cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

จักรพรรดิเซียนหวนคืน - ตอนที่ 366 ดินแดนแห่งภูตทมิฬ

  1. Home
  2. All Mangas
  3. จักรพรรดิเซียนหวนคืน
  4. ตอนที่ 366 ดินแดนแห่งภูตทมิฬ
Prev
Next

บทที่ 366 ดินแดนแห่งภูตทมิฬ

อุโมงค์ดำมืดลึก ลมปราณปีศาจคละคลุ้งไปทั่ว

บัดนี้ ฉู่ชวิ๋นใช้เคล็ดวิชาถอดจิตวิญญาณนำกายละเอียดออกมาจากกายหยาบพร้อมกับใช้พลังสร้างลมปราณคุ้มกายให้แก่กายละเอียดของเขา

เมื่อเทียบกับร่างมนุษย์ ร่างวิญญาณมีความเปราะบางกว่ามาก

ร่างของชายหนุ่มมีรัศมีสีขาวเปล่งประกายเหมือนกับดวงดาวบนท้องฟ้ายามราตรี

ภายในอุโมงค์ลึกไม่มีที่สิ้นสุด ฉู่ชวิ๋นดำดิ่งลงไปอย่างไม่หยุดยั้ง

เมื่อลงมาถึงระดับความลึก 200 เมตร ก็จะได้ยินเสียงลากโซ่ดัง

โกร่งกร่าง

ฉู่ชวิ๋นดำดิ่งลงไปลึกมากขึ้นและมากขึ้น ถึงแม้ว่าจะลงลึกไปอีกหลายกิโลเมตร เขาก็ยังไปไม่ถึงก้นอุโมงค์สักที

อุโมงค์นี้มีความลึกมากแค่ไหนกัน? หรือว่าปลายอุโมงค์จะอยู่ใจกลางโลกจริง ๆ?

ฉู่ชวิ๋นรู้สึกได้ว่าตนเองดำดิ่งลงมาประมาณ 4 ถึง 5 กิโลเมตรแล้ว แต่เขาก็ยังลงไม่ถึงก้นอุโมงค์

ไม่นะ…ฉู่ชวิ๋นพลันหยุดชะงักการดำดิ่ง

ชายหนุ่มเคลื่อนที่ไปข้างหน้าและเอื้อมมือแตะผนังอุโมงค์ ปรากฏว่ามือของเขาสามารถทะลุผนังอุโมงค์ไปได้อย่างง่ายดาย

“นี่มันค่ายกลลวงตา!” ฉู่ชวิ๋นยิ้มด้วยความขมขื่น “แต่พวกแกประเมินพลังของฉันต่ำเกินไป!”

ถึงแม้ว่าเผ่าพันธุ์ภูตทมิฬจะล่มสลายไปแล้ว แต่ค่ายกลของพวกมันยังคงอยู่ ถือว่าเป็นเรื่องที่น่ามหัศจรรย์เป็นอย่างยิ่ง

พวกภูตทมิฬคงยังไม่รู้จักความน่ากลัวของจอมยุทธซึ่งมีความแข็งแกร่งไม่เป็นรองใคร ฉู่ชวิ๋นคิดว่าถ้าเป็นนักสู้จากประเทศอื่นมาที่นี่คงจะหลงทางภายในค่ายกลลวงตาเช่นนี้โดยไม่รู้ตัวด้วยซ้ํา

ฉู่ชวิ๋นหมุนตัวหันหลังกลับ เท้าของเขาปีนป่ายอากาศเหมือนกำลังเดินขึ้นบันไดที่มองไม่เห็น ดวงตาเปล่งลำแสงสีม่วงออกมา ลำแสงเหล่านั้นตัดผ่านหมอกลมปราณปีศาจและทำให้เขาสามารถมองเห็นภาพที่ซ่อนอยู่หลังค่ายกลลวงตาได้โดยสะดวก

แต่เมื่อสักครู่นี้เขาก็หลงกลง่ายดายเกินไป ฉู่ชวิ๋นพึ่งคิดได้ว่าเขายินเสียงลากโซ่ตั้งแต่ลงมาในตอนแรก ซึ่งมันไม่ควรจะเป็นเช่นนั้น เขาประมาณเกินไป

ในตอนนี้รอบกายของฉู่ชวิ๋นเต็มไปด้วยลมปราณปีศาจ จนฉู่ชวิ๋นมองไม่เห็นอะไรเลยแม้แต่น้อย!

ที่นี่มันมืดมิดเกินไป เขาควรจะทำยังไงดี?

วูบ!

เส้นไหมวิญญาณนับหมื่นพลันพุ่งกระจายออกไปทุกทิศทุกทางในความมืดมิดของลมปราณปีศาจ

หลังจากนั้น ดวงตาของชายหนุ่มก็เป็นประกาย เขาเจอจุดศูนย์กลางค่ายกลแล้ว ร่างวิญญาณของชายหนุ่มเคลื่อนที่ไปข้างหน้าด้วยความรวดเร็ว

สิ่งที่ปรากฏขึ้นตรงหน้าของฉู่ชวิ๋นในตอนนี้ก็คือวังน้ำวนขนาดเล็ก มันมีลักษณะเหมือนตาน้ำ แต่ความเร็วในการหมุนวนนั้นเชื่องช้ามาก ตอนแรกเขาจึงไม่ทันสังเกต

“นี่คือจุดศูนย์กลางค่ายกลค่ายกลของพวกภูตทมิฬสินะ?”

ฉู่ชวิ๋นกระซิบแผ่วเบา ก้าวเท้าออกไปข้างหน้า ร่างของเขาก็จมหายลงไปในวังน้ำวนนั้น

แล้วแสงสว่างก็ส่องมากระทบดวงตาของชายหนุ่ม ฉู่ชวิ๋นลืมตามองพื้นที่รอบข้างด้วยความประหลาดใจ

ที่นี่มันที่ไหนกันเนี่ย?

ท้องฟ้าเต็มไปด้วยหมอกควันมองไม่เห็นดวงตะวัน ภูเขามีรูปทรงแปลกประหลาดเป็นก้อนหินตะปุ่มตะป่ำ มองไปแทบไม่เห็นต้นไม้เลยสักต้น มีแต่กระดูกอยู่ทุกหนทุกแห่ง ในอากาศเต็มไปด้วยกลิ่นของควันไฟ บนพื้นดินไม่มีต้นหญ้าอยู่เลยแม้สักต้นเดียว

ครืน!

ในขณะที่ฉู่ชวิ๋นกวาดสายตาสำรวจมองรอบตัวอยู่นั้นเอง พื้นดินก็สั่นสะเทือนครืนครัน ภูเขาไฟที่ตั้งอยู่ไกลๆ ฉีดพ่นลาวาเหลวพุ่งสูงขึ้นไปหลายร้อยฟุต พื้นที่โดยรอบของภูเขาลูกนั้นหลอมละลายไปทันทีเมื่อลาวาหลั่งไหลล้นออกมาอย่างน่าหวาดกลัว

หรือว่านี่จะเป็นค่ายกลลวงตาของพวกภูตทมิฬอีก?

วูบ!

พลัน มีลำแสงสายหนึ่งถูกซัดเข้ามา ฉู่ชวิ๋นกระโดดถอยห่างออกมาหลายร้อยเมตร

เปรี้ยง!

ตรงพื้นดินที่เขายืนอยู่เมื่อสักครู่นี้ ปรากฏหลุมลึกขนาดใหญ่ ก้อนกรวดบนพื้นดินร่วงกราว

เงาร่างของคนผู้หนึ่งปรากฏตัวขึ้น มันผู้นี้รูปร่างเป็นคนก็ไม่ใช่ผีก็ไม่เชิง ตามแขนขาทั้งสี่ข้างถูกพันธนาการไว้ด้วยโซ่สีดำทมิฬ ผมสีน้ำตาลแห้งหยาบเหมือนฟางข้าวยาวลงมาถึงเอว ร่างกายซูบผอมเหมือนโครงกระดูกเดินได้ ท่ามกลางเส้นผมสีน้ำตาลที่ปกคลุมหน้าตานั้น มีดวงตาสีแดงก่ำที่บ่งบอกถึงความบ้าคลั่ง

โฮก! ตัวประหลาดร้องคำรามในขณะที่พุ่งเข้ามาหาชายหนุ่มราวกับสัตว์ร้าย

“แกคือพวกภูตทมิฬใช่ไหม?” ฉู่ชวิ๋นถาม

เมื่อตัวประหลาดพุ่งเข้ามาไม่โดนเขา ดวงตาของมันก็หันมาจับจ้องฉู่ชวิ๋นเขม็ง ตัวมันยืนนิ่งเหมือนคนตาย

ฉู่ชวิ๋นพ่นลมผ่านจมูกและยกมือขึ้นซัดพลังลมปราณสวนกลับไป

เปรี้ยง!

ตัวประหลาดยังคงไม่ขยับเขยื้อนเคลื่อนไหว ร่างกายของมันถูกพลังลมปราณกระแทกเข้าใส่อย่างแรงจนลอยกระเด็นไป ในอากาศเศษฝุ่นเศษดินฟุ้งกระจาย

ฉู่ชวิ๋นหรี่ตามอง แต่ก็พบว่าตัวประหลาดกระเด็นไปเพียงแค่สิบเมตรเท่านั้น ถือว่ามันมีร่างกายที่แข็งแกร่งจนน่ากลัว

โฮก!

ตัวประหลาดคำรามอีกครั้งและพุ่งเข้ามาหาฉู่ชวิ๋นอีกรอบ ก่อนจะซัดพลังลมปราณออกมา ร่างวิญญาณของฉู่ชวิ๋นถูกซัดเข้าอย่างจังจนซวนเซ

ฉู่ชวิ๋นถึงกับตกตะลึง ตอนนี้เขาอยู่ในร่างวิญญาณ พลังการต่อสู้ไม่แข็งแกร่งเหมือนเก่าแถมร่างวิญญาณของเขาก็ยังเปราะบางมาก

ความเร็วของตัวประหลาดรวดเร็วมากเกินไป รวดเร็วยิ่งกว่าเขาเสียอีก

ฉู่ชวิ๋นไม่อยากเชื่อ ไม่คิดเลยว่าเพิ่งจะเข้าสู่ดินแดนของภูตทมิฬได้เพียงแค่ครู่เดียวก็ต้องพบกับคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งขนาดนี้แล้ว

ในระหว่างที่คิดเรื่องนี้ ฉู่ชวิ๋นก็โคจรพลังลมปราณและปล่อยกลอักษร

“ฆ่า” ออกไป!

ในอากาศพลันปรากฏตัวอักษรสีม่วงสดพวยพุ่งรุนแรงเหมือนพายุร้าย ถาโถมเข้าใส่ร่างกายของตัวประหลาดอย่างไม่ลืมหูลืมตา

แต่ตัวประหลาดก็สามารถปัดป้องตัวอักษรที่พุ่งเข้าใส่ได้อย่างง่ายดาย มิหนำซ้ำความเร็วของมันยังไม่ลดลงอีกด้วย

ฉู่ชวิ๋นรู้สึกพรั่นพรึงขึ้นมาแล้ว เขาเห็นเงาร่างของตัวประหลาดพุ่งเข้ามา จึงยกมือขึ้นซัดพลังสวนกลับไป

เปรี้ยง…!

เสียงระเบิดดังสนั่น ลำแสงลมปราณของเขาที่พุ่งออกไปทำให้ตัวประหลาดต้องร้องโหยหวน แต่ฝ่ามือของมันก็ซัดพลังสวนใส่เขาเช่นกัน

ฉู่ชวิ๋นเหงื่อออกท่วมกาย ไม่ทันที่จะได้ตั้งตัว พลังลมปราณสีดำที่แหลมคมเหมือนดาบก็พุ่งตัดเข้าร่างกายของเขา

ควับ!

ฉู่ชวิ๋นลอยกระเด็นออกมา ร่างวิญญาณของเขาเกิดรอยแตกร้าวขึ้น!

โฮก!

ตัวประหลาดร้องคำราม แต่กลับไม่ได้ซัดลำแสงตามมาอีก

“ฆ่าข้าสิ เข้ามา…ฆ่าข้าเลย…” เสียงจากพลังจิตที่อ่อนแอดังกังวานในโสทประสาทของฉู่ชวิ๋น

“หมายความว่ายังไง?” ฉู่ชวิ๋นถามเมื่อได้ยินเสียงที่แหบแห้งของฝ่ายตรงข้าม

“โจมตีที่หัวของข้า มัน…ไม่มีเวลาอีกแล้ว…”

ฉู่ชวิ๋นกัดฟันกรอดและเริ่มต้นโคจรพลังลมปราณอีกครั้ง

วิชาดัชนีสังหาร-กระบวนท่าดัชนีสามอุสรา!

วิชาดัชนีสังหาร-กระบวนท่าสี่นิ้วกำราบมาร!

ครืน! ครืน!

หมอกควันและฝุ่นผงตลบฟุ้งในอากาศ แล้วนิ้วมือขนาดใหญ่ก็ร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้าทับลงมาที่ศีรษะของตัวประหลาด

ตู้ม…เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว

เคล็ดวิชาฟินิกซ์นิรันดร์!

เคล็ดวิชาเก้ามังกรทลายนภา!

เคล็ดวิชาอัสนีบาตสีม่วง!

ฉู่ชวิ๋นระดมทุกวิชาที่เขาสามารถใช้ได้ โจมตีไปที่หัวของตัวประหลาด

ตัวประหลาดไม่ได้หลบหนี มันยืนหัวสั่นหัวคลอนอยู่ตรงนั้น

ฉู่ชวิ๋นพบว่าหลังจากโจมตีหนึ่งครั้ง ดวงตาสีแดงสดของตัวประหลาดก็จะเจือจางลง

“โจมตีเข้ามาอีก” ตัวประหลาดพูด

ฉู่ชวิ๋นยกมือโคจรพลังลมปราณ เสียงคำรามแผดก้องในท้องฟ้า มังกรโผบิน นกเพลิงสยายปีก

เปลวไฟลุกโชติช่วง

เงาร่างของมังกรและนกเพลิงทั้งสองตัวเคลื่อนไหวตามจังหวะมือของฉู่ชวิ๋น

เปรี้ยง!

ทั้งมังกรและนกเพลิงพุ่งตรงดิ่งลงไปที่หัวของตัวประหลาด จนเกิดการระเบิดขนาดใหญ่ แรงระเบิดถึงกับทำให้พื้นดินแยกออกเป็นหลายส่วนและมันก็ทำให้ตัวประหลาดลอยกระเด็นไปไกลเช่นกัน

ฉู่ชวิ๋นเพ่งสายตาจ้องมองด้วยความสนใจ แล้วเขาก็เห็นตัวประหลาดลุกขึ้นมา สีแดงในดวงตาของมันหายไปแล้ว ในขณะนี้ดวงตาที่กำลังจับจ้องมองฉู่ชวิ๋นเป็นดวงตาที่ปกติของมนุษย์ผู้หนึ่ง

“แกตั้งใจให้ฉันเล่นงานแกใช่ไหม?” ความจริง ฉู่ชวิ๋นอยากใช้โอกาสนี้ลงมือต่อเนื่องเพื่อปลิดชีพฝ่ายตรงข้ามไปเลยเหมือนกัน เสียแต่ว่าตัวประหลาดผู้นี้แข็งแกร่งมากเกินไป

ฉู่ชวิ๋นตื่นตัวเต็มที่ แต่โชคดีที่ตัวประหลาดถูกล่ามโซ่อยู่ มันจึงเดินมาถึงจุดที่เขายืนอยู่ไม่ได้

“หายากเหลือเกินที่คนอายุเท่าเจ้าจะมีฝีมือระดับนี้” เสียงของตัวประหลาดแหบแห้ง ทว่าดังชัดเจน “เจ้าเป็นศิษย์ของสำนักวิมานเมฆหรือ?”

ฉู่ชวิ๋นถอนหายใจแล้วถาม “แกกำลังพูดถึงดินแดนสวรรค์อยู่ใช่ไหม?”

ตัวประหลาดมองหน้าฉู่ชวิ๋นอยู่พักใหญ่ ก่อนจะพยักหน้า

“โลกนี้ไม่มีดินแดนสวรรค์อีกต่อไปแล้ว” ฉู่ชวิ๋นตอบ

“ว่าไงนะ?” ตัวประหลาดได้แต่จ้องมองฉู่ชวิ๋นด้วยความตกตะลึงและพูดว่า “เจ้าโกหก วิชาที่เจ้าใช้มันเป็นเคล็ดวิชาของแดนสวรรค์ เจ้ากล้าพูดได้อย่างไรว่าตนเองไม่ใช่คนของสำนักวิมานเมฆ?”

ฉู่ชวิ๋นตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “สำนักวิมานเมฆคืออะไร? ฉันยังไม่เคยเห็นแม้แต่เงา ฉันพึ่งจะเคยได้ยินชื่อนี้ละ”

ฉู่ชวิ๋นเองก็ไม่ได้ชื่นชอบดินแดนสวรรค์สักเท่าไหร่ โลกนี้กำลังเกิดความเปลี่ยนแปลง สัตว์ร้ายออกอาละวาด เกิดความโกลาหลไปทั่วโลกมนุษย์ หากว่าดินแดนสวรรค์มีอยู่จริง แล้วบรรดาเทพเซียนที่อยู่บนนั้นทำไมถึงยังไม่ลงมาปกป้องมวลมนุษย์?

ตัวประหลาดทำสีหน้าสงสัย จ้องมองฉู่ชวิ๋นอยู่ครึ่งค่อนวัน ก่อนพูด “เจ้าไม่ใช่คนของแดนสวรรค์จริง ๆ หรือ?”

ฉู่ชวิ๋นพยักหน้า

“ดินแดนสวรรค์ โลกใบนี้ไม่มีดินแดนสวรรค์อีกแล้ว ฮ่าฮ่าฮ่า…” ตัวประหลาดพลันหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง

ฉู่ชวิ๋นประหลาดใจไม่น้อยที่พบว่าในขณะนี้ตัวประหลาดกำลังร้องไห้ไปด้วยหัวเราะไปด้วย

“แกเป็นอะไรของแกเนี่ย?” ฉู่ชวิ๋นถาม

ตัวประหลาดหยุดหัวเราะในทันใด หันกลับมามองหน้าฉู่ชวิ๋น ตอบว่า “ข้าเคยเป็นคนของดินแดนสวรรค์”

ฉู่ชวิ๋นชะงักกึก คาดไม่ถึงเลยว่าตัวประหลาดคนนี้จะเคยเป็นคนของดินแดนสวรรค์มาก่อน ชายหนุ่มพูดออกไปด้วยความไม่อยากเชื่อ “ฉันคิดว่าแกเป็นคนของเผ่าพันธุ์ภูตทมิฬเสียอีก”

ดวงตาของตัวประหลาดมีประกายเย็นชาและตลกขบขัน “เมื่อประมาณ 10,000 ปีที่แล้วข้าเคยเป็นคนของดินแดนสวรรค์ แต่ตอนนี้ข้าไม่รู้แล้วว่าตัวเองเป็นคนของดินแดนสวรรค์ หรือเป็นคนของเผ่าพันธุ์ภูตทมิฬกันแน่”

“เป็นเพราะว่าแกติดอยู่ที่นี่มาหลายพันปีแล้วสินะ?” ฉู่ชวิ๋นถามด้วยความเหลือเชื่อ

ตัวประหลาดพยักหน้า ตอบเสียงราบเรียบ “มันนานมากแล้ว ข้าก็จำไม่ได้ว่ามันผ่านไปกี่พันปี แต่ที่รู้ๆ คือมันยาวนานมาก”

ฉู่ชวิ๋นสอบถามด้วยความพิศวง “แล้วใครเป็นคนขังแกไว้ที่นี่ล่ะ?”

“จะมีใครอีกนอกจากคนของดินแดนสวรรค์ด้วยกันเอง” ตัวประหลาดตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชา

ฉู่ชวิ๋นขมวดคิ้ว ตัวประหลาดผู้นี้ดูคุ้มดีคุ้มร้ายชอบกล ประเดี๋ยวก็บอกว่าตัวเองเป็นคนของแดนสวรรค์ นาทีต่อมาก็พูดว่าตัวเองเป็นคนของเผ่าพันธุ์ภูตทมิฬ แต่นั่นก็ดูมีเหตุผลดีที่คนจากดินแดนสวรรค์จะขังคนแบบนี้ไว้ที่นี่

“เจ้าคิดว่าสมองของข้าคงผิดปกติใช่หรือไม่?” ตัวประหลาดจ้องมองฉู่ชวิ๋นไม่วางตา

ฉู่ชวิ๋นไม่ตอบคำ ตัวประหลาดนี้มีพลังแข็งแกร่ง ซ้ำยังยืนขวางทางออกของเขาเอาไว้ ถ้ามันไม่ยอมหลีกทางให้ ฉู่ชวิ๋นก็คงไม่มีทางได้กลับออกไปอย่างแน่นอน

“ไม่ต้องห่วง ตอนนี้ข้ายังมีสติอยู่” ดูเหมือนว่าตัวประหลาดจะอ่านความคิดของชายหนุ่มได้

ฉู่ชวิ๋นยังคงคิดหาทางแก้ไขสถานการณ์ ถ้าเขายอมแพ้เสียตั้งแต่ตอนนี้ ก็คงไม่มีโอกาสหลบหนีกลับขึ้นไปข้างบนได้อีกแล้ว

“เหอะ เจ้าคนขี้ขลาด” ตัวประหลาดหัวเราะในลำคอ จากนั้นจึงนั่งลงบนหินก้อนหนึ่งและพูด “บอกให้ข้าฟังหน่อยว่าตอนนี้โลกภายนอกเป็นอย่างไรบ้าง”

ฉู่ชวิ๋นคิดอะไรได้บางอย่าง จึงถามว่า “แกเป็นคนที่ส่งมวลพลังออกไปสู้กับฉันที่โลกใต้ดินเมื่อหลายเดือนก่อนใช่ไหม?”

หลายเดือนที่แล้ว ฉู่ชวิ๋นใช้งานหม้อปรุงยาจตุรเทพ และได้มีโอกาสถอดจิตลงมาโลกใต้พิภพ ปะทะฝีมือกับเผ่าพันธุ์ภูตทมิฬบางส่วน เขาได้ต่อสู้กับมวลพลังงานรูปมือขนาดยักษ์แล้วก็หนีกลับไปได้อย่างหืดจับ

ตัวประหลาดนิ่งงันไปเล็กน้อย ก่อนจะส่ายศีรษะตอบ “ก็น่าจะเป็นข้านั่นแหละนะ”

“น่าจะเป็น?” ฉู่ชวิ๋นไม่เข้าใจ ตกลงว่าใช่หรือไม่ใช่กันแน่?

ตัวประหลาดชำเลืองมองฉู่ชวิ๋นด้วยสายตาเย้ยหยัน พูดด้วยน้ำเสียงชวนขนลุก “ถ้าเจ้าลองมาติดอยู่ที่นี่เป็นเวลาหลายพันปีแบบข้าดูบ้าง หากเจ้าไม่เสียสติ เจ้าก็ต้องกลายเป็นคนปัญญาอ่อน ลมปราณปีศาจของที่นี่มีพิษรุนแรงมาก ไม่ว่าใครที่อยู่ที่นี่นานเกินไป ก็จะต้องกลายเป็นปีศาจทั้งนั้น”

ฉู่ชวิ๋นนึกถึงพฤติกรรมคุ้มดีคุ้มร้ายก่อนหน้านี้ของตัวประหลาดขึ้นมาทันที ชายหนุ่มทราบมาตั้งแต่แรกแล้วว่าอากาศของที่นี่มีลมปราณปีศาจลอยตลบอบอวล มันเป็นพิษ ประเมินได้ว่ามีฤทธิ์ทำให้ผู้ที่สูดดมเข้าไปต้องกลายเป็นคนสติฟั่นเฟือน

“เพราะสูดดมลมปราณปีศาจเข้าไปตลอดเวลา แกถึงได้กลายเป็นคนสติเลอะเลือนแบบนี้นี่เอง” ฉู่ชวิ๋นกระซิบแผ่วเบา

ตัวประหลาดมองหน้าเขาด้วยความประหลาดใจ แล้วส่งเสียงหัวเราะเยาะ “ดูเหมือนว่าเจ้าจะรู้เยอะไม่ใช่น้อย ถูกต้อง นี่คือลมปราณปีศาจที่เปลี่ยนคนธรรมดาให้กลายเป็นสัตว์ร้ายและปีศาจกระหายเลือด ตอนนี้ข้าคงกลับมาได้สติอยู่อีกสักพัก ต้องขอบคุณเจ้า”

“อีกสักพักงั้นเรอะ?” ฉู่ชวิ๋นถามด้วยความร้อนใจ “หมายความว่าแกสามารถกลับไปวิกลจริตเหมือนก่อนหน้านี้ได้ทุกเมื่อเลยน่ะสิ?”

ตัวประหลาดพยักหน้า ตอบว่า “ข้าต้องกลายเป็นคนวิกลจริตมาหลายพันปีแล้ว น้อยครั้งมากที่ข้าจะมีสติพูดคุยรู้เรื่องเช่นนี้”

“ถ้าอย่างนั้นก็ปล่อยฉันไปเถอะ” ฉู่ชวิ๋นเริ่มต้นเจรจา

ตัวประหลาดมองเขาแล้วยิ้มกว้าง เผยให้เห็นฟันขาวเรียงเป็นระเบียบ มันชี้มือไปทางวังน้ำวนที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล พูดว่า “ทางออกอยู่ตรงนั้น เจ้าอยากไปก็ไปเถอะ ค่ายกลเหล่านี้มีผลแค่กับปีศาจเท่านั้น ไม่มีผลต่อมนุษย์แต่อย่างใด”

ฉู่ชวิ๋นเดินสืบเท้าไปทางวังน้ำวนจุดนั้น แต่แล้วในขณะที่เดินผ่านตัวประหลาด เขาก็ทันเห็นมันฉีกยิ้มอย่างแปลกประหลาดและก็เป็นรอยยิ้มที่ชายหนุ่มไม่เข้าใจความหมายเลยสักนิด

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 366 ดินแดนแห่งภูตทมิฬ"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved