cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

จักรพรรดิเซียนหวนคืน - ตอนที่ 368 กองทัพมดปิศาจ

  1. Home
  2. All Mangas
  3. จักรพรรดิเซียนหวนคืน
  4. ตอนที่ 368 กองทัพมดปิศาจ
Prev
Next

บทที่ 368 กองทัพมดปิศาจ

วังน้ำวนระเบิดแสงสีขาวสว่างจ้า

ฉู่ชวิ๋นสีหน้าเครียดขรึม ดูเหมือนว่าการได้กลับออกไปจากที่นี่ของเขาจะยากกว่าที่คิด

เขาใช้พลังจิตสำรวจทั่วค่ายกลแล้ว แต่ก็หาจุดศูนย์กลางค่ายกลไม่เจอ

แปลกมาก ฉู่ชวิ๋นคิดไม่ออกว่าทำไมเขาถึงหาจุดศูนย์กลางค่ายกลไม่เจอ?

ต้องมีบางอย่างที่เขามองข้ามไปเป็นแน่แท้

ฉู่ชวิ๋นสงบจิตใจลงและเริ่มต้นสำรวจอีกครั้ง

ไม่กี่อึดใจให้หลัง ลำแสงสีแดงก็พุ่งขึ้นมาจากวังน้ำวน ตรงไปหาตัวประหลาด

ตัวประหลาดยกมือปัดลำแสงสีแดงนั้นด้วยความประหลาดใจ

ฉู่ชวิ๋นหันขวับกลับไปจ้องมอง จุดศูนย์กลางค่ายกลอยู่ที่ตัวประหลาดนี่เอง ถือว่าเป็นการซุกซ่อนที่แยบยลไม่น้อย

“เอามาให้ฉัน” ฉู่ชวิ๋นยื่นมือออกไปข้างหน้า

ตัวประหลาดแกล้งทำเป็นไม่เข้าใจ “อะไรของเจ้า?”

“จุดศูนย์กลางค่ายกลอยู่ที่แก”

ตัวประหลาดจ้องมองฉู่ชวิ๋นด้วยแววตาชื่นชม ก่อนพูดว่า “เจ้าหนู ทำตัวให้มันดี ๆ หน่อย!”

“เลิกพูดจาไร้สาระได้แล้ว มอบจุดศูนย์กลางค่ายกลมาเดี๋ยวนี้ ฉันจะได้ออกไปจากที่นี่สักที” ฉู่ชวิ๋นพูด

ตัวประหลาดกลับยืนนิ่งอยู่ที่เดิม จ้องมองชายหนุ่มด้วยสายตาอำมหิต “เจ้าจะขอข้าด้วยน้ำเสียงหยาบคายเช่นนี้หรือ?”

ฉู่ชวิ๋นรู้สึกอนาถใจ คนที่สร้างค่ายกลนี้ขึ้นมาคิดอะไรอยู่ ถึงได้เอาจุดศูนย์กลางค่ายกลไปฝากไว้กับคนวิกลจริตอย่างนี้

ตัวประหลาดหยิบก้อนหินสีแดงเข้มออกมาก้อนหนึ่ง พูดว่า “นี่คือก้อนหินที่เป็นจุดศูนย์กลางค่ายกล หากเจ้ามีความสามารถก็จงเข้ามาแย่งชิงไป”

ฉู่ชวิ๋นหรี่ตามอง นี่ไม่ใช่ก้อนหินธรรมดา แต่เป็นศิลาวิญญาณระดับปานกลาง ส่วนเหตุผลที่ทำให้มันมีสีแดงเข้ม ก็คงเป็นเพราะสภาพแวดล้อมของที่นี่นั่นเอง

“เอามานี่” ฉู่ชวิ๋นร้องคำราม โถมตัวเข้าไปยกมือขึ้น หมายคว้าจับจุดศูนย์กลางค่ายกลมาให้ได้

เปรี้ยง…!

พลังลมปราณสีม่วงถูกซัดออกไปสว่างไสว เกิดการระเบิดขนาดใหญ่ทรงพลัง

หลังจากปะทะกันได้เพียงแค่ครึ่งกระบวนท่า ฉู่ชวิ๋นก็แทบตายแล้ว ไม่ว่าเขาจะโจมตีอย่างไร ตัวประหลาดก็สามารถตั้งรับได้อย่างฉับไว ส่งผลให้ตอนนี้ฉู่ชวิ๋นต้องนั่งหอบหายใจด้วยความเหนื่อยล้า แต่ตัวประหลาดยังยืนจ้องมองเขาอยู่พร้อมกับฉีกยิ้มอย่างสบายใจ

ฉู่ชวิ๋นนึกเจ็บใจที่ร่างวิญญาณของตนเองไม่มีพลังมากพอ

“เจ้าหนู อยู่ที่นี่เป็นเพื่อนข้าเสียเถอะ” ตัวประหลาดพูด

ฉู่ชวิ๋นร้อนใจยิ่งกว่าเดิม เขาอยู่ที่นี่มาหลายชั่วโมง เท่ากับที่โลกภายนอกคงผ่านไปหลายวัน เดาได้ไม่ยากว่าพวกของเยวี่ยฟ๋านเตี๋ยจะเป็นกังวลขนาดไหน

“เจ้าหนู มาเป็นลูกศิษย์ของข้าดีไหม” ตัวประหลาดพูด

ฉู่ชวิ๋นจ้องมองตอบกลับไปด้วยสายตาเยาะเย้ย แอบคิดอยู่ในใจว่า แกมีค่าพอเป็นอาจารย์ฉันหรือไง จักรพรรดิอ๋าวฮวงฉันยังไม่ยอมรับแล้วแกมีสิทธิ์อะไร?

“เจ้าคิดหรือว่าอยู่ที่นี่ข้าจะไร้ฝีมือ ถ้าเจ้าอยากจะออกไปจากที่นี่ ก็จงเอาชนะข้าให้ได้ก่อน” ตัวประหลาดพูดอย่างเย่อหยิ่ง

ฉู่ชวิ๋นไม่พูดคำใด ได้แต่นึกเจ็บปวดใจ แม้ว่าตัวประหลาดผู้นี้จะมีฝีมือแข็งแกร่ง แต่ถ้าเผชิญหน้ากับจักรพรรดิอ๋าวฮวง เจ้าหมอนี่คงได้ถูกตาแก่นั่นตบคว่ำด้วยฝ่ามือเดียว

“เจ้าหนู บอกให้ข้ารู้หน่อยซิ บัดนี้บนโลกมนุษย์เหลือสำนักใดอยู่บ้าง?”

ฉู่ชวิ๋นยังคงไม่พูดอะไรเลย

“ข้าจะบอกให้ ถ้าเจ้าอยากออกไปจากที่นี่ เจ้าต้องทำตัวให้ดีกว่านี้อีกหน่อย”

ฉู่ชวิ๋นยังคงไม่พูดอะไรต่อไป

หลังจากนั้น ตัวประหลาดก็ถามอะไรอีกมากมาย

แต่ฉู่ชวิ๋นไม่ตอบอะไรเลยสักคำ

สุดท้ายแล้ว ตัวประหลาดก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาด้วยความเบื่อหน่าย “เจ้าหนู ถ้าทำตัวแบบนี้ ก็อยู่ที่นี่ให้ลมปราณปีศาจกัดกร่อนวิญญาณไปเถอะ”

ฉู่ชวิ๋นยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย แต่ใจจริงเริ่มเป็นกังวลขึ้นมาไม่น้อย ว่ากันตามตรง ขณะนี้ลมปราณปีศาจก็เริ่มกัดกร่อนร่างวิญญาณของเขาแล้ว

ชายหนุ่มกวาดตามองรอบกายด้วยความหวาดระแวง หลังจากผ่านประตูมิติเข้ามาที่นี่ เขาก็พบเพียงตัวประหลาดตัวเดียว ยังไม่เจอพวกของเผ่าพันธุ์ภูตทมิฬเลยสักตัว

ฉู่ชวิ๋นไม่ได้คิดไว้ล่วงหน้าเลยว่าตนเองอาจจะต้องมาติดแหง็กอยู่ที่นี่ เขาแค่คิดว่าลงมากำราบพวกภูตเสร็จแล้วก็จะกลับขึ้นไปเท่านั้นเอง

ชายหนุ่มเริ่มออกเดินไปข้างหน้า

“นั่นจะเจ้าจะไปไหนน่ะ?” ตัวประหลาดถามด้วยความแปลกใจ “หรือว่าอยากจะไปฆ่าตัวตาย?”

ฉู่ชวิ๋นไม่สนใจ เดินลึกเข้าไปในดินแดนอันรกร้าง

“เข้าไปไม่ได้นะ ยิ่งเข้าไปยิ่งอันตราย” ตัวประหลาดร้องตะโกน

ฉู่ชวิ๋นเหลียวหน้ากลับไปยิ้มเย้ยหยัน ก่อนที่จะหันกลับมาและเดินต่อไป

“เจ้าโง่ ถือว่าเจ้าทำตัวเอง ข้าไม่สนใจเจ้าแล้ว” ตัวประหลาดพูดด้วยความฉุนเฉียว

อุณหภูมิรอบตัวสูงขึ้น พื้นดินใต้เท้าร้อนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เมื่อมองไปที่สองข้างทาง ก็จะเห็นแต่กองกระดูกสีขาวโพลนเต็มไปหมด หูก็จะได้ยินเสียงเปลวไฟปะทุดังมาจากที่ไกลๆ เป็นระยะ

ฉู่ชวิ๋นเดินมาได้ประมาณหนึ่งชั่วโมง เขาไม่เห็นสิ่งมีชีวิตใดเลยสักตัวเดียว พบเจอก็แต่เพียงก้อนหินกับซากต้นไม้ที่ตายแล้วเท่านั้น

จะทำยังไงต่อไปดีนะ?

ฟุบ!

พลัน มีเงาดำพุ่งเข้ามาใส่เขาพร้อมด้วยเสียงแหวกอากาศดังมาจากด้านบน

ฉู่ชวิ๋นกระโดดหลบออกมาห่างไกลหลายร้อยเมตร เมื่อจ้องมองกลับไป ก็พบว่าอีกฝ่ายเป็นสุนัขตัวใหญ่ ถึงมันจะมีลักษณะเป็นสุนัข แต่ก็มีลำตัวที่สูงกว่า 3 เมตรและยาวกว่า 5 เมตร ในปากเต็มไปด้วยเขี้ยวอันแหลมคม ตามเนื้อตัวเน่าเปื่อย เห็นกระดูกสีขาวที่อยู่ด้านในได้หลายส่วน แต่สิ่งที่ทำให้ฉู่ชวิ๋นต้องตกตะลึงมากที่สุดก็คือ สุนัขตัวนี้มีสามหัว

หรือว่านี่จะเป็นสุนัขสามหัวผู้เฝ้าประตูนรก?

ฉู่ชวิ๋นนึกถึงสุนัขในตำนาน แต่เขาก็ไม่มั่นใจ ว่ากันตามตำนานแล้ว สุนัขสามหัวผู้ทำหน้าที่เฝ้าประตูนรก เป็นสัตว์ประหลาดที่ถือกำเนิดในนรกอเวจี และมีความสามารถพิเศษคือสามารถพ่นไฟได้

เมื่อถึงตอนนี้ ก็เป็นจังหวะเดียวกับที่หนึ่งในหัวของมันอ้าปากกว้าง เมื่อมันส่งเสียงคำราม เปลวไฟสีแดงสดก็พวยพุ่งเข้ามาหาฉู่ชวิ๋นทันที

ฉู่ชวิ๋นกระโดดหลบหลีก เปลวไฟจึงพุ่งเข้าไปปะทะกับลาวาร้อนเหลวที่อยู่ด้านข้าง

ฉ่า! ฉ่า!

พื้นดินบริเวณที่เป็นลาวาร้อนเหลวปรากฏควันสีขาวลอยตลบฟุ้ง

ฉู่ชวิ๋นสะบัดมือร่ายกลอักษรฆ่า!

ตู้ม!

พลังลมปราณรูปตัวอักษรพุ่งเข้าไปปะทะกับสุนัขปีศาจ ได้ยินเสียงหัวของมันแตกดังโผละ ร่างของสุนัขปีศาจล้มคว่ำลง หนึ่งในหัวของมันระเบิดกระจุย

“ก็ไม่เท่าไหร่นี่หว่า!” ฉู่ชวิ๋นกระซิบ ถึงแม้ว่าเขาจะอยู่ในร่างวิญญาณ แต่มันคงน่าอายเกินไปถ้าเขาพ่ายแพ้ให้กับสุนัขหรือว่าแมวปีศาจ

แต่ในวินาทีต่อมา ฉู่ชวิ๋นที่เดินออกมาห่างไกลนับร้อยเมตร เมื่อหันมองกลับไปก็พบว่าสุนัขปีศาจสามารถลุกขึ้นยืนได้อย่างน่ามหัศจรรย์

หัวหนึ่งของมันระเบิดกระจุยไปแล้ว มีเลือดไหลโชกออกมาจากลำคอ แต่มันยังเหลืออีกสองหัวที่จ้องมองฉู่ชวิ๋นด้วยความเคียดแค้นพร้อมกับแยกเขี้ยวใส่

ฟู่!

ฉู่ชวิ๋นยกมือขึ้นชี้ท้องฟ้า เรียกใช้วิชาไฟมังกรเก้าโลกันต์

ตอนนี้ชายหนุ่มอยู่ในร่างวิญญาณที่กำลังถูกลมปราณปีศาจกัดกร่อนอยู่ตลอดเวลา ถ้าจะต่อสู้กับผู้ใด เขาต้องปิดฉากให้เร็วที่สุดเพื่อไม่ให้เสียพลังงานโดยเปล่าประโยชน์

ตู้ม!

เลือดสาดกระจาย หัวสุนัขฝั่งขวามือถูกตัดขาดกลิ้งกระเด็นหลุดลงมาแล้ว

“คราวนี้จะยอมแพ้ได้หรือยัง?” ฉู่ชวิ๋นพึมพำ

แต่เมื่อเขาจ้องมองไปอีกครั้ง สุนัขปีศาจก็ลุกขึ้นมาอีกหน ดูเหมือนว่ามันจะไม่ยอมแพ้โดยง่ายจริงๆ

ตู้ม!

หัวที่เหลืออยู่เพียงหัวเดียวของมันระเบิดตู้ม ฉู่ชวิ๋นลงมือโจมตีด้วยความเด็ดขาด ปราศจากความเมตตา

“ขอดูหน่อยเถอะว่าแกจะลุกขึ้นมาได้อีกไหม?” ฉู่ชวิ๋นพูดเบาๆ ยังไม่ทันจะพูดจบ เขาก็เกือบสะดุ้งโหยง เมื่อร่างของสุนัขปีศาจไร้หัวพลันลุกยืนขึ้นมา แม้ว่ามันจะไม่มีหัวทั้งสามอีกต่อไป แต่มันก็ยังคงไม่ตายอยู่ดี

ฟู่!

เปลวไฟร้อนแรงพุ่งออกมาจากลำคอของสุนัขปีศาจไร้หัวตรงเข้าหาฉู่ชวิ๋น

นอกจากมันจะลุกยืนได้แล้ว ยังสามารถโจมตีผู้คนได้อีกด้วย

ฉู่ชวิ๋นไม่ออมมืออีกต่อไป ซัดพลังลมปราณออกจากฝ่ามือเข้าใส่สุนัขปีศาจ จนมันตกตายไปจริง ๆ เสียที

สัตว์ประหลาดในดินแดนแห่งนี้พิสดารมากเกินไป ถ้ามีสักตัวหลุดรอดไปที่โลกภายนอก คงกลายเป็นหายนะใหญ่หลวง

ฉู่ชวิ๋นคิดไปคิดมาก็สรุปบอกตัวเองว่าเขาควรเข้าใจแต่ก่อนว่าที่นี่เกิดอะไรขึ้นกันแน่ สุนัขไร้หัวสามารถขยับตัวและโจมตีผู้คนได้อย่างไร

ชายหนุ่มเริ่มต้นออกเดินไปข้างหน้าอีกครั้ง

“พวกที่อยู่ในโลกนี้ก็น่าสงสารเหมือนกันแฮะ” หลังจากเดินสำรวจได้หลายชั่วโมง เขาก็ไม่พบเจออะไรเลยนอกจากสุนัขปีศาจสามหัวตัวนั้น

ฉู่ชวิ๋นคิดถึงภาพรวมของดินแดนขนาดเล็กแห่งนี้ แล้วก็ให้รู้สึกสงสารขึ้นมาจับใจ เขาเดินสำรวจที่นี่อยู่หลายชั่วโมง พบเจอก็แต่เพียงแนวภูเขาหินกับต้นไม้ที่ตายซาก

คึกคึกคึก…!

ทันใดนั้นเอง เสียงประหลาดก็ทำให้ฉู่ชวิ๋นต้องหยุดชะงัก เขาเดินตามเสียงนั้นไปผ่านช่องแคบระหว่างภูเขาหินสองลูก และเมื่อทอดสายตามองออกไป หนังหัวพลันชายิบขึ้นมา

สิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าฉู่ชวิ๋นคือฝูงมดแดงจำนวนมาก แต่ละตัวมีขนาดเท่ากับกำปั้น การเดินขบวนของมันเหมือนกับเกลียวคลื่นที่ทำให้ขนลุกซู่

มดปีศาจเหล่านี้มีความรวดเร็วมาก พวกมันกำลังมุ่งหน้าไปทางภูเขาหินลูกหนึ่ง

แต่ในจังหวะนั้นเอง ภูเขาหินลูกนั้นพลันเคลื่อนไหว ความจริงแล้วมันไม่ใช่ภูเขาหิน แต่เป็นงูยักษ์ที่นอนขดตัวอยู่ต่างหาก มันคืองูเหลือมที่มีลวดลายบนลำตัวเป็นสีแดงเข้ม ดวงตาของมันจ้องมองฝูงมดอย่างระวังระไว

ฟู่!

งูเหลือมอ้าปากเผยให้เห็นเขี้ยวอันแหลมคม หลังจากนั้นมันก็พ่นไฟมรณะเผาผลาญทุกสิ่งที่อยู่ด้านหน้า

ตู้ม!

เสียงระเบิดดังสนั่นชวนขนลุก มดปีศาจจำนวนมากถูกแผดเผากลายเป็นเถ้าถ่าน

แต่กองทัพมดปีศาจเหล่านั้นไม่ได้กลัวตายแต่อย่างใด พวกมันมีจำนวนมากมายมหาศาล ยังคงเดินขบวนเข้าหางูเหลือมยักษ์อย่างไม่กลัวเกรง

เจ้างูยักษ์อ้าปากพ่นไฟแผดเผากองทัพมดปีศาจอีกครั้ง

แต่ตอนนี้ ฝูงมดปีศาจได้เคลื่อนขบวนเข้าถึงตัวงูยักษ์แล้ว และมีบางส่วนไต่ขึ้นไปบนลำตัวของมันด้วยซ้ำ

งูยักษ์รีบขดตัวเป็นก้อนกลม แต่เพียงแค่พริบตาเดียว ตัวของมันก็ปกคลุมไปด้วยฝูงมดปีศาจ

งูเหลือมยักษ์ส่งเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด กองทัพมดปีศาจมีฟันอันแหลมคม พวกมันสามารถกัดทะลุเกล็ดงูและเจาะทะลุเข้าไปสู่เนื้อด้านในของงูยักษ์

หลังจากนั้นไม่นาน เสียงร้องโหยหวนของงูยักษ์ก็หยุดลง เจ้างูยักษ์ได้เสียชีวิตลงแล้ว

ฉู่ชวิ๋นรู้สึกได้เลยว่าขนทุกเส้นบนร่างกายของตนเองกำลังลุกชัน ในขณะนี้ เขายืนดูเหตุการณ์ทั้งหมดจากที่ไกล มือและเท้าชาดิกด้วยความตกตะลึง ในเวลาเพียงแค่อึดใจเดียว ร่างของงูเหลือมยักษ์ก็หลงเหลือแต่เพียงโครงกระดูกเท่านั้น

แต่สิ่งที่ทำให้ฉู่ชวิ๋นประหลาดใจมากไปกว่านั้นก็คือ กองทัพมดปีศาจเมื่อสักครู่นี้หายไปเกือบหมดแล้ว พวกมันหายไปอยู่ที่ไหนกัน?

เขาไม่อยากจะรู้เลยจริงๆ

แต่ในทันใดนั้น ฉู่ชวิ๋นก็ต้องม้วนตัวตีลังกาถอยหลังเมื่อพื้นดินใต้เท้าของเขาระเบิดตู้ม แล้วกองทัพมดปีศาจก็พวยพุ่งขึ้นมาเหมือนกับตาน้ำพุ

คึกคึกคึก…!

นั่นคือเสียงขาของพวกมันย่ำเดินบนพื้นดิน กองทัพมดปีศาจมุ่งหน้าตรงมาที่ฉู่ชวิ๋น

ฉู่ชวิ๋นยกมือขึ้นซัดพลังลมปราณโจมตีออกไป พื้นดินระเบิดตัวแตกออก ฝูงมดปีศาจจำนวนนับไม่ถ้วนถูกสังหารตกตาย

แต่เมื่อเทียบกับปริมาณของกองทัพมดปีศาจที่เหลืออยู่แล้ว จำนวนมดที่ตกตายไปถือว่าเล็กน้อยมาก

ตู้ม…!

พื้นดินทุกทิศทุกทางระเบิดตัวตูมตาม มดปีศาจจำนวนมากผุดขึ้นมาจากพื้นดิน เหมือนกับเป็นน้ำพุที่มีชีวิต

ฉู่ชวิ๋นรู้สึกวิงเวียนศีรษะขึ้นมาในทันใด ถึงเขาจะเป็นแค่ร่างวิญญาณ แต่ก็ยังอดรู้สึกขนลุกไม่ได้

เมื่อเห็นขบวนมดปีศาจมุ่งหน้าเข้ามาหาตนเอง รู้ตัวอีกทีพวกมันก็โอบล้อมเขาไว้ทุกด้านแล้ว

ฉู่ชวิ๋นเริ่มต้นร่ายวิชาอีกครั้ง

เคล็ดวิชาอัสนีบาตสีม่วง – บทลงทัณฑ์สายฟ้าฟาด!

เมฆดำก่อตัวขึ้นปกคลุมท้องฟ้ากินพื้นที่หลายร้อยเมตร สายฟ้าแลบแปลบปลาบ เสียงฟ้าคำรามดังครืนครัน ท่ามกลางกลุ่มเมฆดำสายฟ้าปรากฏตัวเหมือนงูทองคำบนฟากฟ้า

พลัน สายฟ้าฟาดจากกลุ่มเมฆดำลงสู่พื้นดิน ระเบิดกองทัพมดปีศาจตกตายไปเป็นจำนวนมาก เศษซากของพวกมันที่เหลืออยู่นอนระเกะระกะอยู่บนพื้นดิน มีควันลอยโขมง

ดูเหมือนว่ากองทัพมดปีศาจจะไม่ตกใจกับค่ายกลสายฟ้าฟาดนี้แม้แต่น้อย นอกจากไม่ล่าถอยแล้ว พวกมันยังดาหน้าเข้ามาอย่างปราศจากความกลัวอีกด้วย

ฉู่ชวิ๋นซ่อนตัวอยู่ในค่ายกลสายฟ้าฟาด เมื่อสถานการณ์ดำเนินมาถึงตอนนี้ กองทัพมดปีศาจก็ตกตายไปหลายพันตัวแล้ว บนพื้นเต็มไปด้วยซากศพของพวกมันถมทับกันดำเป็นเถ้าถ่าน ไม่ว่ามองไปทางไหนก็จะเห็นแต่ศพของมดปีศาจเต็มไปหมด

ถ้าปล่อยให้เป็นไปแบบนี้เรื่อยๆ คงไม่ดีแน่ พวกมันมีจำนวนเยอะมากเกินไป อีกไม่ช้าก็เร็ว เขาคงต้องตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบพวกมัน

ฉู่ชวิ๋นเริ่มร่ายวิชาอีกครั้ง

เคล็ดวิชาฟินิกซ์นิรันดร!

เสียงกรีดร้องดังกึกก้องท้องฟ้าพร้อมกับการปรากฏตัวของนกเพลิง มันกระพือปีกบินโฉบลงมาพร้อมกับปล่อยเปลวไฟร้อนแรงลงมาแผดเผาพื้นดินเบื้องล่าง กองทัพมดปีศาจจำนวนมากถูกแผดเผาตายไปในพริบตาเดียว

ฉู่ชวิ๋นควบคุมนกเพลิงให้โจมตีขั้นเด็ดขาด เพื่อเปิดโอกาสหลบหนีให้ตัวเอง

นกเพลิงระเบิดตัวส่งเปลวไฟลามเลียกินพื้นที่หลายกิโลเมตร ทิ้งรอยเลือดเป็นทางยาวไว้ข้างหลัง และนั่นกลายเป็นเส้นทางหลบหนีของฉู่ชวิ๋น

ชายหนุ่มใช้วิชาตัวเบาหลบหนีออกมาโดยไม่ต้องคิดอะไรอีกแล้ว รอบกายของเขาเต็มไปด้วยซากศพของกองทัพมดปีศาจ ฉู่ชวิ๋นหนีออกมาได้ไกลหลายกิโลเมตรจึงได้หยุดพัก

สิ่งสำคัญก็คือ ตอนนี้เขาอยู่ในร่างวิญญาณ ซึ่งมีความเปราะบางมากกว่าปกติ

ผ่านไปอีกหลายชั่วโมง สุดท้ายฉู่ชวิ๋นก็ต้องกลับมาที่ทางออกและพบกับตัวประหลาดคนเดิม

ฉู่ชวิ๋นไม่กล้าเดินเข้าไปใกล้ ไม่พบเจอกันหลายชั่วโมง เขาไม่ทราบเลยว่าตัวประหลาดจะกลับไปมีสติคลุ้มคลั่งอีกหรือไม่

“กลับมาแล้วหรือ?” ตัวประหลาดถาม

ฉู่ชวิ๋นมองอีกฝ่ายด้วยความเงียบงัน รอจนแน่ใจแล้วว่าตัวประหลาดมีสติเต็มที่ จากนั้นจึงได้ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก “ตอนนี้แกยังมีสติดีอยู่ใช่ไหม?”

ตัวประหลาดชักสีหน้าไม่พอใจ พูดด้วยความฉุนเฉียว “เจ้าอยากให้ข้ามีสติหรือไม่มีสติล่ะ?”

“ตอนไม่มีสติแกก็เป็นปีศาจ ตอนมีสติแกก็เป็นแค่คนวิกลจริต มันแตกต่างกันตรงไหน?” ฉู่ชวิ๋นพูดจิกกัดทันที

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 368 กองทัพมดปิศาจ"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved