cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

จักรพรรดิเซียนหวนคืน - ตอนที่ 371 บุญคุณครั้งใหญ่

  1. Home
  2. All Mangas
  3. จักรพรรดิเซียนหวนคืน
  4. ตอนที่ 371 บุญคุณครั้งใหญ่
Prev
Next

บทที่ 371 บุญคุณครั้งใหญ่

ลมปราณปีศาจพวยพุ่งออกมาจากตัวประหลาด ฉู่ชวิ๋นดูดซับพลังอย่างหิวกระหาย พันธนาการแห่งท้องฟ้าเปล่งประกายเรืองรอง แปรสภาพลมปราณปีศาจให้เป็นผลดีต่อร่างกาย

ตัวประหลาดมีรอยยิ้มปรากฏบนใบหน้า มันเห็นผลลัพธ์อย่างชัดเจน ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป อีกไม่นานลมปราณปีศาจก็จะถูกขับออกจากร่างกายของมันจนหมดสิ้น

ฉู่ชวิ๋นเองก็มีความสุขมาก ร่างวิญญาณของเขาได้รับผลประโยชน์เต็มๆ

การดูดลมปราณปีศาจดำเนินไปทั้งสิ้นห้าวัน

รูปลักษณ์ของตัวประหลาดเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เส้นผมที่แห้งเหมือนฟางข้าวของมันกลับกลายเป็นสีดำ ลมหายใจก็เป็นจังหวะมั่นคงมากขึ้น ร่างกายที่ผอมหนังติดกระดูกก็ดูมีน้ำมีนวล

ทางด้านของฉู่ชวิ๋นก็ได้ประโยชน์ไม่น้อย ถึงเขาจะยังเลื่อนขั้นพลังวิญญาณเป็นขั้นที่สามไม่ได้ แต่ร่างวิญญาณของเขาในตอนนี้ก็แข็งแกร่งดั่งภูผา

“อีกวันเดียว ลมปราณปีศาจก็จะถูกขับออกไปจากร่างกายของแกจนหมดแล้ว” ฉู่ชวิ๋นกล่าว

เกิดความเปลี่ยนแปลงกับตัวประหลาดอย่างมหาศาล มันไม่ได้เป็นคนวิกลจริตอีกต่อไป ร่างกายของมันเรืองรองด้วยออร่าสีขาวผ่อง ลมหายใจของมันเป็นจังหวะ ผิวหนังเรียบเนียนราวกับผิวหยก

“ข้าติดหนี้บุญคุณเจ้าแล้ว” ตัวประหลาดได้แต่พูดคำนี้ออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง

ฉู่ชวิ๋นพยักหน้าตอบว่า “ถูกต้อง แกคงปล่อยฉันไปได้แล้วสินะ”

ตัวประหลาดยิ้มกว้าง “ว่ากันตามตรง ถ้าเจ้าไม่กวนประสาทข้าตั้งแต่แรก ข้าก็วางแผนจะปล่อยเจ้าไปอยู่แล้ว”

ฉู่ชวิ๋นกลอกตามองบน ไม่เชื่อที่อีกฝ่ายพูดเสียเท่าไหร่

“เอาละ ข้ามีนามว่าเหวินยวี่เฉิน เจ้ามีนามว่าอันใด?”

“ฉู่ชวิ๋น”

“สหายน้อยฉู่ชวิ๋น ข้าคิดไม่ถึงเลยว่าเจ้ายังหนุ่มแน่นถึงเพียงนี้ แต่มีพลังฝีมือที่แข็งแกร่งไม่ใช่เล่น ข้าเหวินยวี่เฉินคนนี้ต้องขอคารวะ” เหวินยวี่เฉินพูดด้วยความชื่นชม

จนกระทั่งบ่ายวันต่อมา ลมปราณปีศาจก็ถูกขับออกจากร่างกายของตัวประหลาดจนหมดสิ้น

ตัวประหลาดร้องตะโกนด้วยความตื่นเต้น

“ลมปราณปีศาจก็ถูกขับออกจากร่างกายหมดแล้ว แกวางแผนจะทำอะไรต่อไป?” ฉู่ชวิ๋นถาม

“คิดว่าข้าจะออกไปข้างนอกหรือ?” ตัวประหลาดหัวเราะเยาะเย้ย จากนั้นสีหน้าก็ซึมเศร้าไป มันดึงโซ่ที่ล่ามตัวอยู่ให้เขาดูพร้อมกับพูดว่า “ต่อให้ลมปราณปีศาจถูกขับออกจากร่างกายแล้ว แต่โซ่เส้นนี้ก็ทำให้ข้าออกไปจากที่นี่ไม่ได้อยู่ดี”

ฉู่ชวิ๋นลองกระตุกสายโซ่ พร้อมกับลองใช้พลังจิต แต่ไม่ว่าลองดึงสักแค่ไหน สายโซ่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะขาดสะบั้นเลย

“เปล่าประโยชน์” ตัวประหลาดส่ายศีรษะดิก “โซ่เส้นนี้ทำมาจากเหล็กสวรรค์เก้าชั้นฟ้า ไม่สามารถทำลายได้”

“แล้วไม่มีทางปลดโซ่ออกได้เลยหรือไง?”

ตัวประหลาดตอบว่า “มีหนทางอยู่ นั่นก็คือกุญแจปลดโซ่ที่อยู่ในมือของผู้ที่จะต้องมาเฝ้าที่นี่แทนข้า”

“ต้องใช้กุญแจดอกนั้นเพียงอย่างเดียวเลยเรอะ?” ฉู่ชวิ๋นไต่ถาม

ตัวประหลาดยิ้มด้วยความขมขื่น ตอบว่า “นอกจากกุญแจแล้ว ไม่มีอะไรที่จะสามารถปลดโซ่เส้นนี้ได้อีก เว้นแต่ว่าจะมีผู้แข็งแกร่งขั้นราชันย์เซียนมาที่นี่เท่านั้น”

ฉู่ชวิ๋นรู้เพียงแต่ว่าขั้นพลังที่อยู่เหนือขั้นจักรพรรดิ ก็คือขั้นเซียน ขั้นเซียนปฐพี และขั้นเซียนสวรรค์ ไล่เรียงกันขึ้นไปแต่ต่อจากนั้นเขาไม่รู้แล้ว

“ว่าแต่ไอ้ขั้นพลังของพวกเซียนนี่มันเป็นยังไงนะ?” ฉู่ชวิ๋นถามต่อ

เหวินยวี่เฉินมองหน้าฉู่ชวิ๋นด้วยความประหลาดใจ “เจ้าไม่รู้เลยงั้นหรือ?”

“ตอนนี้ขั้นพลังที่สูงสุดของมนุษย์โลกคือขั้นจักรพรรดิ ยังไม่มีใครขึ้นไปถึงขั้นเซียนเลยสักคน แล้วฉันจะไปรู้ได้ยังไง?”

เหวินยวี่เฉินพูดอะไรไม่ออกจนสุดท้ายก็ต้องพึมพำออกมาว่า “ไม่แปลกใจเลยที่คนของแดนสวรรค์จะละทิ้งโลกนี้ไป โลกที่ครั้งหนึ่งเคยอุดมไปด้วยคนมากฝีมือ กลายเป็นสถานที่ต่ำต้อยแบบนี้ได้อย่างไร?”

หลังจากนั้น เหวินยวี่เฉินก็บอกเล่าเรื่องราวของเทพเซียนให้ฉู่ชวิ๋นฟัง และยังสรุปให้ฟังโดยย่อว่าขั้นพลังของเหล่าเซียนจะมีดังนี้ เริ่มต้นจากขั้นเซียนแท้จริง ขั้นเซียนรู้แจ้ง ขั้นราชันย์เซียน และขั้นเทพเซียน

ฉู่ชวิ๋นนึกสงสัยอยู่ครั่นคร้าม พลังฝีมือของจักรพรรดิอ๋าวฮวงจะจัดอยู่ในระดับไหนกันนะ?

“สหายน้อยฉู่ชวิ๋น ถ้าสักวันหนึ่งข้าได้ออกไปจากที่นี่ ข้าจะต้องตอบแทนเจ้าอย่างแน่นอน” เหวินยวี่เฉินพูดด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่น ส่งศิลาวิญญาณที่เป็นจุดศูนย์กลางค่ายกลมาให้ “หากเจ้ามีเวลาว่างก็ลงมาคุยกับข้าบ้าง อยู่ที่นี่ข้าเหงาเหลือเกิน”

ฉู่ชวิ๋นรับศิลาวิญญาณมาถือไว้ สบตามองเหวินยวี่เฉินพลางถามว่า “ใครเป็นคนที่จะต้องมาอยู่เฝ้าที่นี่ต่อจากนายล่ะ? ถ้าสักวันหนึ่งฉันได้เจอมัน ฉันจะได้แย่งกุญแจมาช่วยนายออกไปจากที่นี่”

เหวินยวี่เฉินจ้องมองฉู่ชวิ๋นในความเงียบงัน หลังจากนั้นดวงตาก็เป็นประกายระยิบระยับ พูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า “ขอบใจมาก ถ้าข้าได้ออกไปจากที่นี่เมื่อไหร่ จากนี้ไปไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น ข้าจะยืนอยู่เคียงข้างเจ้าเสมอ”

ฉู่ชวิ๋นพยักหน้า “ฉันไม่ได้หวังผลอะไรตอบแทนหรอก แต่ถ้าวันนึงนายได้กลับไปอยู่ดินแดนสวรรค์จริง ๆ ฉันก็หวังว่านายคงไม่เป็นศัตรูกับฉันหรือกับมนุษย์โลกนะ”

ฉู่ชวิ๋นรู้สึกสังหรณ์ใจว่าในอนาคตจะต้องเกิดการต่อสู้ระหว่างดินแดนสวรรค์กับโลกมนุษย์อย่างแน่นอน

“ข้าเนี่ยนะจะเป็นพวกเดียวกับดินแดนสวรรค์?” เหวินยวี่เฉินพูดอย่างเย็นชา “ถ้าได้ออกไปจากที่นี่เมื่อไหร่ ข้าจะขึ้นไปฆ่าล้างบางคนของดินแดนสวรรค์ให้หมดสิ้น!”

ฉู่ชวิ๋นถามด้วยความสงสัย “ว่าแต่นายมาติดอยู่ที่นี่ได้ยังไง?”

เหวินยวี่เฉินเงียบไปอึดใจใหญ่ บางทีคงกำลังเลือกใช้คำพูดที่เหมาะสม สุดท้ายก็ตอบออกมาว่า “เมื่อนานมาแล้ว สี่สำนักใหญ่บนดินแดนสวรรค์ได้ช่วยกันกักขังเผ่าพันธุ์ภูตทมิฬไว้ที่นี่ แต่ม่านพลังไม่แข็งแกร่งมากพอ พวกปีศาจยังสามารถหลุดรอดออกไปได้ ดังนั้นจึงต้องมีคนถูกส่งมาเฝ้ารักษาการ สี่สำนักใหญ่จะส่งตัวแทนมาครั้งละหนึ่งคน คอยสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันเฝ้าที่นี่คนละ 500 ปี”

“แต่นายเฝ้ามาหลายพันปีแล้ว ก็ไม่มีใครมารับช่วงต่อใช่ไหม?” ฉู่ชวิ๋นพูด

เหวินยวี่เฉินพยักหน้า “ถูกต้อง และเป็นเพราะไอ้โซ่บ้า ๆ เส้นนี้ที่ทำมาจากเหล็กสวรรค์เก้าชั้นฟ้านั่นแหละ ข้าถึงออกไปไหนไม่ได้ ตัวมันเองถือเป็นสมบัติสวรรค์ชิ้นหนึ่ง ประโยชน์อย่างเดียวก็คือช่วยชะลอความเร็ว ไม่ให้ลมปราณปีศาจกัดกร่อนข้ามากเกินไป”

ฉู่ชวิ๋นพยักหน้าด้วยความเข้าใจ เขาตรวจสอบโซ่เส้นนี้ด้วยตัวเองแล้ว มันมีความแข็งแกร่งไร้เทียมทาน ไม่แปลกใจเลยที่มันเป็นสมบัติสวรรค์ชิ้นหนึ่ง

“สหายน้อยฉู่ชวิ๋น เจ้าอยู่ที่นี่มาเดือนกว่าแล้ว โลกภายนอกคงผ่านไปได้ 2 ปีกว่า ข้าไม่รู้ว่าจะเกิดความเปลี่ยนแปลงอะไรขึ้นบ้าง เจ้ารีบกลับไปเถอะ” เหวินยวี่เฉินกล่าวต่อ “ในระหว่างที่ข้ารอให้เจ้าหากุญแจมาช่วย ข้าจะถือโอกาสนี้ใช้เวลาเรียกคืนพลังลมปราณเสียหน่อย หลายพันปีที่ผ่านไป ลมปราณปีศาจพวกนี้ทำให้พลังของข้าเสื่อมถอยไปไม่น้อย”

“ดินแดนภูตทมิฬคงต้องฝากให้นายดูแลไปก่อน” ฉู่ชวิ๋นพูดกับอีกฝ่ายอย่างจริงจัง

“วางใจได้ ข้าอยู่ที่นี่ทั้งคน รับรองว่าพวกปีศาจไม่ได้หลุดรอดออกไปอีกแล้ว”

…

ณ โลกภายนอก ฉู่ชวิ๋นหมดสติไปเกือบ 3 ปีเต็ม

มีหลายสำนักใหม่ยิ่งใหญ่ในช่วงเวลานี้ ไม่ว่าจะเป็นสำนักเทวามรณะ สำนักวัชร หรือสำนักนกยูงปีศาจ เป็นต้น

ฉู่ชวิ๋นหายตัวไม่ทราบข่าวคราวไปเกือบ 3 ปี โลกภายนอกเกิดความเปลี่ยนแปลง ศัตรูของเขาพร้อมที่จะบุกโจมตีมานานแล้ว

วังมังกรเพลิงต้องรับมือการบุกโจมตีจากศัตรูอยู่หลายครั้ง

ประตูวิญญาณสลาย สำนักดาบพิฆาต และสำนักพันธมิตรอื่น ๆ พร้อมใจกันบุกโจมตีวังมังกรเพลิง

จำนวนคนของพวกเขาเป็นรอง ถ้าไม่ได้กองทัพทหารคอยช่วยเหลือ วังมังกรเพลิงคงเหลือเพียงแต่ชื่อไปนานแล้ว

ที่ตั้งของสำนักภูผาทมิฬ ซึ่งคอยเฝ้าคุ้มกันเมืองโบราณกู่เจียงก็ถูกลอบโจมตีหลายครั้งหลายหน ส่งผลให้ผู้คนตกตายจำนวนมาก ถางโร้ว จิ่วโยว หยานอี้และคนอื่น ๆ ออกรบอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ถ้าไม่มีจักรพรรดิอ๋าวฮวงคอยยื่นมือเข้าช่วยเหลือ เกรงว่าที่นี่ก็คงถูกทำลายล้างไม่เหลือซาก

ที่ตั้งของสำนักสวรรค์ฟ้าถูกศัตรูจากต่างเมืองบุกโจมตี ประตูที่เชิงเขาโดนทำลาย หวู่ปู้ซือ หายตัวไป

แม้แต่ที่ภูเขาเฉียนหลงก็ถูกกลุ่มคนไม่ทราบฝ่ายโจมตีเช่นกัน แต่พวกมันก็ต้องล้มเหลวเพราะไม่สามารถฝ่าม่านพลังเข้าไปได้

ยิ่งไปกว่านั้นก็คือ ปราสาทจตุรเทพที่ต้องเผชิญกับการพุ่งรบเช่นกัน กองทัพผีดิบยกขบวนเข้าโจมตี ถึงแม้จะมีจิงหงกับหยานหวูซวงคอยช่วยรับมือ แต่มู่เทียนกับหลินชิงเฟิงก็ต้องเสียชีวิตระหว่างการต่อสู้อันดุเดือด

สิ่งที่เกิดขึ้นหลังการเปลี่ยนแปลงของโลกนั้นน่ากลัวมาก สัตว์ร้ายสามารถพูดภาษามนุษย์ได้และออกปากขับไล่ให้ชาวบ้านอพยพออกจากเมือง

หมาป่าสีครามมีความน่ากลัวมากที่สุด มันป่าวประกาศให้ชาวเมืองอพยพออกไปในเวลา 2 วันไม่เช่นนั้นจะฆ่าให้หมด

แน่นอนว่าชาวบ้านไม่ยอมละทิ้งถิ่นฐานของตนเอง ส่งผลให้ฝูงหมาป่าสีครามโกรธแค้น พวกมันบุกเข้ามาสังหารหมู่ชาวบ้านและยึดครองเมืองเป็นรังของเผ่าพันธุ์หมาป่า

นอกจากนี้ยังมีอีกหลายอย่างเกิดขึ้น ฝูงนกยูงปีศาจก็เข้ายึดครองเมืองแห่งหนึ่งเช่นกัน พวกมันขับไล่ชาวบ้านออกไปหลายพันคน และตั้งสำนักนกยูงปีศาจขึ้นมา

แต่ผู้ที่มีความทะเยอทะยานมากที่สุดก็คือสำนักเทวามรณะ พวกมันอยากจะยึดครองเมืองหลวง วังมังกรเพลิงจึงออกมาประกาศให้ทุกคนอพยพออกไปให้หมด

ในขณะนี้ที่ปราสาทจตุรเทพ หยานหวูซวงกำลังดุด่าฉู่ชวิ๋นด้วยความเดือดดาล แน่นอนว่ามันเป็นเพียงร่างไร้วิญญาณของชายหนุ่มเท่านั้น จิงหง สร้างม่านพลังเวทย์มนต์คุ้มครองร่างกายของฉู่ชวิ๋นเอาไว้อย่างดี ดังนั้น ร่างกายของชายหนุ่มจึงยังสมบูรณ์เหมือนเดิมทุกประการ

“ฉู่ชวิ๋น ตอนนี้พี่เป็นหรือตายกันแน่? ฉันทนไม่ไหวแล้วนะ” หยานหวูซวงต้องออกไปต่อสู้หลายวันติด บาดแผลเก่ายังไม่ทันหาย บาดแผลใหม่ก็เพิ่มเติมมาอีกแล้ว

ครืน! พื้นดินสั่นสะเทือน ปราสาทจตุรเทพสั่นไหว

สีหน้าของหยานหวูซวงแปรเปลี่ยนไปทันที เหมือนจะเกิดการระเบิดขึ้นไม่ไกลจากที่นี่

“คุณชายหยาน นายท่านเชิญตัวครับ พวกผีดิบมันบุกมาถึงหน้าประตูปราสาทแล้ว” ลูกศิษย์คนหนึ่งของปราสาทจตุรเทพวิ่งเข้ามารายงานด้วยสีหน้าตื่นกลัว

หยานหวูซวงพลันสีหน้าเปลี่ยนแปลงไปอีกครั้ง พวกผีดิบบุกมาถึงหน้าประตูปราสาทได้แล้ว ดูเหมือนว่าวาระสุดท้ายของพวกเขากำลังใกล้เข้ามาทุกที

“จอมมารฉู่ชวิ๋น พี่ได้ยินฉันหรือเปล่า? ถ้าพี่ยังไม่ตื่น ฉันจะโกรธแล้วนะ”

หยานหวูซวงพึมพำด้วยความขมขื่น “แต่ถ้าพี่ตื่นมาพบว่าฉันตายไปแล้วก็ ฝากดูแลตระกูลหยานของฉันด้วย”

ตระกูลหยานก็ถูกโจมตีหนักไม่น้อยเช่นกัน และผู้โจมตีก็คือพวกตระกูลจังนั่นเอง แต่แทนที่คุณชายหนุ่มจะกลับไปช่วยเหลือครอบครัวของตัวเอง เขากลับเลือกที่จะปักหลักต่อสู้คอยอยู่ช่วยเหลือปราสาทจตุรเทพต่อไป

หยานหวูซวงชำเลืองมองกลับไปที่ร่างของฉู่ชวิ๋นอีกครั้ง หลังจากนั้นเขาก็หันหลังกลับและเดินตรงไปที่ประตูปราสาท

“ปราสาทจตุรเทพ ข้าขอสั่งให้พวกเจ้าอพยพออกไปจากดินแดนพายัพเดี๋ยวนี้ เพราะว่า ณ บัดนี้ ที่นี่คืออาณาเขตของเผ่าพันธุ์ผีดิบแล้ว” ผีดิบตัวนี้มีขั้นพลังที่แข็งแกร่งมาก ดูจากมวลพลังที่ลอยออกมาจากตัวมัน ประเมินได้ว่ามีพลังขั้นจักรพรรดิระดับ 9 เลยทีเดียว

ด้านหลังของมันยังมีฝูงผีดิบอีกหลายร้อยตัว ยืนรวมกันอยู่ท่ามกลางหมอกลมปราณสีดำที่ลอยตลบอบอวลในอากาศ

ทางด้านกำลังคนของปราสาทจตุรเทพ เยวี่ยฟ๋านเตี๋ยพร้อมด้วยบุตรชายทั้งสี่คน จิงหง หยานหวูซวง คือขุมกำลังที่แข็งแกร่งมากที่สุดในตอนนี้ ส่วนคนที่เหลือที่พอสู้ไหวก็มีบรรดาผู้อาวุโส ส่วนเหล่าลูกศิษย์ของปราสาทจตุรเทพ ทุกคนมีฝีมืออ่อนด้อยมากเกินไป ไม่สามารถออกไปสู้รบได้ ทำได้แต่เพียงรอคอยความตายเท่านั้น

เยวี่ยฟ๋านเตี๋ยสีหน้าเครียดขรึม ในขณะที่พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “พวกฉันไม่มีทางอพยพออกจากดินแดนพายัพ ปราสาทจตุรเทพอยู่มาหลายพันปี จะไม่ยอมให้ผีเร่ร่อนอย่างพวกแกมายึดครองไปได้ง่าย ๆ เด็ดขาด”

“เยวี่ยฟ๋านเตี๋ย กองทัพผีดิบของพวกข้า ไม่มีใครสามารถหยุดยั้งได้อีกแล้ว ตอนนี้ข้ามีทางเลือกให้เจ้าสองทาง ทางแรกยอมศิโรราบต่อกองทัพผีดิบของพวกข้า หรือทางที่สอง พวกเจ้าจะต้องถูกฆ่าตายจนหมดสิ้น” หัวหน้าผีดิบพูดด้วยน้ำเสียงก้องกังวาน

“ให้พวกฉันยอมศิโรราบต่อศพเดินได้เนี่ยนะ ไม่แปลกใจเลยที่พวกแกจะหน้าด้านหน้าทนได้ขนาดนี้” หยานหวูซวงกล่าวเหน็บแนม กล้ามเนื้อบนใบหน้าของพวกผีดิบแข็งกระด้างไม่ต่างจากก้อนหิน ปราศจากความรู้สึกเขาเลยพูดแบบนี้

หัวหน้ากองทัพผีดิบยกมือขึ้นสูง ซัดลมปราณสีดำตรงเข้าใส่หยานหวูซวง มันมีพลังขั้นจักรพรรดิระดับ 9 เวลา 3 ปีที่ผ่านมา หยานหวูซวงสามารถบรรลุพลังขึ้นมาได้อีกหนึ่งระดับ ทำให้กลายเป็นจอมยุทธ์ขั้นจักรพรรดิระดับ 8 แต่ก็ยังไม่ใช่คู่มือของฝ่ายตรงข้ามอยู่ดี

จังหวะนี้ จิงหงยกมือขึ้นสะบัดแส้สีขาว ปัดลำแสงสีดำกระจายหายวับ

3 ปีผ่านไป จิงหงพื้นฐานพลังมั่นคงมากขึ้น ขณะนี้เธออยู่ในขั้นแก่นแท้ลมปราณขั้นต้น ซึ่งเทียบเท่ากับพลังของฉู่ชวิ๋น แต่ความแตกต่างระหว่างฝีมือการต่อสู้ของเธอกับชายหนุ่มก็ยังคงมีมากเกินไป

อย่าลืมว่านอกจากฉู่ชวิ๋นจะมีพลังขั้นแก่นแท้ลมปราณแล้ว เขายังใช้พลังลมปราณจำแลงได้อีกด้วย แถมยังมีสายเลือดและโครงกระดูกมังกร ผู้มีพลังในขั้นเดียวกันไม่มีทางสู้เขาได้เลย

กองทัพผีดิบไม่เคลื่อนไหว แต่จิงหงต้องถอยหลังกลับมาก่อน

“เจ้าพวกมนุษย์ต่ำต้อยนี่ช่างน่ารำคาญจริง ๆ” หัวหน้าผีดิบพูดด้วยความเหยียดหยาม

“คิดอยากจะมาครอบครองที่อยู่ของมนุษย์ ฝันไปเถอะ” จิงหงพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา โคจรพลังลมปราณแผ่กระจายไปทั่วร่าง

หัวหน้าผีดิบระเบิดเสียงหัวเราะแปลกแปร่ง พูดว่า “บริวารของข้ารายงานว่า พวกเจ้ามีผู้มากฝีมืออยู่ด้วยคนหนึ่ง ตอนนี้มันอยู่ที่ไหนแล้วล่ะ?”

ทุกคนทราบดีว่ามันกำลังถามถึงฉู่ชวิ๋น เมื่อคิดถึงฉู่ชวิ๋น พวกเขาก็เป็นกังวลขึ้นมาแล้ว 3 ปีผ่านไป ชายหนุ่มจะเป็นตายร้ายดีอย่างไรไม่มีใครทราบ

“ถ้าเขาอยู่ที่นี่ พวกเจ้ายังจะกล้าอาละวาดอยู่อีกไหม?” จิงหงพูดด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ

หัวหน้าผีดิบมีกล้ามเนื้อบนใบหน้าตายด้าน ใบหน้าของมันไม่มีอารมณ์ความรู้สึกแม้แต่น้อย มันได้แต่ขยับปากเค้นเสียงหัวเราะออกมา “มนุษย์ชอบคุยโวโอ้อวดเสียจริง ข้าว่ามันผู้นั้นคงหวาดกลัวจนหลบหนีไปแล้วมากกว่า”

“สามหาว แกกำลังพูดถึงจอมมารฉู่ชวิ๋น เขาเคยหนีใครที่ไหน? ถ้าเขาปรากฏตัวเมื่อไหร่ มีแต่พวกแกนั่นแหละที่จะต้องหนี” หยานหวูซวงหัวเราะเยาะหยัน แม้ยามปกติเขาจะหาเรื่องทะเลาะกับฉู่ชวิ๋นตลอดเวลา แต่คุณชายหนุ่มก็เชื่อมั่นในพลังฝีมือของฉู่ชวิ๋นเสมอ

“เปล่าประโยชน ดูเหมือนว่าพวกเจ้าคงไม่ยอมศิโรราบต่อพวกข้าสินะ เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว ข้าก็จะไม่ปราณี” หัวหน้าผีดิบยกแขนที่ยาวเก้งก้างของมันขึ้นสูง ก่อนจะตวัดลงพร้อมกับคำราม “ฆ่าพวกมันให้หมด!”

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 371 บุญคุณครั้งใหญ่"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved