cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗] - บทที่ 440 พระราชวังแห่งการสะท้อนเงา (2)

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗]
  4. บทที่ 440 พระราชวังแห่งการสะท้อนเงา (2)
Prev
Next

บทที่ 440: พระราชวังแห่งการสะท้อนเงา (2)

เวลาหยุดนิ่งไปในวินาทีนั้น

หัวใจของฉินเย่หยุดเต้นไปชั่วขณะ การโจมตีนี้อาจจะไม่ฆ่าเขา แต่…มันจะต้องทำให้เขากระเด็นออกไปหลายพันเมตรอย่างแน่นอน! และผลกระทบที่ตามมาก็จะต้องเหนือจินตนาการอย่างแน่นอน!

เขาจ้องมองไปยังทหารวิญญาณด้านล่างที่ตอนนี้มีจำนวนอยู่ทั้งสิ้นไม่กี่พันนายเท่านั้น หากหลายจวิ่นเฉินยังคงมีไพ่ตายอย่างอื่นซ่อนอยู่ มันก็มีความเป็นไปได้อย่างมากที่ยมโลกจะไม่สามารถแย่งชิงการควบคุมพระราชวังแห่งการสะท้อนเงามาได้สำเร็จ! และเมื่อเป็นเช่นนั้น กองกำลังของนครชฺวีฟู่ก็จะมารวมตัวกันอีกครั้ง และสถานการณ์ทั้งหมดก็จะกลับไปเริ่มต้นใหม่อีกรอบ!

ทว่าทันใดนั้นเอง หางตาของฉินเย่ก็สังเกตเห็นว่าหยางเหยียนเจาดูเหมือนจะกำลังตะโกนว่าอะไรบางอย่าง… หืม?

ฉินเย่ชะงักไป

หยางเหยียนเต๋ออยู่ที่ไหน?

เสี้ยววินาทีต่อมา ชายคนหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นด้านข้างของฉินเย่และดึงตัวเด็กหนุ่มออกจากจุดที่เขายืนอยู่ ในเวลาเดียวกัน ประกายแสงจ้าระเบิดออกมาจากตะเกียงเถาฮวา ส่งผลให้เกิดการบิดเบือนในอากาศ จากนั้น…โคร่ม อาคารขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ห่างออกไป 10,000 เมตรก็แตกสลายกลายเป็นผุยผง

“พี่ห้า!!!!!” ดวงตาของหยางเหยียนเจาวาวโรจน์ด้วยความโกรธขณะที่เขาคำรามออกมาสุดเสียง แต่ในขณะที่เขากำลังจะพุ่งตัวไปข้างหน้า เขาก็หยุดตัวเองไว้พร้อมกับกัดฟันกรอด หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างหนักหน่วงในทุก ๆ ลมหายใจ

หัวใจของฉินเย่พลันรู้สึกเจ็บปวดเป็นอย่างมาก แต่เขาก็รู้ดีว่าเมื่ออยู่ในสนามรบ เขาจะมาสนใจความรู้สึกของตนเองไม่ได้เด็ดขาด เขาดึงหอกกลับมาเล็กน้อยและแทงมันเข้าไปที่ไหล่ของหลายจวิ่นเฉิน

จะเสียสมาธิตอนนี้ไม่ได้เด็ดขาด!

“อ๊ากกกกก!!!” หลายจวิ่นเฉินกรีดร้องออกมาขณะที่ร่างของเขาถูกตรึงไว้ที่แท่นบูชาด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว เขายกมือกุมใหล่ของตัวเองด้วยความเจ็บปวด แต่ก็ไม่สามารถหลุดเป็นอิสระได้ไม่ว่าจะพยายามดิ้นรนเพียงใดก็ตาม

ฉินเย่มองผ่านหลายจวิ่นเฉินและเลยไปยังกระจกบานใหญ่ที่อยู่ด้านหลังของอีกฝ่าย จากนั้น เขาก็มองเลยมันไปยังผืนดินด้านล่าง และในวินาทีนั้น เขาก็ได้เห็นภาพทิวทัศน์ทั้งหมดของนครชฺวีฟู่ มันเป็นภาพที่น่าตื่นตะลึงเป็นอย่างมาก

มันเป็นภาพของบ้านเรือนหลายแสนหลังที่ถูกล้อมรอบด้วยกำแพงเมืองที่สูงตระหง่าน

บ้านส่วนใหญ่ถูกสร้างขึ้นด้วยไม้ และพวกมันก็ถูกออกแบบในลักษณะของจีนโบราณ เรียงรายไปตามถนนที่กว้างขวางอย่างเป็นระเบียบเพื่อสะดวกต่อการเข้าถึง เมืองทั้งเมืองถูกออกแบบมาอย่างดี อันที่จริง มันแทบจะคล้ายคลึงกับช่วงยุคสมัยของราชวงศ์ฮั่นหรือราชวงศ์ถังในตอนที่ประเทศชาติเจริญรุ่งเรืองเลยก็ว่าได้

และมันก็เป็นวินาทีนั้นเช่นเดียวกันที่ทำให้ฉินเย่เข้าใจว่าเหตุใดกลุ่มอำนาจในแดนมนุษย์ถึงมักจะทำสงครามกันตลาดเวลา

นั่นก็เพราะว่าในวินาทีที่แม่ทัพหรือพระราชาผู้หนึ่งได้ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของโลก มองลงมายังดินแดนและผู้ใต้บังคับบัญชาที่ก้มหัวยอมจำนนแก่ตน มันทำให้หัวใจของพวกเขาอัดแน่นไปด้วยความรู้สึกของการประสบความสำเร็จอย่างนี้นี่เอง

มันคือความสวยงามของสงคราม

สงครามครั้งนี้ดำเนินมาเพียง 20 ชั่วโมง แต่มันกลับมีทหารวิญญาณผู้กล้าหาญตั้งกี่นายที่ต้องถูกสังหารไปในระยะเวลาสั้น ๆ นี้? นครชฺวีฟู่… เขาค่อย ๆ กวาดตามองไปยังดินแดนทั้งหมดโดยรอบ มองไปยังดวงวิญญาณนับล้านที่ยังคงลอบมองมาที่เขาจากภายในที่หลบภัยของตนเอง จากนั้น เขาก็หันกลับไปมองพระราชวังแห่งการสะท้อนเงา

มันยังคงเปล่งประกายสว่างจ้า ราวกับดวงอาทิตย์ที่ลอยอยู่เหนือสวรรค์ทั้งเก้า รัศมีความสว่างของมันแผ่ขยายออกไปหลายร้อยไมล์ ดูงดงามอย่างไม่น่าเชื่อ

“และตอนนี้ มันก็ตกเป็นของเรา!” เด็กหนุ่มหลับตาลงและปล่อยให้เสื้อผ้าของตนกระพือไปตามลมขณะที่สูดหายใจเข้าช้าๆ

มันเป็นความรู้สึกของอำนาจ

เขารู้สึกได้ว่าบางสิ่งบางอย่างในร่างกายได้หลอมรวมเข้ากับร่างเขาอย่างสมบูรณ์ มันเป็นความรู้สึกที่เบาบางและหายวับไปอย่างรวดเร็ว แต่ก็ชัดเจน เขาพยายามนึกหาว่าตนเคยรู้สึกเช่นนี้มาก่อนที่ใด แต่เขาก็นึกไม่ออก

พรึ่บ! ทันใดนั้นเอง หยางเหยียนเจาก็วิ่งขึ้นมาถึงด้านบนสุดของแท่นบูชาพร้อมกับการหอบหายใจอย่างหนักหน่วง กองกำลังของยมโลกส่วนที่เหลือยังคงตะโกนออกมาอย่างกล้าหาญขณะที่พวกเขาเองก็วิ่งขึ้นมาด้านบนเช่นกัน ฉินเย่ถูกดึงออกจากภวังค์ความคิดของตนและรีบก้มหน้าลงมองร่างที่ไร้เรี่ยวแรงของหลายจวิ่นเฉินที่นอนอยู่ตรงหน้าของตนทันที

ไม่…เขายังมีสิ่งที่ต้องทำอยู่

จะต้องแย่งพระราชวังแห่งการสะท้อนเงาและกลายเป็นเจ้าเมืองของนครชฺวีฟู่! จากนั้น เขาก็จะใช้ที่นี่เป็นจุดเริ่มต้นในการรวบรวมพื้นที่ส่วนอื่น ๆ ทางฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของจีน!

สงบใจไว้… สงบใจไว้… เขาพยายามระงับความรู้สึกภายในใจของตนเองก่อนจะหันไปหาหยางเหยียนเจา “แม่ทัพหยางเหยียนเต๋ออยู่ที่ใด?”

“ฝ่าบาท!!” ดวงตาของหยางเหยียนเจาสั่นไหวอย่างบ้าคลั่งขณะที่อกของเขากระเพื่อมขึ้นลงอย่างหนัก “นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญนะพ่ะย่ะค่ะ! ตอนนี้นครชฺวีฟู่แทบจะตกอยู่ในกำมือของพวกเราแล้ว! แต่…เราไม่สามารถปล่อยให้ชายผู้นี้ตายได้พ่ะย่ะค่ะ!”

ฉินเย่พยักหน้า ก่อนจะหันไปมองนครชฺวีฟู่อีกครั้ง

ห่างไกลออกไป ทหารวิญญาณของนครชฺวีฟู่กว่าแสนนายกำลังมุ่งหน้ากลับเข้ามาภายในเมืองชั้นในโดยไม่สนใจกองกำลังของยมโลกที่ไล่ตามมาติด ๆ มันแทบจะเหมือนกับว่ามีทะเลเปลวเพลิงได้หลั่งไหลกลับเข้ามาด้านในจากทั่วทุกสารทิศ

ถึงเวลาที่จะต้องจบทุกอย่าง…

เขาละสายตาจากภาพตรงหน้าและหันไปยังพระราชวังแห่งการสะท้อนเงาอีกครั้ง ที่ฐานของมันมีรูปปั้นของตี้ทิงที่พัวพันกับเซี่ยจื้อตั้งอยู่ที่ฐานของพระราชวังแห่งการสะท้อนเงา และกรงเล็บของอสูรทั้งสองก็พยุงกระจกบานใหญ่ขึ้น หากพูดกันตามตรง กรงเล็บของอสูรทั้งสองดูเหมือนว่าจะทิ่มเข้าไปในผิวของกระจกด้วยซ้ำ

พลังหยินมหาศาลหลั่งไหลเข้าไปในพระราชวังแห่งการสะท้อนเงาผ่านทางกรงเล็บของอสูรศักดิ์สิทธิ์ทั้งสอง นี่คือแหล่งพลังงานที่คอยค้ำจุดพระราชวังแห่งการสะท้อนเงาเอาไว้

ทุกคนต่างรู้ดีว่าวัตถุหยินนั้นจะต้องขับเคลื่อนโดยแหล่งกำเนิดพลังหยิน รวมทั้งหินวิญญาณ และนี่ก็คือช่องทางที่พระราชวังแห่งการสะท้อนเงาได้รับพลังงานของมัน

ฉินเย่ใส่พลังหยินขั้นตุลาการนรกของตนเข้าไปในหอกอีกครั้ง จากนั้นด้วยแรงผลักอันทรงพลัง เขาแทงไปที่รูปปั้น ทำให้มันเกิดรอยร้าวและแตกสลายกลายเป็นผุยผง ตู้ม!! กลไกส่งพลังหยินไปยังพระราชวังแห่งการสะท้อนเงาถูกเผยออกมาให้เห็น พร้อมกับ…กองหินวิญญาณจำนวนมากที่มีขนาดราวกับภูเขาขนาดย่อม!

หากพูดกันตามตรง สิ่งที่ซ่อนอยู่ภายใต้แท่นบูชาขนาดใหญ่ล้วนคือหินวิญญาณทั้งสิ้น!

พรึ่บ…ทันใดนั้น พระราชวังแห่งการสะท้อนเงาก็เริ่มเปล่งแสงอีกครั้ง

ครืนนน…พลังหยินโดยรอบสั่นไหวอย่างรุนแรงและนครชฺวีฟู่ก็เริ่มวูบไหวสลับระหว่างความจริงและภาพลวงตา จากนั้น ในเสี้ยววินาทีต่อมา ไม่เพียงแต่แสงประกายบนผิวหน้ากระจกไม่จางหายไปเท่านั้น แต่มันยังกลายเป็นแสงสีเขียวอันไร้ขอบเขตที่กระจายตัวไปทั่วอย่างรวดเร็ว!

ทั่วทั้งโลกดูเหมือนจะถูกปกคลุมไปด้วยสีเขียวอย่างกระทันหัน พระราชวังแห่งการสะท้อนเงาได้สูญเสียแหล่งพลังหยินของมันไป และแทนที่แสงของมันจะจางหายไป แต่รัศมีที่แผ่ออกมาของมันกลับดูน่าสะพรึงกลัวมากกว่าเดิม! หากพูดกันตามความจริง อักขระสีแดงมากมายเริ่มปรากฏขึ้นที่ผิวหน้าของกระจก แทบจะเหมือนกับว่ามีใครบางคนกำลังวาดมันขึ้นมาจากด้านใน นอกจากนี้ มันยังเหลือพื้นที่อีกประมาณสองแถวเท่านั้นก่อนที่พระราชวังแห่งการสะท้อนเงาทั้งหมดจะเต็มไปด้วยอักขระดังกล่าว

“นี่มันเกิดอะไรขึ้น?” ฉินเย่ขมวดคิ้ว สัญชาตญาณของเขาบอกว่านี่จะต้องไม่ใช่เรื่องดีแน่ ๆ

ทันใดนั้น นครชฺวีฟู่ก็สั่นไหวอย่างรุนแรงอีกครั้ง และจากนั้นกำแพงเมืองด้านนอกของนครชฺวีฟู่ก็ลอยขึ้นจากพื้น ก่อนจะค่อยๆสลายกลายเป็นผีเสื้อสีดำที่กระจายตัวไปโดยรอบ มันแทบจะเหมือนกับว่าเมืองทั้งเมืองได้เข้าสู่ช่วงวินาทีสุดท้ายของมัน!

นี่คือ…การสลายของพลังหยิน!

และเขาก็ไม่ใช่เพียงคนเดียวที่ตกตะลึงกับภาพดังกล่าว เพราะแม้แต่ทั่วทั้งนครชฺวีฟู่ ทหารวิญญาณนับแสนและประชากรกว่าสิบล้านเองก็นิ่งงันไปด้วยความตกตะลึงเช่นกัน

เหล่าทหารวิญญาณของนครชฺวีฟู่ที่พยายามวิ่งไปเสริมการป้องกันภายในเมืองหยุดนิ่งไปทันที พวกเขาหันไปมองโดยรอบด้วยความหวั่นสะพรึง คนทั้งหมดสัมผัสได้ว่าเมืองทั้งเมืองกำลังสลายกลายเป็นควัน มันเป็นภาพอันน่าสะพรึงกลัวที่เขาไม่สามารถเมินเฉยได้!

พวกเขาจะต้องทำอย่างไร?!

กลับมาบนท้องถนนและตรอกซอยทั้งหมด ประชากรวิญญาณของนครชฺวีฟู่ลอยออกมาจากบ้านจ้องมองทุกอย่างด้วยความตื่นกลัวขณะที่พวกเขาเห็นเมืองที่ตนใช้ชีวิตอยู่มาเป็นเวลากว่าสิบปีกลายร่างเป็นผีเสื้อและล่องลอยไปในอากาศ เมืองทั้งเมืองสั่นเทาภายใต้แสงสีเขียวหม่น

“เกิดอะไรขึ้น? แผ่นดินไหวอย่างนั้นหรือ?” “นครชฺวีฟู่…กำลังจะหายไป?” “ดูนั่น! ดูที่กำแพงเมืองชั้นนอก! ผีเสื้อสีดำ! ผีเสื้อพลังหยิน! นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้นกัน?!”

น่าเสียดาย แต่มันกลับไม่มีใครสามารถตอบคำถามเหล่านี้ได้เลยสักนิด

ราวกับการโหมโรงของการทำลายล้าง พลังหยินทั้งหมดที่สร้างนครชฺวีฟู่ขึ้นมาค่อยๆสลายไป ทีละเล็กทีละน้อย ก่อนจะกลายเป็นผีเสื้อสีดำจำนวนนับไม่ถ้วนที่กระจายตัวไปโดยรอบ มันแทบจะเหมือนกับว่าเมืองทั้งเมืองกำลังประกาศถึงจุดสิ้นสุดของยุคสมัย

“นี่เจ้าทำบ้าอะไรลงไป?!” หยางเหยียนเจากระทืบลงไปที่อกของหลายจวิ่นเฉินอย่างแรง ส่งผลให้เขากระอักพลังหยินภายในร่างออกมา หลายจวิ่นเฉินนอนอยู่บนพื้น หอบหายใจอย่างหนักหน่วง “ตาย…ตายไปพร้อมกับข้า!! นครชฺวีฟู่ได้ล่มสลายแล้ว…ท่านขงจะต้องไม่มีทางไว้ชีวิตข้าอย่างแน่นอน… ไม่ว่าอย่างไรข้าก็ต้องตาย… ดังนั้นเหตุใดข้าถึงไม่ลากเจ้าลงนรกไปกับข้าด้วยเล่า?! ฮ่าๆๆๆๆ!!”

ฟึ่บ…ฉินเย่จ่อปลายหอกของตนไปที่ลำคอของหลายจวิ่นเฉิน “หยุดอยู่นิ่ง ๆ ซะ และข้าจะมอบความตายที่ง่ายดายและรวดเร็วให้กับเจ้า!”

“ฮ่าๆๆๆๆๆ!!” หลายจวิ่นเฉินเงยหน้าและหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง จากนั้น พร้อมกับหอบหายใจเข้า เขาตะโกนเสียงดัง “อย่า…ฝัน!!”

มันเป็นการตอบสนองที่เป็นไปตามธรรมชาติเมื่อคนเราถูกผลักดันให้หลุดจากหลักของเหตุผลและตรรกะ พวกเขาย่อมทำในสิ่งที่ผิดไปจากลักษณะนิสัยปกติของตนเองเป็นธรรมดา

ยกตัวอย่างเช่น หลายจวิ่นเฉินไม่เคยคิดว่านครชฺวีฟู่จะล่มสลายมาก่อน แต่ความขัดแย้งกันระหว่างความคาดหวังและความจริงได้ผลักดันให้เขาเสียสติ ภายในใจเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อและไม่ยอมรับความจริง

“นี่คือคำสาปแห่งการบังคับดับสูญ” ทันใดนั้นเอง น้ำเสียงที่ยิ่งใหญ่ซึ่งแฝงไปด้วยความอ่อนแอก็ดังขึ้นที่ด้านบนของแท่นบูชา

ดวงตาของหลายจวิ่นเฉินหดลงขณะที่มองไปรอบ ๆ อย่างหวาดหวั่น ร่างทั้งร่างของเขาสั่นเทาอย่างรุนแรง

ฉินเย่แน่นิ่งไป “ตี้ทิง?”

ตี้ทิง… ตี้ทิง?!

คำพูดเพียงไม่กี่คำทำให้หลายจวิ่นเฉินเริ่มบ้าคลั่งอีกครั้ง เขาพยายามลุกขึ้นยืน แต่แล้วก็ถูกกดลงกับพื้นอีกครั้งโดยฝีมือของหยางเหยียนเจา ริมฝีปากของเขาสั่นระริก ราวกับว่าโลกทั้งโลกของเขาได้พังทลายลง หลายจวิ่นเฉินหันไปจ้องหน้าฉินเย่และเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เลื่อนลอย “ไม่จริง… เป็นไปไม่ได้… ท่านตี้ทิงยังมีชีวิตอยู่อย่างนั้นหรือ? เป็นไปไม่ได้… นี่มันเป็นไปไม่ได้!!”

“ท่านขงบอกว่าท่านตี้ทิงไม่ได้มีชีวิตอยู่ในโลกใต้พิภพอีกแล้ว! หึหึ… ฮ่า ๆ … เข้าใจแล้ว… เจ้าพยายามจะหลอกข้า! เจ้ากำลังพยายามที่จะโกหกข้า!!”

“ข้าไม่ได้อยู่ที่โลกใต้พิภพอย่างแท้จริง นอกจากนี้… ขงโม่คิดว่าตัวเองเป็นผู้ใดกัน? กล้าดีอย่างไรถึงมาคาดเดาเกี่ยวกับการดำรงอยู่ของข้า?” ตี้ทิงแค่นหัวเราะอย่างเย็นชา “พระราชวังแห่งการสะท้อนเงาอย่างนั้นหรือ… หึหึ ข้าไม่ได้เห็นมันมานานแล้ว เห้อ… มันไม่ใช่เรื่องยากเลยที่จะควบคุมมัน ก่อนหน้านี้ ข้าสัมผัสได้ว่าทั้งแดนสวรรค์และโลกใต้พิภพได้ยอมรับเจ้าในฐานะของว่าที่จ้าวนรกองค์ต่อไปของยมโลก จ้าวนรกคือผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบทุกอย่างในโลกใต้พิภพ ทั้งหมดที่เจ้าต้องทำมีเพียงหยดเลือดของตนลงไปบนมัน และมันก็จะจดจำเจ้าในฐานะของผู้เป็นนายทันที เมื่อเจ้าทำเช่นนั้น ข้าก็จะเป็นผู้รับช่วงต่อและช่วยเจ้าจัดการกับข้อจำกัดทั้งหมดที่ถูกวางเอาไว้เอง”

ฉินเย่ยืนฟังสิ่งที่ตี้ทิงอธิบายอย่างตั้งใจ

“แต่ก่อนหน้านี้ เจ้าจะต้องหาทางทำลายคำสาปแห่งการบังคับดับสูญให้ได้เสียก่อน เฮ้อ…ถึงแม้ว่าขงโม่จะไม่ได้มอบอำนาจในการควบคุมพระราชวังแห่งการสะท้อนเงาให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาของเขาทั้งหมด แต่เขาก็ยังบอกถึงวิธีการทำลายมันให้กับอีกฝ่าย เจ้ามีเวลาอย่างมากที่สุดห้านาที ไม่เช่นนั้น ทันทีที่หน้ากระจกเต็มไปด้วยอักขระพวกนี้ มันจะทำลายนครชฺวีฟู่และกำจัดวิญญาณทั้งหมดที่อยู่ที่นี่ และเมื่อถึงเวลานั้น…ข้าเกรงว่าเจ้าอาจจะเป็นผู้เดียวที่รอดชีวิต”

“โชคดีที่การทำลายมันนั้นไม่ใช่เรื่องยาก วัตถุหยินทั้งหมดล้วนมี ‘ทางเข้า’ เป็นของมันเอง ทางเข้านี้จะทำให้มันสามารถดึงพลังหยินจากแหล่งพลังหยินที่อยู่ภายนอกเข้าไปเพื่อใช้ขับเคลื่อนมันได้ จากการคาดเดาของข้า คำสาปนี้ได้เกิดขึ้นจากการสังเวยวิญญาณขั้นยมทูตขาวดำระดับต้นไป ดังนั้นหากเจ้าสามารถหาวิญญาณที่แข็งแกร่งกว่านั้นมาสังเวยได้ ข้าก็จะสามารถทำลายคำสาปให้เจ้าได้”

หลายจวิ่นเฉินฟังทุกอย่างที่ตี้ทิงเอ่ยด้วยสีหน้าเคร่งขรึม จากนั้น เขาก็เริ่มหันไปหาฉินเย่ด้วยปากที่อ้ากว้าง

เขาบ้าไปแล้ว

ไม่… มันไม่ควรจะเป็นแบบนี้… ทำไม… ทำไมจู่ ๆ ท่านตี้ทิงถึงปรากฏตัวขึ้น?

แม้แต่สวรรค์ก็ไม่อยู่ข้างเขา!

ฉินเย่ครุ่นคิดคำพูดของตี้ทิงอยู่ครู่หนึ่ง ในขณะที่หยางเหยียนเจาเริ่มมองไปรอบๆอย่างร้อนรน – พวกเขาจะไปหาวิญญาณขั้นยมทูตขาวดำมาจากที่ใดในเวลาสั้น ๆ เช่นนี้?

มันมีวิญญาณขั้นยมทูตขาวดำอยู่ที่เมืองชั้นนอกของนครชฺวีฟู่อย่างแน่นอน แต่พวกเขาคงไม่สามารถไปที่นั่นและกลับมาได้ทันเวลาแน่ ๆ !

เขาเหลือบไปยังอาร์ทิส แต่ก็พบว่าลูกบอลเส้นผมสีดำยังคงรัดเข้าด้วยกันอย่างหนาแน่น เขาพยายามเรียกอีกฝ่าย แต่ก็ไม่ได้รับการตอบรับใด ๆ เลยแม้แต่น้อย

พวกเขาควรจะทำอย่างไรดี?

พระราชวังแห่งการสะท้อนเงานั้นเป็นเหมือนกับระเบิดเวลาที่เหลือเวลาเพียงห้านาที ต่อให้พวกเขาชนะการต่อสู้นี้ แต่พวกเขาก็ยังพ่ายแพ้ในสงคราม!

พวกเขาได้ใช้ทรัพยากรของยมโลกไปเป็นจำนวนมาก แต่ตอนนี้กลับมาพบว่าตัวเองจะไม่ได้ผลประโยชน์ใด ๆ จากสงครามเลยแม้แต่นิดเดียว! แล้วแบบนี้ยมโลกจะต้องใช้เวลาอีกนานเพียงใดถึงจะสามารถชดเชยความสูญเสียทั้งหมดและเริ่มต้นสงครามในการขยายอาณาเขตครั้งที่สองขึ้นได้?

“ฝ่าบาท…” หยางเหยียนเจาแทบเสียสติ หลังจากผ่านไปหนึ่งนาที เขาก็กัดฟันแน่นและหันไปหาฉินเย่อีกครั้ง “ท่านตี้ทิงไม่ได้บอกว่า…มันจำเป็นจะต้องเป็นขั้นยมทูตขาวดำของศัตรูนะพ่ะย่ะค่ะ”

ฉินเย่หันไปมองอีกฝ่ายด้วยสีหน้าตื่นตะลึง “เจ้าคงไม่คิดที่จะเสนอตัวจะทำมันใช่หรือไม่?”

“นี่เป็นทางเดียวพ่ะย่ะค่ะ!” หยางเหยียนเจาเอ่ยออกไปอย่างไม่ลังเล แต่ก่อนที่เขาจะได้เอ่ยต่อ ฉินเย่ก็โบกมืออย่างไม่สนใจพร้อมกับหันไปหาหลายจวิ่นเฉิน “นี่เจ้าพูดเรื่องบ้าอะไรกัน? มันมีผู้ที่เหมาะที่จะทำหน้าที่นั้นมากกว่าเจ้าอยู่ที่นี่แล้วมิใช่หรือ?”

หยางเหยียนเจาที่ได้ยินเช่นนั้นก็เงียบไปทันที

เขาลืมอีกฝ่ายไปที่เสียสิ้น… นี่คือเหตุผลที่ทำให้ชายผู้นี้มีท่าทีราวกับคนเสียสติเมื่อครู่นี้สินะ…

“หลายจวิ่นเฉิน เจ้าเคยเป็นข้าราชการที่มีชื่อเสียงที่รับใช้ราชวงศ์ถัง รวมถึงราชวงศ์โจวของบูเช็คเทียน หากพูดกันตามตรง สำนวน ‘เชิญท่านลงโอ่ง’ เองก็มาจากเจ้า ช่างน่าชื่นชมจริงๆ… และตอนนี้ข้าคิดว่ามันก็คงถึงเวลาแล้วที่ข้าจะเชิญเจ้าลงโอ่งเช่นกัน…” [1]

ฉินเย่แย้มยิ้มพร้อมกับปัดเศษฝุ่นออกจากเสื้อผ้าของตนเอง ก่อนจะผายมือเชิญอีกฝ่าย “เชิญ…”

[1] 請君入甕 (ฉิ่งจวินยู่เวิ่ง) : เชิญท่านลงโอ่ง หมายถึงการใช้วิธีการที่คนผู้หนึ่งคิดค้นขึ้นเพื่อจัดการกับผู้อื่น มาใช้จัดการกับคนผู้นั้นเอง

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 440 พระราชวังแห่งการสะท้อนเงา (2)"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved