จอมเวทอหังการ - ตอนที่ 169
บทที่ 169: ร่ำรวย!
ขณะนี้ฝันร้ายในคืนเหี้ยมโหดได้เกิดขึ้นกับนักเรียนใหม่ทุกคนแล้ว
พวกเขาทั้งหมดนั้นไม่มีเวลาที่จะตื่นเต้นจากการหลบหนีจากเถาวัลย์จองจำของโม่ฝานเลยแม้แต่น้อย…
“อธิการบดีเซียว… อะไรกัน… เราควรจะทำอะไรสักอย่างในตอนนี้ไหม!?!” หัวหน้าสาขาอื่นๆเริ่มถามไถ่ออกมา “คุณไม่เห็นความโกลาหลที่กำลังเกิดขึ้นในตอนนี้งั้นเหรอ?”
พวกเขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าโม่ฝานจะรอดพ้นจากการโจมตีเมื่อครู่ได้ อีกทั้งเหตุการณ์เช่นนี้ไม่เคยเกิดขึ้นเลยในรอบสิบปีที่ผ่านมา สถานการณ์ความโกลาหลในตอนนี้ค่อนข้างที่จะย่ำแยอย่างมาก กองทัพนักเรียนใหม่ทั้งหมดกำลังตกอยู่ในความวุ่นวาย “ทำไมเราไม่เกลี้ยกล่อมให้โม่ฝานยอมแพ้ล่ะ? นี่มันมากเกินกว่าเราจะจัดการได้แล้วไม่ใช่เหรอ…” โจวเจียงฮวากล่าวออกมา
ก่อนหน้านี้พวกเขาไม่คาดคิดว่าเหตุการณ์เช่นนี้จะเกิดขึ้น ทุกคนเลยยอมเชื่อฟังอธิการบดีเซียวก่อนในคราวแรก ไม่มีใครรู้ล่วงหน้าว่านอกจากโม่ฝานจะเป็นนักเวทธาตุอัญเชิญที่เก่งกาจแล้ว เขายังเป็นนักเวทที่สามารถใช้คาถาสายฟ้าระดับมัชฌิมได้…
อีกทั้งเขาควรจะถูกจัดการโดยมู่หนิวเจี่ยวซึ่งเป็นนักเรียนใหม่ที่อยู่ในระดับมัชฌิมเช่นกัน แต่ทว่าใครจะคาดคิดว่าโม่ฝานจะปิดบังความสามารถที่แท้จริงเอาไว้มากมายเพียงนี้!
“กฏย่อมเป็นกฏ! ไม่อาจหักล้างใดๆได้!” อธิการบดีเซียวตอบกลับอย่างเย็นชา เขาปฏิเสธข้อเสนอของโจวเจียงฮวาโดยสมบูรณ์
อธิการบดีเซียวขมวดคิ้วกับสถานการณ์ตรงหน้า เขามองความยุ่งเหยิงนี้พร้อมกับตะโกนออกมาเสียงดังราวกับฟ้าผ่า
เสียงที่แผดออกมาทำให้ทุกคนปิดปากเงียบและอยู่ในความสงบทันที!
“พอได้แล้ว! การประลองในครั้งนี้จบลงเพียงเท่านี้! ทรัพยากรทั้งหมดของนักเรียนใหม่จะถูกมอบให้สาขาอัญเชิญทั้งหมดโดยไม่มีข้อยกเว้นใดๆ!” อธิการบดีเซียวประกาศออกมาเสียงดังอย่างไม่ลังเล
“อธิการบดีเซียว… คุณ…”
อธิการบดีเซียวกล่าวต่อโดยที่ไม่ยอมเปิดโอกาสให้ผู้ใดได้ทักท้วง “ความจริงแล้วในปีการศึกษานี้ทรัพยากรของสถาบันมีมากมายเพียงพอที่จะมอบให้กับนักเรียนใหม่ทุกคน แต่ทว่าในตอนนี้พวกคุณทั้งหมดกำลังไม่ยอมรับว่าตนเองไม่สามารถรักษาทรัพยากรเหล่านั้นไว้ได้ พวกคุณทั้งหมดไร้ความเป็นน้ำใจนักกีฬาและไม่อาจยอมรับได้ว่าทรัพยากรทั้งหมดนี้จะตกเป็นของนักเรียนเพียงคนเดียว!”
“ทำไมพวกคุณจึงไม่มั่นคงและเด็ดเดี่ยวบ้างล่ะ? ทำไมจึงไม่ลุกขึ้นประท้วงถ้าหากว่านักเรียนสาขาอัญเชิญไม่สามารถเอาชนะพวกคุณทั้งร้อยคนได้? นั่นเป็นเพราะนักเรียนสาขาอัญเชิญมีเพียงเจ็ดคนงั้นหรือพวกคุณจึงไม่ใส่ใจ? การแข่งขันในครั้งนี้ไม่ใช่พวกเขางั้นหรือที่ต้องต่อสู้อย่างขื่นขมและต้องใช้ความพยายามอย่างมากเพื่อรักษาทรัพยากรตนเอง? นั่นไม่ใช่เพราะพวกเขาไม่อาจประท้วงได้เหมือนพวกคุณไม่ใช่เหรอ?!”
“พวกคุณทุกคนนั้นลืมเลือนสิ่งที่ผมได้พูดไปตอนพิธีเปิดแล้วหรือ? พวกคุณลืมเลือนไปแล้วงั้นเหรอว่าสถาบันของเรานั้นฝึกฝนนักเวทอย่างไร? สิ่งนี้ไม่เคยเกิดขึ้นเลยตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา เหตุการณ์ในวันนี้ได้พิสูจน์แล้วว่าพวกคุณยึดติดกับสถานการณ์เดิมๆ ไม่คิดถึงความเปลี่ยนแปลงที่สามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ โดยเฉพาะพวกนักเรียนใหม่ทุกคน! ในวันนี้ผมขอประกาศไว้ตรงนี้เลยว่าผมมีความสุขกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างมาก แม้ว่าเขาคนนั้นยังไม่สามารถเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ได้ แต่ทว่ามันก็เป็นก้าวแรกที่ยอดเยี่ยม!”
คำพูดที่เกรี้ยวกราดของอธิการบดีเซียวทำให้ทุกคนในสนามล้วนแต่ตกตะลึงเพราะมันทิ่มแทงหัวใจของพวกเขาราวกับถูกฟ้าผ่า!
นักเรียนทุกคนล้วนแต่ยอมรับชะตากรรมกับความจริงที่ได้รับอย่างช่วยไม่ได้ ทั้งหมดก้มหน้าลงอย่างละอายใจไม่เว้นแต่นักเรียนใหม่ที่บ้าคลั่งก่อนหน้านี้!
แน่นอนว่าถ้าหากว่ามีการประท้วงกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นในก่อนหน้านี้ ถ้าหากว่าพวกเขานั้นไม่เห็นด้วยกับการแข่งขันนี้ตั้งแต่แรก อธิการบดีเซียวก็คงจะไม่ยอมเปิดโอกาสให้โม่ฝานได้แสดงความสามารถจนได้รับทรัพยากรทั้งหมดนี้ไปแน่นอน
ทำไมพวกเขาจึงต้องรอจนโม่ฝานได้รับทรัพยากรของทุกคนไปแล้วจึงค่อยเริ่มประท้วงกันล่ะ? นั่นเป็นเพราะว่าตนเองเสียผลประโยชน์ไม่ใช่หรือ?
สถาบันเมิ่งจู่นั้นมีแนวทางการฝึกสนเป็นของตนเองอยู่แล้ว เช่นนี้อธิการบดีเซียวนั้นยินดีอย่างยิ่งที่จะมอบทรัพยากรมากมายให้กับนักเรียนผู้โดดเด่นและมีความทะเยอทะยาน ด้วยวิธีเช่นนี้จะทำให้พวกเขาแน่ใจว่าทรัพยากรที่ถูกแจกจ่ายออกไปได้ถูกใช้งานอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย อีกทั้งยังเป็นการสอนนักเรียนคนอื่นๆให้เข้าใจถึงความยากลำบากในการได้มาซึ่งทรัพยากรอีกด้วย!
ฉับพลัน ชายหนุ่มคนหนึ่งยืนขึ้นและเอ่ยปากถามอธิการบดีด้วยเสียงดังฟังชัด “อธิการบดีเซียว สิ่งที่คุณพูดนั้นถูกต้องแล้วไม่มีส่วนใดเลยที่ผิด แต่ทว่าคุณเคยนึกถึง… นึกถึงพวกเราที่มาจากครอบครัวยากจนบ้างไหม? พวกเราทั้งหมดล้วนแต่ต้องการทรัพยากรที่โรงเรียนมอบให้อย่างมาก! พวกเราล้วนแต่ต้องพยายามอย่างหนักเพื่อให้ได้มาซึ่งทรัพยากรเล็กน้อย ในขณะที่นักเรียนที่มีฐานะร่ำรวยเพียงแค่กระดิกนิ้วก็สามารถได้รับพวกมันอย่างไร้ขีดจำกัด ทรัพยากรนั้นจำเป็นต่อการฝึกฝนของพวกเราอย่างมาก นักเรียนที่ยากจนนั้นจำเป็นจะต้องใช้สิ่งเหล่านั้นอย่างแท้จริงและคนที่ยากจนเหล่านั้นมีผมรวมอยู่ด้วย!”
เมื่อได้ฟังคำถามนั้นแล้ว อธิการบดีเซียวขยับแว่นเล็กน้อยพร้อมกับจ้องมองไปที่ชายหนุ่มผู้กล้าหาญคนนั้น
เขาไม่ได้หงุดหงิดแต่อย่างใดพร้อมกับตอบออกไปอย่างสบายๆ “เพราะว่านี่คือสถาบันฝึกฝน เธอก็เลยมีโอกาสได้ถามคำถามโง่เง่านี้ออกมา เธอใช้อะไรคิดเหรอว่าโม่ฝานนั้นเกิดมาพร้อมกับกองเงินกองทอง? เธอคิดงั้นเหรอว่าเขามาจากตระกูลโบราณที่ร่ำรวย? เธอคิดว่าสิ่งเหล่านี้ทำให้เขาสามารถทะลุเข้าระดับมัชฌิมได้เร็วกว่าคนอื่นถูกไหม?”
“ครับ แน่นอน!” เด็กหนุ่มตอบกลับ
“อ่า เอาล่ะ! ในคราแรกฉันไม่คิดที่จะหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมา แต่ในเมื่อพวกเธอมีคำถามเช่นนี้ฉันก็จะตอบอย่างตรงไปตรงมาเหมือนกัน ฉันจะบอกอะไรให้… นักเรียนที่ปล้นทรัพยากรของพวกเธอทุกคนมาจากเมืองบ่อ!” อธิการบดีเซียวตอบกลับด้วยความโกรธ
เมืองบ่อ???!
เมืองบ่อที่เป็นข่าวประสบกับภัยพิบัติเมื่อหนึ่งปีที่แล้ว??
โศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นในเมืองบ่อเป็นสิ่งที่ทุกคนไม่มีวันลืมเลือน จากรายงานนั้นมีผู้เสียชีวิตมากกว่าหนึ่งแสนคนในเหตุการณ์ครั้งนั้น!
วันนั้นเป็นวันที่เมืองบ่อได้หลั่งโลหิตออกมาเป็นแม่น้ำขนาดใหญ่!
“เขามาจากครอบครัวธรรมดาทั่วไปหรืออาจจะน้อยกว่าพวกเธอด้วยซ้ำในสิ่งที่เขามี สิ่งที่เขาต้องพบเจอนั้นเลวร้ายกว่าพวกเธอหลายเท่า! ฉันคิดว่าฉันพูดเท่านี้ก็คงจะเพียงพอ หวังว่าจะไม่มีคำถามโง่ๆแบบนี้อีก!” อธิการบดีเซียวถอนหายใจยาวหลังจากตอบคำถาม
เมื่อประโยคของอธิการบดีเซียวจบลง ทุกคนเข้าสู่สภาวะโง่งมในทันที!
นักเรียนทั้งหมดล้วนมองไปที่โม่ฝานผู้ยืนอยู่กลางเวทีด้วยความรู้สึกไม่อยากจะเชื่อถือประโยคนั้นอย่างเต็มใจนัก
เป็นไปได้อย่างไรที่เด็กยากจนจะสามารถทะลุเข้าสู่ระดับมัชฌิมได้? เขาไม่มีแม้แต่ทรัพยากรด้วยซ้ำ แต่ทำไมเขาจึงทำได้? มันเป็นไปได้อย่างไรกัน?
มู่หนิวเจี่ยวมองผู้ชายตรงหน้าผู้ที่เอาชนะเธอเมื่อครู่ด้วยความตื่นตระหนกทันที
ความจริงแล้วเธอคิดว่าโม่ฝานนั้นเติบโตมาจากตระกูลใหญ่ที่แข็งแกร่งและร่ำรวย แต่ใครจะคาดคิดว่าเขาคนนี้มาจากเมืองบ่อและเป็นผู้ยากจน! เมื่อรู้เช่นนี้แล้วไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเขาจึงไม่มีอุปกรณ์เวทมนตร์ใดๆสำหรับใช้สอย เขาอาจจะไม่เคยสัมผัสมันด้วยซ้ำ!
ในการต่อสู้ของศิษย์แห่งตระกูลร่ำรวยนั้นหยิบจับอุปกรณ์เวทมนตร์มากเสียยิ่งกว่าการร่ายเวท! มู่หนิวเจี่ยวนั้นคิดว่าการที่ฝ่ายตรงข้ามไม่ใช้อุปกรณ์เพราะเขาไม่ต้องการที่จะอวดร่ำอวดรวยเหมือนกับเธอก็เท่านั้น
“อธิการบดีเซียว… คุณได้ทำเกินกว่าเหตุแล้วในตอนนี้ มันควรหรือไม่ที่คุณจะพูดเรื่องของผมโดยที่ผมไม่ได้ยินยอม? แล้วเช่นนี้ผมจะสามารถวิ่งไล่ตามสาวสวยจากตระกูลร่ำรวยได้ยังไงล่ะ?” โม่ฝานกล่าวออกมาอย่างหดหู่
“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า! เมื่อครู่ฉันรู้สึกโกรธมากก็เท่านั้น อีกทั้งเธอยังเป็นตัวอย่างที่ยอดเยี่ยมในการสอนพวกเขาอีกด้วย ฉันก็เลยถือวิสาสะใช้โอกาสนี้อย่างเต็มที่!”
โม่ฝานยืนอย่างโง่เขลาอยู่ตรงนั้น ปากของเขาปิดสนิทอย่างไร้คำพูด
สิ่งที่รอคอยเขาอยู่ในประตูถัดไปก็คือพลังแห่งความเกลียดชัง!
‘เฮ้อ เอาล่ะ! ไม่เป็นไรหรอก! เนื่องจากในตอนนี้ฉันปล้นทรัพยากรของนักเรียนใหม่ทุกคนไปแล้วเรียบร้อย ก็คงจะไม่มีใครชื่นชอบฉันแล้ว!’
โม่ฝานนั้นเคยเชื่อว่าเด็กที่อยู่ในสถาบันเมิ่งจู่คงจะเป็นคนที่มีคุณธรรมและน้ำใจนักกีฬามากพอ อย่างไรก็ตามพวกเขาก็คงจะไม่พกดาบเข้ามาเดินตามหาเขาในโรงอาหารหรอกนะ…
ในตอนนี้การประลองได้จบลงแล้ว แต่โม่ฝานยังไม่สามารถหยุดความตื่นเต้นภายในใจลงได้เลย!!!
แม้ว่ามันจะไม่ใช่ทรัพยากรของนักเรียนทั้งหมดในสถาบัน แต่ทว่าด้วยจำนวนเพียงเท่านี้มันก็เติมเต็มความรู้สึกของเขาได้จนล้นปรี่!
ภายในเสี้ยววินาทีเท่านั้น เขาได้เปลี่ยนสถานะของตนเองจากคนยากจนกลายเป็นเศรษฐีผู้ร่ำรวย!