้ยเตี๋ยหมั้นหมายก็ไม่ได้ร่วมงานบุปผานานาพรรณอีกเลย หลังจากนั้นสามปี หลิ่วกุ้ยเฟยก็ได้ที่หนึ่งทั้งด้านร่ายรำ วาดภาพ โคลงกลอน ดนตรีฉินและอื่นๆ ขอเพียงเป็นการประลองในงานบุปผานานาพรรณ นางล้วนได้ที่หนึ่งทั้งหมด”

 

 

           เยี่ยหลียอมรับอย่างจริงใจ มิน่าหลิ่วกุ้ยเฟยถึงได้เชิดหน้ามองนางด้วยรูจมูกตลอด นางมากความสามารถจริงๆ นี่เอง เมื่อเห็นท่าทางไม่ใส่ใจของเยี่ยหลี ฮว่าเทียนเซียงก็พูดอย่างจริงจังว่า “ข้าพูดให้เจ้าฮึกเหิมขึ้นมาบ้างหรือไม่ หรือว่าเจ้าไม่รู้สึกหวั่นใจบ้างเลยหรือ”

 

 

เยี่ยหลีถอนใจ “เจ้าคิดมากไปแล้ว” ตัวนางกับหลิ่วกุ้ยเฟยที่เก่งกาจเช่นนั้นไม่ได้เดินอยู่บนเส้นทางเดียวกันเสียหน่อย จะให้นางเรียนจนเก่งกาจจนได้ที่หนึ่งไปเสียทุกด้านเช่นนั้น นางยอมไปใช้ชีวิตเที่ยวเล่นอยู่ในป่าเสียยังดีกว่า จะให้นางวาดแผนที่ หรือวาดโครงสร้างอาวุธอะไรก็ไม่มีปัญหาเลย แต่จะให้นางยกพู่กันขึ้นวาดภาพก็ทำได้เพียงลอกเลียนแบบเท่านั้น ในงานบุปผานานาพรรณครั้งนั้นถือว่านางแสดงความสามารถได้มากกว่าธรรมดาแล้ว

 

 

           “ช่างเถิด” ฮว่าเทียนเซียงโบกมือให้วุ่นไปหมด เหลือบมองเห็นองค์หญิงหลิงอวิ๋นที่จ้องมองพวกนางอยู่ไม่ไกลแล้วจึงเอ่ยถามว่า “เจ้าไปทำอะไรให้องค์หญิงหลิงอวิ๋นนั่นอีกหรือ”

 

 

เยี่ยหลีพูดไม่ถูก “ข้าเพิ่งเคยพบหน้าองค์หญิงหลิงอวิ๋นเป็นครั้งแรกจริงๆ ก่อนหน้านี้ข้าเพียงเคยพบเพียงเจิ้นหนานอ๋องซื่อจื่อแห่งแคว้นซีหลิงเท่านั้น”

 

 

ฮว่าเทียนเซียงไม่เข้าใจ “เช่นนั้นเหตุใดนางจึงทำหน้าเหมือนอยากกินเจ้าเช่นนี้เล่า”

 

 

           “กระบี่หลั่นอวิ๋นหรือ” นี่เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับองค์หญิงหลิงอวิ๋นเพียงเรื่องเดียวที่นางคิดออก

 

 

           “กระบี่หลั่นอวิ๋นหรือ นั่นเป็นของของตำหนักติ้งอ๋อง เกี่ยวอะไรกับองค์หญิงหลิงอวิ๋น”

 

 

           “ใครก็รู้ว่านั่นเป็นของที่ส่งกลับมาให้จากแคว้นซีหลิง องค์หญิงหลิงอวิ๋นคงนึกเสียดายกระมัง พวกเราไปที่อื่นกันเถิด” เมื่อเห็นองค์หญิงหลิงอวิ๋นที่จ้องพวกนางอยู่เดินเข้ามา เยี่ยหลีก็รีบพูดขึ้นทันที

 

 

           ฮว่าเทียนเซียงเบ้ปาก “เป็นโชค ไม่ใช่ภัย หากเป็นภัยก็หนีไม่พ้น หรือว่าเจ้าคิดอยากจะเดินหลบไปทั่วอุทยานหรือ”

 

 

           “ชายาติ้งอ๋อง” ยังพูดไม่ทันจบ องค์หญิงหลิงอวิ๋นก็เดินมาตรงหน้าพวกนางพอดี บรรดาสตรีสูงศักดิ์โดยรอบที่อยู่ห่างไปไม่ไกลต่างก็เหลือบมองมาทางนี้โดยไมได้ตั้งใจ

 

 

           “องค์หญิง มีเรื่องอันใดอีกหรือ”

 

 

           องค์หญิงหลิงอวิ๋นกล่าวว่า “ข้าอยากคุยกับพระชายาเป็นการส่วนตัว”

 

 

           เยี่ยหลีขมวดคิ้ว “ข้าไม่รู้ว่ามีเรื่องอันใดที่จะต้องคุยกับองค์หญิง”

 

 

           ใบหน้าเรียวเล็กขององค์หญิงหลิงอวิ๋นขรึมลง “ข้าเดินทางมาเป็นพันลี้ กับแค่การเดินในอุทยานเป็นเพื่อนข้า พระชายาติ้งอ๋องก็ยังไม่ยินยอมหรือ”

 

 

เยี่ยหลีจึงได้แต่พยักหน้า “ถ้าเช่นนั้น เชิญองค์หญิงเถิด” องค์หญิงหลิงอวิ๋นส่งเสียงเหอะเบาๆ เชิดหน้าขึ้นออกเดินไปก่อนก้าวหนึ่ง เยี่ยหลีได้แต่ส่งสีหน้าปลอบโยนไปให้ฮว่าเทียนเซียงที่มองมาด้วยความกังวล ถอนใจเบาๆ ทีหนึ่งก่อนออกเดินตามไป เด็กสาวสมัยนี้นี่…ขาดการอบรมกันจริงเชียว!

 

 

           องค์หญิงหลิงอวิ๋นโบกมือให้สาวใช้ตนถอยออกไป เยี่ยหลีจึงเกรงใจไม่กล้าให้พวกชิงหลวนตามไปด้วย ทั้งสองเดินคู่กันไปตามทางเดินเล็กๆ ในอุทยาน เยี่ยหลีเอ่ยถามขึ้นว่า “องค์หญิงมีเรื่องอันใดที่อยากจะพูดกับข้าหรือ”

 

 

           องค์หญิงหลิงอวิ๋นหันหน้ามามองนาง แล้วส่งเสียงเหอะเบาๆ “เจ้าไม่เหมาะสมกับติ้งอ๋อง”

 

 

           มุมปากเยี่ยหลียิ้มเล็กน้อย “องค์หญิงกล่าวเกินไปแล้ว จะแต่งลูกสาวก็ต้องแต่งให้ดี นี่ไม่ได้หมายความว่าข้าได้บ้านสามีที่ดี มีสามีที่ดีหรอกหรือ”

 

 

 “เจ้าไม่ต้องมาทำท่าทางเช่นนี้ ข้าสืบเรื่องเจ้ามาโดยละเอียดแล้ว ก็แค่ลูกสาวบ้านเจ้ากรมเยี่ยที่ไม่ได้มีชื่อเสียงอะไร แล้วยังถูกหลีอ๋องถอนหมั้นมาอีก เมื่อได้รับพระราชทานงานสมรสกับติ้งอ๋องถึงได้พอมีชื่อเสียงขึ้นมาบ้าง ต่อให้เจ้าได้เป็นสาวมากความสามารถอันดับหนึ่งแห่งเมืองหลวงแล้วอย่างไร เจ้าก็ยังไม่เหมาะสมกับติ้งอ๋องอยู่ดี” หลิงอวิ๋นกล่าวอย่างดูแคลน

 

 

           “อ้อ เช่นนั้นหรือ” เยี่ยหลียังคงสีหน้าเดิมไม่เปลี่ยน แล้วเอ่ยถามเรียบๆ ว่า “ต่อให้ข้าไม่เหมาะสมกับติ้งอ๋อง แล้วเกี่ยวอันใดกับองค์หญิงหรือ”

 

 

           องค์หญิงหลิงอวิ๋นเลิกคิ้ว อมยิ้มประหนึ่งได้ที “อีกไม่นานเจ้าก็จะได้รู้ว่าเกี่ยวอันใดกับข้า ติ้งอ๋องเป็นของข้า เยี่ยหลีหากเจ้ารู้ตัวก็หลีกไปไกลๆ เสียดีๆ”

 

 

เยี่ยหลีขมวดคิ้ว จ้องมององค์หญิงหลิงอวิ๋นอย่างจริงจังอยู่พักใหญ่ ก่อนเอ่ยถามว่า “องค์หญิง ข้ามีเรื่องอยากถามท่าน”

 

 

           “ว่ามา”

 

 

           “ข้าขอถามว่า ซิวเหยารู้หรือไม่ว่าท่านเป็นใคร” เยี่ยหลีเอ่ยถาม “เท่าที่ข้ารู้ ซิวเหยาไม่ได้ออกไปไหนมาไหนอย่างน้อยๆ ก็เจ็ดปี คิดคร่าวๆ ต่อให้พวกท่านเคยพบหน้ากันก็คงเป็นตอนที่องค์หญิงมีอายุได้เจ็ดขวบ ข้าขอถามว่า…ซิวเหยาจะยังจำได้หรือว่าท่านเป็นใคร หรือว่า เขาไม่แม้แต่จะรู้จักท่านเลย”

 

 

           “เช่นนั้นแล้วอย่างไร ข้าเป็นองค์หญิงที่สูงศักดิ์ที่สุดของต้าหลิน หรือว่าจะสู้เจ้าไม่ได้” องค์หญิงหลิงอวิ๋นจ้องเยี่ยหลีด้วยความโกรธ

 

 

           เยี่ยหลีมองนางด้วยความแปลกใจ “หากองค์หญิงอยากแต่งงานกับติ้งอ๋องจริง ก็ควรที่จะปรากฏตัวเพื่อมาแย่งกับข้า ก่อนงานแต่งงานของพวกเราถึงจะถูกมิใช่หรือ ตอนนี้พวกเราแต่งงานกันไปแล้ว องค์หญิงจึงมาปรากฏตัวเช่นนี้ หมายความว่าอย่างไร ท่านคงทราบว่าตำหนักติ้งอ๋องไม่เคยแต่งชายาพร้อมๆ กันสองคนรวมทั้งไม่เคยหย่าและแต่งงานใหม่มาก่อน หรือว่าองค์หญิงจะยอมเสียเปรียบมาเป็นภรรยารอง หากไม่ใช่…ต่อให้ข้าตายไป แล้วองค์หญิงได้แต่งงานเข้าตำหนักติ้งอ๋องโดยสะดวก ท่านก็ยังได้เป็นเพียงภรรยาที่มาทีหลัง วันหนึ่งค่ำและสิบห้าค่ำยังต้องไปจุดธูปกราบไหว้วิญญาณข้าอีกด้วยนะ”

 

 

           “เจ้า…เจ้าฝันไปเถิด! ข้าจะต้องเป็นชายาเอกของติ้งอ๋องให้ได้” องค์หญิงหลิงอวิ๋นพูดด้วยความโกรธ

 

 

           “แล้วแต่ท่านจะคิดเถิด” เยี่ยหลีมองนางด้วยความสงสาร “แต่ข้าคิดว่าความต้องการของเจิ้นหนานอ๋องซื่อจื่อดูเหมือนจะไม่เหมือนกับท่าน ท่านว่าใช่หรือไม่”

 

 

           แววตาขององค์หญิงหลิงอวิ๋นเปล่งประกายโกรธแค้น หากไม่ใช่เพราะเมื่อถึงเมืองหลวงต้าฉู่ เหลยเถิงเฟิงก็กักตัวนางไว้ให้อยู่แต่ในจวนทูต แล้วบอกกับผู้อื่นว่านางสุขภาพไม่ดี จนเมื่อติ้งอ๋องจัดงานมงคลสมรสเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงค่อยปล่อยนางออกมา นางจะเพิ่งมาหาเยี่ยหลีเอาตอนนี้ได้อย่างไร

 

 

เยี่ยหลีอมยิ้มมองสีหน้าที่เปลี่ยนไปมาขององค์หญิงหลิงอวิ๋น แล้วพูดต่อว่า “จะว่าไป การพาองค์หญิงที่อายุกำลังเหมาะสมมาเป็นทูตยังแคว้นเพื่อนบ้านด้วยนั้น ข้ายังไม่เคยเห็นนัก…โดยส่วนใหญ่ก็มาเพื่อที่จะ…แต่งงานหรือ ดูเหมือนข้าได้ยินว่าเมื่อหน้าหนาวปีที่แล้ว แคว้นซีหลิงต้องพบกับพายุหิมะ หรือว่า…” มีหลายๆ เรื่องที่นางไม่คิดอยากนึกถึง แต่ไม่ใช่ว่านางมองไม่ออก กับองค์หญิงหลิงอวิ๋นท่านนี้นางไม่นึกกังวลใจแม้แต่นิดเดียว เพราะไม่ว่าองค์หญิงท่านนี้จะมีความสามารถเพียงใด ฮ่องเต้ก็คงไม่ให้ม่อซิวเหยาแต่งงานกับองค์หญิงซีหลิงเพื่อมาทำให้ตนลำบากขึ้นเป็นแน่ ไม่ต้องพูดถึงองค์หญิงแคว้นซีหลิง ต่อให้เป็นองค์หญิงแคว้นเป่ยหรงหรือองค์หญิงแคว้นหนานจ้าวก็ไม่ควรเกี่ยวข้องกับม่อซิวเหยา มีเพียงองค์หญิงตรงหน้าคนนี้คนเดียวที่ไม่เข้าใจสถานการณ์เหล่านี้ คิดไปเองว่ามาหานางแล้วบอกให้นางถอยไปตรงๆ ก็จะเป็นไปอย่างที่ตนหวังไว้ นางไม่อยากนึกดูถูกความนึกคิดขององค์หญิงเหล่านี้เลยจริงๆ เพียงแต่…ในบรรดาองค์หญิงรุ่นสาวอยู่มีใครที่ปกติบ้างหรือไม่นะ หรือว่านางจะยังเด็กเกินไปจริงๆ

 

 

           “ท่านชอบอะไรในตัวติ้งอ๋องหรือ” เมื่อเห็นสีหน้าแน่วแน่ขององค์หญิงหลิงอวิ๋นแล้ว เยี่ยหลีจึงถามขึ้นด้วยความอยากรู้

 

 

           องค์หญิงหลิงอวิ๋นส่งเสียงเหอะเบาๆ “เจ้าจะไปเข้าใจอะไร ติ้งอ๋องเป็นชายหนุ่มที่ยอดเยี่ยมสุดในใต้หล้า เป็นแม่ทัพอายุน้อยที่สุดและเก่งกาจที่สุด และเป็นชายหนุ่มที่มากความสามารถอีกด้วย คนที่ข้าต้องการจะแต่งงานด้วยย่อมเป็นคนที่ดีเลิศที่สุดเป็นธรรมดา”

 

 

           “เขาตอนนี้ดูจะไม่ได้ดีเลิศอย่างที่ท่านว่า” เยี่ยหลีเอ่ยเตือน

 

 

           “เจ้านี่ช่าง…เจ้านี่ช่างเห็นแก่ได้เสียจนเกินทน พูดกับเจ้ามากขึ้นอีกแค่ประโยคเดียวก็ทำให้ข้ารู้สึกสะอิดสะเอียนยิ่งนัก ติ้งอ๋องคงตาบอดไปแล้วจริงๆ ถึงได้ชอบผู้หญิงอย่างเจ้า ข้ารู้ว่าฮ่องเต้ของตงฉู่มีรับสั่งให้เขาแต่งงานกับเจ้า แต่ผู้หญิงอย่างเจ้าจะเข้าใจว่าเขาดีเลิศเพียงไหนได้อย่างไร”

 

 

           เมื่อเห็นหญิงสาวตรงหน้าเอ่ยหาความชอบธรรมเช่นนี้แล้ว เยี่ยหลีจึงนึกพิจารณาตัวเองว่าตนควรจะรู้สึกอายดีหรือไม่ เมื่อเทียบกับองค์หญิงตรงหน้าแล้ว หยางเชียนหรูกลายเป็นคนปกติ และเยี่ยอิ๋งกลายเป็นคนที่น่ารักขึ้นมาทันที

 

 

           “ข้าจะต้องเป็นชายาติ้งอ๋องให้ได้!” องค์หญิงหลิงอวิ๋นจ้องเยี่ยหลีพร้อมพูดด้วยความเด็ดเดี่ยว

 

 

           “พยายามเข้า ข้าขอให้ท่านประสบความสำเร็จ” เยี่ยหลีเอ่ยเรียบๆ

 

 

           “ข้าจะต้องเป็นชายาติ้งอ๋องให้ได้!” องค์หญิงหลิงอวิ๋นพูดอย่างขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน พูดจบนางก็กระโดดลงทะเลสาบจำลองที่อยู่ข้างๆ ไปทันที

 

 

           “ช่วยด้วย…ช่วยด้วย องค์หญิงตกน้ำ!” เสียงแหลมของผู้หญิงดังก้องขึ้นในอุทยาน

 

 

           เยี่ยหลีก่นด่าเสียงเบา ก่อนจะกระโดดลงน้ำตามไปด้วยอีกคน

 

 

           บ้าเอ้ย เจ้าบ้านี่มีแม่อยู่เยอะเสียจริง! ม่อซิวเหยา เตรียมตัวตายให้ดีเถิด!

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 57-3 มหรสพก่อนงานเลี้ยงในวัง"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved