จอมเวทอหังการ - ตอนที่ 171
บทที่ 171: เลือกมาสักอย่างสิ!
ในเวลาเช้าตรู่ มีคนมาเรียกโม่ฝานที่ห้องเพื่อไปพบอธิการบดีเซียวเรื่องการรับรางวัล
ทั้งสองมาถึงห้องสมุดของสถาบัน ซึ่งมันมีลักษณะเป็นตึกขนาดใหญ่ ทั้งสองเดินขึ้นไปชั้นบนสุดซึ่งไม่เคยอนุญาตให้นักเรียนคนใดเข้าได้
ขณะที่ทั้งสองขึ้นมาชั้นบนสุด อธิการบดีเซียวนั้นไขว่มือไว้ด้านหลังพร้อมกับมองออกไปนอกหน้าต่างซึ่งเป็นทิวทัศน์ของสถาบันอันกว้างใหญ่นี้อย่างครุ่นคิด
“อธิการบดีเซียว…”
เมื่อย่างก้าวเข้ามาด้านในห้องใหญ่นี้ โม่ฝานเห็นอธิการบดีเซียวยืนอยู่ลำพัง บรรยากาศเต็มไปด้วยความว่างเปล่าแต่แรงกดดันภายในห้องนั้นก็ไม่น้อยเช่นกัน โม่ฝานรู้สึกได้ว่าอธิการบดีกำลังมีเรื่องหนักใจมากมายอยู่
อธิการบดีเซียวหันกลับมาพร้อมรอยยิ้มอบอุ่นเปื้อนใบหน้า
“ฉันรู้ว่าเธอซ่อนไพ่ตายเอาไว้ในระหว่างการประลอง แม้ว่าฉันจะมองไม่ค่อยชัดเท่าไหร่ว่าเธอหลบซ่อนจากมู่หนิวเจี่ยวได้อย่างไร แต่ฉันสัมผัสได้ถึงเวทมนตร์ดำ…” อธิการบดีเซียวกล่าว
“นั่นไม่ใช่ความลับอะไรหรอก ถ้าหากว่าท่านอธิการบดีตรวจสอบประวัติของผมทั้งหมดภายในเมืองบ่อ คุณก็จะรู้คำตอบทุกอย่างเอง” โม่ฝานตอบกลับอย่างตรงไปตรงมา
ในตอนนั้นอาจารย์ใหญ่ซูต้องการที่จะประกาศให้โลกรับรู้ว่าโม่ฝานเป็นนักเวทธาตุคู่ตั้งแต่กำหนดในวันเรียนจบมัธยมปลาย
อย่างไรก็ตามหลังจากนั้นได้เกิดภัยพิบัติรุนแรงกับเมืองบ่อ ทุกคนลืมเลือนเรื่องนี้ไปสนิทใจ อีกทั้งอาจารย์ใหญ่ซูยังตายตกไปในโศกนาฏกรรมครั้งนั้นอีกด้วย…
แต่ถ้าหากว่าอธิการบดีเซียวต้องการที่จะรู้เรื่องราวเหล่านี้จริงๆ สิ่งที่เขาควรจะทำก็คือการส่งคนไปถามที่เคยอยู่ในเมืองบ่อ หลังจากนั้นเขาจะได้รู้ทุกสิ่งที่ต้องการ
“ไม่จำเป็นต้องทำอย่างนั้นหรอก วันใดวันหนึ่งเธอก็จะต้องเปิดเผยความลับทั้งหมดนั้นออกมาด้วยตนเอง เอาล่ะเรามาพูดเรื่องของเราในวันนี้ดีกว่า ใช่ไหม?” อธิการบดีเซียวกล่าวออกมา
“แน่นอน!” โม่ฝานตอบกลับพร้อมกับถูมืออย่างตื่นเต้น อิอิ นั่นคือทรัพยากรของนักเรียนใหม่ทั้งหมดภายในสภาบันแห่งนี้ เพียงแค่คิดถึงมัน โม่ฝานก็รู้สึกถึงความร่ำรวยที่จะสามารถซื้อบ้านหลังเล็กๆภายในนครเซี่ยงไฮ่เหล่านี้ได้อย่างสบายๆ!
“ทรัพยากรเหล่านี้นั้นจัดเตรียมไว้สำหรับนักเรียนที่มีธาตุแตกต่างกันออกไป เช่นนี้ของบางอย่างเธอไม่สามารถใช้มันได้ เราจึงจำเป็นจะต้องเปลี่ยนแปลงมันสักหน่อย… เพื่อที่จะได้เป็นประโยชน์กับเธอที่สุด” อธิการบดีเซียวอธิบาย
โม่ฝานพยักหน้าอย่างเข้าใจพร้อมกล่าว “ตราบใดที่พวกมันทั้งหมดจะเป็นของผม ก็ไม่มีปัญหา”
ถึงทรัพยากรเหล่านั้นจะตกเป็นของโม่ฝาน แต่เขาไม่สามารถจะใช้งานอะไรมันได้ ก็ย่อมไร้ประโยชน์สำหรับเขาอยู่ดี การดื้อด้านนั้นไม่มีอะไรส่งผลดีกับตัวเขาเลยแม้แต่น้อย
ดังนั้นเขาจึงเห็นว่าสิ่งที่อธิการบดีเซียวเสนอมานั้นเป็นประโยชน์ พวกเขาสามารถเปลี่ยนมันเป็นอะไรสักอย่างที่มีประโยชน์มากกว่า อาจจะเป็นเงินหรือสิ่งของอื่นๆที่โม่ฝานสามารถใช้งานได้
“ฉันรู้ดีว่าเธอคงจะมีอุปกรณ์เวทมนตร์สักสองสามอย่างอยู่แล้ว ในตอนนี้ฉันเลยมีอุปกรณ์เวทมนตร์ระดับมัชฌิมเอามาให้เธอลองเลือกดู เธอสามารถหยิบมันไปได้หนึ่งชิ้น…” อธิการบดีเซียวกล่าว จากนั้นเขาโบกมือเล็กน้อยพร้อมกับอุปกรณ์เวทมนตร์ปรากฏขึ้นมาบนโต๊ะอย่างเงียบเชียบ จากนั้นเขามองหน้าของโม่ฝานเพื่อรอเวลาให้เด็กหนุ่มเลือกของไปสักหนึ่งชิ้น
“โอ้ อุปกรณ์เวทมนตร์ระดับมัชฌิม มูลค่าของมันเกินกว่าคนอย่างผมจะซื้อหาได้!” โม่ฝานโพล่งออกมาอย่างตื่นเต้น
“มูลค่าของมันนั้นขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ที่เธอจะเลือกใช้ แต่ว่าถ้าหากเธอนำมันออกไปขายล่ะก็… มูลค่าของมันก็จะประมานนี้” อธิการบดีเซียวกล่าวออกมาพร้อมกับยกมือขึ้นมา
“ห้าหมื่นหยวน?” โม่ฝานถาม
อธิการบดีเซียวส่ายศีรษะปฏิเสธทันที
“ห้าแสนหยวน?!?” โม่ฝานถามออกมาด้วยความประหลาดใจ
อธิการบดีเซียวปฏิเสธอีกครั้ง…
“ห้าล้านหยวน!!!!!!!!!!!”
“สถาบันของเรานั้นจำเป็นจะต้องใช้ทรัพยากรมากมายในทุกๆปี ซึ่งสิ่งของเหล่านี้ได้รับมาจากการบริจาคจากนักเรียนดีเด่นที่จบการศึกษาไปแล้ว บางส่วนได้รับมาจากกองทุนของสถาบัน อย่างไรก็ตามเราจะมีความโปร่งใสและตรงไปตรงมากับผู้บริจาคเสมอ” อธิการบดีเซียวอธิบายออกมา
โม่ฝานพยักหน้าอีกครั้งอย่างเข้าใจ เขาเข้าใจว่าของรางวัลเหล่านี้เป็นของศิษย์เก่าและการกระทำของอธิการบดีในคราวนี้คือลงโทษเด็กใหม่ที่ไม่มีความกล้าหาญที่ก้าวออกมาต่อสู้
“เอาล่ะ ในตอนนี้เธอเลือกอุปกรณ์เวทมนตร์เหล่านี้ไปสักหนึ่งอย่าง หลังจากนั้นฉันจะส่งมอบทรัพยากรส่วนที่เหลือให้ภายหลัง” อธิการบดีเซียวชี้ไปบนโต๊ะอย่างใจเย็น
ดวงตาของโม่ฝานเป็นประกายสุกสกาวอย่างไม่อาจห้ามใจ อุปกรณ์เวทมนตร์มูลค่าห้าล้านหยวนกองอยู่ตรงหน้าของเขาแล้ว ถ้าหากเขารู้ว่าทรัพยากรมากมายเช่นนี้จะตกเป็นของเขา ในสุดท้ายแล้วถ้าหากเขาต้องเปิดเผยธาตุไฟของตนเองออกมาก็คงจะไม่รู้สึกเสียใจแม้แต่น้อย เขายินดีจะทำทุกอย่างเพื่อที่จะเอาชนะมู่หนิวเจี่ยวและไม่ยอมยกสิ่งเหล่านี้ให้กับเธอเป็นจำนวนหกในสิบแน่นอน!
“คุณช่วยอธิบายลักษณะการทำงานของพวกมันให้ผมฟังหน่อยได้ไหม? ผมน่ะไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับอุปกรณ์เวทมนตร์ สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงของเล่นสำหรับคนร่ำคนรวยเท่านั้น มันไม่เคยอยู่ในมือของคนยากจนอย่างผมหรอก” โม่ฝานถามอย่างอยากรู้อยากเห็น
“แน่นอน ฉันจะอธิบายแน่นอน! สิ่งนี้ที่อยู่ใกล้เธอที่สุดคือบูทโลหิต มันถูกสร้างมาจากกระดูกโลหิตของอสูรเวทในภูเขาจางไป่ เมื่อใช้มันแล้วความสามารถในการวิ่งจะเพิ่มขึ้นอย่างมากราวกับอสูรโลหิต ซึ่งมันเร็วเสียยิ่งกว่าเส้นทางวายุ เคลื่อนที่เงา! ด้วยซ้ำ นอกเหนือจากนั้นพลังของมันยังไม่อ่อนด้อยไปกว่าใคร ว่ากันว่าความแข็งแกร่งของมันนั้นมากพอที่จะทำลายภูเขาลูกหนึ่งได้อย่างง่ายดาย” อธิการบดีเซียวอธิบายออกมาอย่างช่ำชอง
“ความสามารถของมันเหลือล้นมาก! สุดยอด!” โม่ฝานตอบอย่างกระตือรือร้น
ในตอนนั้นโม่ฝานได้ต่อสู้กับหยู่อั๋น เขาใช้รองเท้าเวทมนตร์เช่นกัน…
ถ้าหากว่าเขาจำได้ไม่ผิดล่ะก็… รองเท้าของหยู่อั๋นนั้นสามารถเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น ซึ่งระดับของมันยังห่างไกลจากบูทโลหิตนี้อย่างมาก!
“แล้วอันนี้ล่ะ? มันดูเหมือนชุดเกราะเลย” โม่ฝานถามพร้อมกับชี้นิ้วไปที่อุปกรณ์ตรงกลาง
“ใช่ มันคือเกราะเวทมนตร์ โล่ห์เวทมนตร์กับเกราะเวทมนตร์นั้นแตกต่างกันอย่างมาก โล่ห์เวทมนตร์จำเป็นจะต้องเปิดการใช้งานเพื่อที่มันจะสามารถแสดงพลังของตนเองออกมาได้ ซึ่งมันแตกต่างจากเกราะเวทมนตร์โดยสิ้นเชิง เกราะเวทมนตร์นั้นไม่จำเป็นจะต้องเรียกใช้งานมันแต่อย่างใด นักเวทผู้นั้นเพียงแค่สวมใส่มันลงไปบนร่างกายเท่านั้น แม้ว่ามันจะไม่อาจต้านทานการโจมตีทั้งหมดได้ แต่ทว่ามันเพิ่มความต้านทานของร่างกายผู้ใช้ได้เยอะมาก ทุกส่วนของร่างกายล้วนแต่มีจุดตายซุกซ่อนอยู่ ซึ่งเกราะเหล่านี้จะต้องป้องกันจุดเหล่านั้น ชื่อของมันก็คือเกราะเกล็ดหยก มันเป็นที่รู้จักดีในแวดวงนักเวท ซึ่งความยืดหยุ่นของมันเลื่องชื่ออย่างมาก ยิ่งถ้าหากว่านักเวทธาตุลมสวมใส่มัน ถึงคราวที่ต้องใช้คาถาเคลื่อนย้ายใดๆแทบไม่ส่งผลต่อเวทมนตร์ของพวกเขาเลย แต่ในเวลาเดียวกันชุดเกราะนี้ก็ยังมีข้อบกพร่องอยู่ด้วยเช่นกัน มันยืดหยุ่นมากถึงทำให้แรงต้านทานพลังเวทลดน้อยลง ถ้าหากต้องพบเจอกับพลังทำลายล้างสูงมันก็คงไม่อาจจะต้านทานได้ไหว” อธิการบดีเซียวอธิบาย
“คุณกำลังจะบอกว่าเกราะเกล็ดหยกชิ้นนี้เป็นตัวเลือกที่นักเวทมักจะไม่ค่อยเลือกสรรงั้นเหรอ?” โม่ฝานถามออกไป
“ใช่แล้ว เกราะเวทมนตร์นั้นมีราคาสูงมากอยู่แล้วในตลาด ซึ่งราคาของมันนั้นมากกว่าอุปกรณ์ละอองดาราไม่เท่าไหร่นัก เกราะเกล็ดหยกนี้เพียงแค่รับการโจมตีจากอสูรเวทระดับต่ำก็เต็มกลืนแล้ว ถ้าหากต้องพบเจอกับอสูรเวทระดับนักรบหรือนักเวทระดับมัชฌิม แน่นอนว่าสิ่งที่มันทำได้คงมีเพียงการตายไปพร้อมกับนักเวทผู้สวมใส่มัน” อธิการบดีเซียวตอบกลับ
เกราะเกล็ดหยกนี้สามารถใช้งานได้อย่างง่ายดายเพียงแค่สวมใส่มันเท่านั้น แต่ทว่าความต้านทานและพลังการป้องกันของมันยังน้อยเกินไปกว่าความต้องการของโม่ฝานอยู่มาก…