cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

กระบี่จงมา - บทที่ 942.3 ถ้าอย่างนั้นข้าก็ทำอย่างที่ข้าอยากทำ

  1. Home
  2. All Mangas
  3. กระบี่จงมา
  4. บทที่ 942.3 ถ้าอย่างนั้นข้าก็ทำอย่างที่ข้าอยากทำ
Prev
Next

เฉิน​ผิง​อัน​ยิ้ม​กล่าว​ “อู๋​โจว​ผู้​นี้​ ข้า​จะไม่เป็น​ฝ่าย​ไป​หาเรื่อง​นาง​ก่อน​เด็ดขาด​”

ความนัย​ใน​ความหมาย​นี้​ก็​คือ​ เจ้าอู๋​โจว​เอง​ก็​อย่า​มาหาเรื่อง​ข้า​ สอง​ฝ่าย​เป็นน้ำ​บ่อ​ที่​ไม่ยุ่ง​กับ​น้ำ​คลอง​

ลู่​เฉิน​ลังเล​เล็กน้อย​ ครั้น​จึงยก​มือขึ้น​ สะบัด​ชาย​แขน​เสื้อ​ม้วน​ตวัด​แรง​ๆ หนึ่ง​ที​ บรรยากาศ​ขมุกขมัว​ แต่กลับ​พอ​จะมองเห็น​เงาร่าง​ของ​นักพรต​สอง​คน​ที่นั่ง​ถก​มรรคา​กัน​ได้​

นักพรต​คน​หนึ่ง​มีรูปโฉม​เป็น​วัยกลางคน​ บน​ศีรษะ​สวม​กวาน​พุดตาน​ บุคลิกลักษณะ​อบอุ่น​อ่อนโยน​ อีก​คน​หนึ่ง​เป็น​นักพรต​หนุ่ม​ สวม​กวาน​ดอกบัว​บน​ศีรษะ​ หล่อเหลา​สง่างาม

ก่อนที่​ศิษย์​พี่​จะออก​ไป​จาก​ป๋า​ยอ​วี้​จิงเคย​ทำ​การอนุมาน​มหา​มรรคา​ซึ่งต้อง​สิ้นเปลือง​ความคิด​จิตใจ​อย่าง​มหาศาล​ต่อหน้า​ลู่​เฉิน​ไป​ครั้งหนึ่ง​ สุดท้าย​ก็ได้​ผลลัพธ์​ออกมา​สามชนิด​

ชนิด​แรก​คือ​ทุกคน​ล้วน​สามารถ​ฝึก​ตน​ ล้วน​เป็น​ผู้​ที่​ฝึก​บำเพ็ญตน​ สิ่งมีชีวิต​ที่​มีสติปัญญา​ทั้งหลาย​ซึ่งมีหวัง​ว่า​สติปัญญา​จะเปิด​ออก​แล้ว​ได้​หลอม​เรือน​กาย​ก็​สามารถ​ฝึก​ตน​อย่าง​สงบ​มั่นคง​เช่นกัน​ เมื่อ​เป็น​เช่นนี้​จะมีการบุกเบิก​โฉมหน้าใหม่​หรือไม่​ ทั่ว​ทั้ง​ฟ้าดิน​จะมีระเบียบ​มีขั้นตอน​หรือไม่​? ถึงขั้น​ที่ว่า​ผู้ฝึก​ตน​มากมาย​หลาย​เผ่า​พันธ์​ของ​โลก​มนุษย์​ไม่ต้อง​ถกเถียง​กัน​ใน​เรื่อง​เล็กๆ น้อยๆ​ อีก​ ไม่ต้อง​มีชีวิต​อยู่​ใน​ช่วงเวลา​เพียง​ชั่ว​ประกายไฟ​แลบ​ แต่​สามารถ​รวบรวม​แม่น้ำ​ยาว​ที่​พร่างพราว​เส้น​แล้ว​เส้น​เล่า​ จับมือ​กัน​เดินทางไกล​ออก​ไปนอก​ฟ้าได้​ครั้งแล้วครั้งเล่า​ ออก​ไป​บุก​ที่ดิน​แห่ง​ใหม่​ ต่าง​คน​ต่าง​ใช้ดวงดาว​ดวง​หนึ่ง​เป็น​ลาน​ประกอบ​พิธีกรรม​ ต่าง​คน​ต่าง​แตก​กิ่งก้านสาขา​…

ชนิด​ที่สอง​ ปราณ​วิญญาณ​ฟ้าดิน​ไป​รวมตัวกัน​อยู่​ใน​ที่ใด​ที่หนึ่ง​ทั้งหมด​ ราวกับว่า​โลก​มนุษย์​เข้าสู่​ช่วง​ยุค​เสื่อม​ที่​มิอาจ​ฝึก​ตน​ได้​ก่อนกำหนด​ ตก​อยู่​ใน​สภาพการณ์​เหมือน​สตรี​ที่​มีฝีมือ​แต่​ไม่มีวัตถุดิบ​ให้​ปรุงอาหาร​ เป็นเหตุให้​สรรพ​ชีวิต​ใน​โลก​มนุษย์​ นอกจาก​คน​ที่​ ‘ลอย​ห้อย​ฟ้า’ ไม่กี่​คน​ซึ่งมีน้อย​จน​นับ​นิ้ว​ได้​แล้ว​ ทุกคน​ล้วน​มิอาจ​ฝึก​ตน​ได้​เหมือนกัน​หมด​โดย​ไม่มีข้อยกเว้น​ และ​ใน​บรรดา​คน​เหล่านี้​ก็​มิอาจ​เข้าไป​ยุ่ง​เกี่ยวกับ​การ​โคจร​ของ​ฟ้าดิน​ อย่าง​มาก​สุด​ก็​แค่​ถูก​จำกัด​อยู่​ใน​ ‘พื้นที่​คับแคบ​ห่างไกล​’ แห่ง​หนึ่ง​ ซ่อนตัว​อยู่​ใน​ฟ้าดิน​กว้างใหญ่​ไม่ออก​ไป​ไหน​ ใช้ชีวิต​อย่าง​อิสระ​เสรี​ใน​ฟ้าดิน​เล็ก​ นอกจากนี้​ก็​จำเป็นต้อง​ทำตาม​ข้อตกลง​ลับ​ๆ บางอย่าง​ จะลงมือ​เปลี่ยนแปลง​วิถี​แห่ง​ฟ้าดิน​ได้​ก็ต่อเมื่อ​เจอ​กับ​หายนะ​ใหญ่​บางอย่าง​เท่านั้น​

ชนิด​ที่สาม​ก็​คือ​จมสู่สภาวะ​หุน​ตุ้น​ (กลุ่ม​ธาตุ​อากาศ​ที่​สลัว​ปะปนกัน​ เชื่อ​ว่า​ก่อน​โลก​จะถือกำเนิด​ จักรวาล​อยู่​ใน​สภาวะ​หุน​ตุ้น​ที่​มีแต่​กลุ่ม​ธาตุ​อากาศ​) อย่าง​สิ้นเชิง​ ความ​ไร้​ระเบียบ​ก็​คือ​ระเบียบ​เพียง​หนึ่งเดียว​

ในความเป็นจริง​แล้ว​ยังมี​ผลลัพธ์​อย่าง​ที่สี่​ด้วย​

แต่​ตอนนั้น​ศิษย์​พี่ใหญ่​ไม่ได้​ให้​ลู่​เฉิน​พิศ​มรรคา​ เพราะ​มรรคา​มิอาจ​เอื้อนเอ่ย​เป็น​คำพูด​

ลู่​เฉิน​กลับ​เดา​ออก​แล้ว​

คือ​ ‘ฟ้าดิน​เป็นหนึ่ง​’

หรือ​ก็​คือ​เรื่อง​ที่​เจี่ย​เซิงแห่ง​ไพศาล​ใน​อดีต​ โจว​มี่แห่ง​เปลี่ยว​ร้าง​ใน​ภายหลัง​คิด​จะทำ​

ลู่​เฉิน​สะบัด​ชาย​แขน​เสื้อ​อีกครั้ง​ สลาย​ภาพ​บรรยากาศ​นั้น​ทิ้ง​ไป​ ยื่น​ฝ่ามือ​ที่​ขาวนวล​ราว​หยก​ออกมา​ แต่กลับ​ใช้หลัง​มือ​หัน​ขึ้น​ด้านบน​ ฝ่ามือ​หัน​ลง​เบื้องล่าง​ “หาก​เปลี่ยน​ข้า​มาเป็น​โจว​มี่ อันดับ​แรก​ กลาย​เป็นหนึ่ง​ หลอม​ใหญ่​ให้​หนึ่ง​”

พลิก​หมุน​ฝ่ามือ​ ลู่​เฉิน​ยิ้ม​บาง​ๆ เอ่ย​ว่า​ “อันดับ​รอง​ลงมา​ เรือน​กาย​จำแลง​ได้​นับ​พัน​นับ​หมื่น​”

“หลังจากนั้น​ก็​คือ​การ​ฝึก​บำเพ็ญตน​ พิสูจน์​มรรคา​ บรรลุ​มรรคา​ สลาย​มรรคา​ แล้วก็​ไม่จำเป็นต้อง​กังวล​กับ​ภัย​ร้าย​นี้​อีก​”

ลู่​เฉิน​เอ่ย​ต่อ​อี​กว่า​ “จากนั้น​ก็​คือ​…”

เฉิน​ผิง​อัน​พลัน​ขมวดคิ้ว​น้อย​ๆ

ลู่​เฉิน​ใช้ศีรษะ​โขก​เสาศาลา​อยู่​สอง​สามที​ ยิ้ม​เอ่ย​อย่าง​รู้ทัน​ว่า​ “คำ​ว่า​ ‘จำแลง​กาย​’ นี้​ที่​ผิน​เต้า​พูดถึง​ ไม่ได้​เรียบง่าย​เพียงแค่​จำแลง​กาย​เป็น​สรรพ​ชีวิต​เท่านั้น​”

เฉิน​ผิง​อัน​พยักหน้า​ “พูด​ต่อ​เลย​”

เข้าใจ​แล้ว​ ไม่เพียงแค่​ใต้​หล้า​ห้า​แห่ง​ใน​ทุกวันนี้​เท่านั้น​ แต่​เป็น​ฟ้านอก​ฟ้าที่​ป๋า​ยอ​วี้​จิงคอย​สยบ​กำราบ​และ​นรกอเวจี​ที่​ดินแดน​พุทธะ​สุขาวดี​คอย​นั่ง​บัญชา​การณ์​

และ​ยังมี​ดวงดาว​บรรพกาล​ทั้งหลาย​ ฯลฯ​ ที่​ต่าง​ก็​ต้อง​ถูก​หลอม​ใหญ่​ ก็​เหมือน​วัตถุ​แห่ง​ชะตาชีวิต​ที่​ถูก​ผู้ฝึก​ตน​หลอม​

รวบรวม​ให้​เป็นหนึ่ง​ แล้ว​กระจาย​จาก​หนึ่ง​ไป​เป็น​อีก​มากมาย​

ใน​ขอบเขต​เช่นนี้​ อะไร​คือ​หนึ่ง​กระบี่​ฟัน​เปิด​ธาร​ดวงดาว​บน​ท้องฟ้า​ อะไร​คือ​เป่า​ลม​เบา​ๆ ก็​สามารถ​เป่า​ให้​ดวงดาว​บรรพกาล​ดวง​หนึ่ง​แหลก​สลาย​หาย​ไป​ได้​ ล้วน​ไม่ถือว่า​เป็น​มรรค​กถา​อะไร​เลย​

ต่อให้​เจ้าจะเป็น​ผู้ฝึก​ตน​ขอบเขต​สิบ​สี่ หรือ​อาจจะ​ถึงขอบเขต​สิบห้า​ เผชิญหน้า​กับ​โจว​มี่ผู้​นั้น​ก็​ล้วน​เป็น​ความเลื่อนลอย​ เพราะ​เดิมที​ก็​คือ​ส่วนหนึ่ง​บน​มหา​มรรคา​ของ​เขา​อยู่แล้ว​

เฉิน​ผิง​อัน​ยก​ขา​นั่งไขว่ห้าง​ มือถือ​กระบอก​ยาสูบ​ ใช้มัน​เคาะ​กับ​พื้น​รองเท้า​เบา​ๆ เคาะ​เอา​เศษขี้เถ้า​ทิ้ง​ไป​ ก่อน​จะยัด​ยาเส้น​ใส่เข้าไป​อีกครั้ง​แล้ว​เริ่ม​พ่น​ควัน​ข​โมงต่อ​

ลู่​เฉิน​อดไม่ไหว​เอ่ย​ทอดถอนใจ​อย่าง​ปลงอนิจจัง​ว่า​ “บ้านเรือน​พันปี​เปลี่ยน​เจ้าของ​ร้อย​คน​ หนึ่ง​ปี​รื้อ​ล้าง​หนึ่ง​ปีใหม่​”

เฉิน​ผิง​อัน​บิด​หมุน​ข้อมือ​ เก็บ​กระบอก​ยาสูบ​ใส่ไว้​ใน​วัตถุ​ฟางชุ่น​ “เจ้าลัทธิ​ลู่​ คุย​กัน​เรื่อง​เลื่อนลอย​ไป​แล้ว​ พวกเรา​มาคุย​อะไร​ที่​เป็นจริงเป็นจัง​กัน​บ้าง​ดีกว่า​”

ลู่​เฉิน​พลัน​รู้สึก​หัวโต​เท่า​กระด้ง​ พอ​ได้ยิน​คำ​เรียกขาน​ด้วย​ความเคารพ​ว่า​ ‘เจ้าลัทธิ​ลู่​’ นี้​ ก็​รู้​แล้ว​ว่า​ต้อง​ไม่มีเรื่อง​อะไร​ดี​เป็นแน่​

เฉิน​ผิง​อัน​ยื่นมือ​ออกมา​ “เงิน​ฝน​ธัญพืช​หก​เหรียญ​”

ลู่​เฉิน​กล่าว​อย่าง​จนใจ​ “มาเป็น​แขก​ถึงบ้าน​มอบ​ของขวัญ​ให้​ก็​คือ​มารยาท​ที่​สมควร​มีนะ​ อีก​อย่าง​อาจารย์​หนี​กับ​สหาย​ชิงถงก็​แค่​เงิน​ฝน​ธัญพืช​สอง​เหรียญ​เท่านั้น​ สำหรับ​พวกเขา​แล้ว​ขน​หน้าแข้ง​ก็​ไม่ร่วง​หรอก​ เกี่ยวข้อง​อะไร​กับ​ใต้เท้า​อิ่น​กวาน​ด้วย​เล่า​”

เฉิน​ผิง​อัน​กล่าว​ “ถ้าอย่างนั้น​ก็​ไม่พูดถึง​พวกเขา​สอง​คน​ ข้า​ยังมี​ของขวัญ​อีก​ชิ้น​เตรียม​จะมอบให้​กับ​พรรค​หวง​เหลียง​ ดังนั้น​เงิน​ฝน​ธัญพืช​สอง​เหรียญ​นั้น​ของ​ข้า​ก็​ต้อง​หัก​เป็น​เงินร้อน​น้อย​ยี่สิบ​เหรียญ​ เอา​มา”

ลู่​เฉิน​ได้ยิน​ประโยค​นี้​ก็​รู้​ถึงความนัย​ลึกซึ้ง​ที่​แฝงอยู่​ทันที​ ได้​แต่​ทำท่า​ลูบ​ๆ คลำ​ๆ หยิบ​เอา​เงินร้อน​น้อย​กอง​หนึ่ง​ออกมา​ ล้วน​เป็น​เงินร้อน​น้อย​ที่​หา​ได้​ยาก​ซึ่งเจ้าลัทธิ​ลู่​ต้อง​ไป​เก็บ​รวบรวม​มาจาก​ทาง​นั้น​ที​ทาง​นี้​ที​อย่าง​ยากลำบาก​

เฉิน​ผิง​อัน​เลือก​มายี่สิบ​เหรียญ​ เก็บ​ใส่ไว้​ใน​ชาย​แขน​เสื้อ​แล้วก็​ลุกขึ้น​ยืน​ “ก่อนที่​ข้า​จะลง​จาก​ภูเขา​ ก่อนที่​เจ้าจะกลับ​ไป​ยัง​ป๋า​ยอ​วี้​จิง ข้า​เอง​ก็​มีม้วน​ภาพ​หนึ่ง​ที่​อยาก​ให้​นักพรต​ลู่​ซึ่งเคย​ตั้ง​แผง​ดูด​วงใน​เมือง​เล็ก​ของ​ถ้ำสวรรค์​หลี​จูใน​อดีต​ได้​ดู​อี​กรอบ​”

ลู่​เฉิน​ทำ​ท่าจะ​พูด​แต่​ก็​ชะงัก​ไป​

เขา​อยาก​ถามว่า​ ใน​เมื่อ​ผิน​เต้า​เคย​ดู​แล้ว​ ไม่ขอ​ดู​อีก​ได้​หรือไม่​

เพียงแต่​ใน​ศาลา​กลับ​มีภาพ​เหตุการณ์​ผิดปกติ​เกิดขึ้น​มาแล้ว​ กลาย​มาเป็น​เหมือน​ดินแดน​ใน​ความฝัน​อีกครั้ง​

ระหว่าง​ฟ้าดิน​

กาย​ธรรม​ใหญ่​ยักษ์​ร่าง​หนึ่ง​นั่ง​ตัวตรง​อย่าง​สำรวม​อยู่​บน​ฟ้าทาง​ทิศเหนือ​สุด​ของ​แจกัน​สมบัติ​ทวีป​

ทัณฑ์​สวรรค์​เยื้องกราย​มาถึง ทะเล​เมฆค่อยๆ​ ลดตัว​ลง​ต่ำ​ ขยับ​เข้าใกล้​ศีรษะ​ของ​กาย​ธรรม​ร่าง​นั้น​

ลูกศิษย์​ลัทธิ​ขงจื๊อ​เงยหน้า​ขึ้น​ ใบหน้า​ประดับ​รอยยิ้ม​

จากนั้น​ก็​มีฝ่ามือสี​ทอง​อร่าม​ข้าง​หนึ่ง​ปั่น​คว้าน​ทะเล​เมฆแห่ง​นั้น​ให้​เกิด​เป็น​รู​โหว่​ขนาดใหญ่​ยักษ์​ เซียน​เห​ริน​เรือน​กาย​ตระหง่าน​โอฬาร​ที่​ขนาด​นั่ง​อยู่​ก็​สูงเท่าเทียม​กับ​ยอด​บนสุด​ของ​ชั้น​เมฆผู้​นี้​ เรียก​ตัวเอง​ว่า​ ‘เปิ่น​จั้ว’​

กาย​ธรรม​ของ​ลูกศิษย์​ลัทธิ​ขงจื๊อ​ที่​จอน​ผม​ตรง​หู​สอง​ข้าง​เป็น​สีดอกเลา​ เปลี่ยน​จาก​ฝ่ามือ​มาเป็น​หมัด​ ยื่นมือ​ไป​กุม​ไข่มุก​เม็ด​นั้น​ไว้​กลาง​มือ​หลวม​ๆ

และ​เวลานี้​เอง​ เมือง​เล็ก​ใน​ถ้ำสวรรค์​หลี​จูของ​อดีต​ พริบตาเดียว​เวลากลางวัน​ก็​เหมือน​กลางคืน​

เซียน​เห​ริน​ที่นั่ง​อยู่​บน​ยอด​สูงสุด​ของ​ช่อง​โพรง​ทะเล​เมฆประหนึ่ง​นั่ง​อยู่​บน​ปาก​บ่อน้ำ​แห่ง​หนึ่ง​ คล้าย​กำลัง​หลุบ​ตา​ลง​ต่ำ​มอง​กบ​ใต้​บ่อ​ ใบหน้า​เผย​รอยยิ้ม​เย้ยหยัน​ หัวเราะ​เสียง​ดังลั่น​

คำพูด​ประโยค​หนึ่ง​ดังสนั่น​เหมือน​ฟ้าคำราม​ ‘เปิ่น​จั้ว​จะเล่น​เป็นเพื่อน​พวก​เจ้าก่อน​แล้วกัน​!’

กระบี่​บิน​สิบสอง​เล่ม​แทง​ทะลุ​ชั้น​เมฆจาก​บน​ฟ้าลง​มายัง​โลก​มนุษย์​ คน​ยักษ์​ร่าง​ทอง​เบิก​ดวงตา​สีทอง​บริสุทธิ์​คู่​หนึ่ง​ขึ้น​มา ท่วงท่า​เกียจคร้าน​ นั่งขัดสมาธิ​ สอง​หมัด​ยัน​ไว้​บน​หัวเข่า​ ยื่น​นิ้ว​ข้าง​หนึ่ง​จาก​หมัด​ขวา​ออกมา​ดีด​เบา​ๆ กระบี่​บิน​เล่ม​หนึ่ง​เหมือน​ได้รับ​คำสั่ง​จึงแทง​ทะลุ​ไป​ที่​มือ​ซึ่งกำ​เป็น​หมัด​หลวม​ๆ ของ​กาย​ธรรม​บัณฑิต​ลัทธิ​จงจื๊อ​ คน​ยักษ์​สีทอง​ที่อยู่​เหนือ​ทะเล​เมฆ มือ​ทั้งสอง​ต่าง​ก็​ยื่น​นิ้ว​ออกมา​ข้าง​หนึ่ง​ ทุกครั้งที่​ขยับ​ขึ้น​ลง​ นิ้ว​บิด​หมุน​เบา​ๆ ก็​จะมีกระบี่​บิน​วา​ดวง​โค้ง​ แขน​ทั้ง​แขน​ของ​กาย​ธรรม​ลูกศิษย์​ลัทธิ​ขงจื๊อ​ถูก​กระบี่​บิน​แทง​ทะลุ​เป็น​รู​นับ​พัน​รู​

ต้องการ​จะใช้ฝน​อาคม​กระบี่​บิน​สาด​น้ำเย็น​ใส่ลม​วสันต์​

เส้นด้าย​สีทอง​จำนวน​นับไม่ถ้วน​ลอด​ทะลุ​ออก​มาจาก​ชั้น​เมฆ

ปรากฏ​เป็น​เจียว​หลง​เวท​อสนี​สามสี สายฟ้า​สาด​ประกาย​พร่างพราว​ ตัด​สลับ​ถัก​ทอ​เป็น​ตาข่าย​ขนาดใหญ่​สามปาก​ ประหนึ่ง​มีด​คม​ที่​กรีด​เฉือน​ร่างกาย​ธรรม​ของ​บัณฑิต​ลัทธิ​ขงจื๊อ​ไป​ทีละ​นิด​

ขณะเดียวกัน​ก็​สร้าง​ค่าย​กล​ใหญ่​แห่ง​ฟ้าดิน​ขึ้น​มาดูดดึง​เอา​ปราณ​วิญญาณ​ฟ้าดิน​ไป​อย่าง​บ้าคลั่ง​ สะบั้น​การชักนำ​บน​มหา​มรรคา​ระหว่าง​บัณฑิต​กับ​ใต้​หล้า​ไพศาล​ พร้อมกัน​นั้น​ยัง​ป้องกัน​ไม่ให้​สอง​เท้า​ของ​คน​ผู้​นี้​เหยียบ​ลง​บน​พื้น​ของ​แจกัน​สมบัติ​ทวีป​

ต่อให้​ลูกศิษย์​ลัทธิ​ขงจื๊อ​จะเป็น​บัณฑิต​แห่ง​ใต้​หล้า​ไพศาล​ ทว่า​สอง​คน​ที่​ลงมือ​กลับเป็น​เทียน​เซียน​จาก​ป๋า​ยอ​วี้​จิงที่​ข้าม​ใต้​หล้า​มา ฟ้าอำนวย​ดิน​อวยพร​ ล้วน​ไม่ยอม​มอบให้​ฝ่าย​แรก​!

หมัด​ของ​คน​ยักษ์​ร่าง​ทอง​ต่อย​ลงมา​ครั้งแล้วครั้งเล่า​ ต่อย​ทะลุ​มือ​ที่​ยกขึ้น​มาของ​กาย​ธรรม​สีขาว​หิมะ​ไป​โดยตรง​ ฝ่ามือ​ของ​ฝ่าย​หลัง​ถูก​ต่อย​จน​เป็น​รู​ขนาดใหญ่​ ฝ่ามือ​ปริ​แตกสลาย​เป็น​ชิ้นเล็กชิ้นน้อย​ หลังจากนั้น​ช่วง​แขน​แต่ละ​ช่วง​ก็​ถูก​หมัด​พวก​นั้น​ต่อย​จน​แหลก​เละ​

เหลือ​เพียง​แขน​ครึ่ง​ท่อน​ล่าง​

ส่วน​มือซ้าย​ของ​บัณฑิต​ลัทธิ​ขงจื๊อ​กลับ​กำ​เป็น​หมัด​หลวม​ๆ อยู่​ตลอด​ นิ่ง​มั่นคง​ไม่ขยับ​

ทว่า​นับ​จาก​หมัด​ที่​กำ​หลวม​ๆ ไป​จนถึง​แขน​และ​หัวไหล่​กลับ​ถูก​กลบ​ทับ​ไว้​ด้วย​คาถา​เวท​อสนี​ที่​เป็น​บท​โองการ​คำ​เขียว​บท​แล้ว​บท​เล่า​ ตัวอักษร​ทุก​ตัว​ที่​ซุกซ่อน​ปณิธาน​ที่​แท้จริง​ของ​เวท​อสนี​ล้วน​ใหญ่​เหมือน​บ้าน​หลัง​หนึ่ง​

สอง​นิ้ว​เหนือ​ชั้น​เมฆประกบ​กัน​เป็น​คาถา​กระบี่​แล้ว​ฟัน​ลงมา​ ฟัน​กาย​ธรรม​ของ​บัณฑิต​ลัทธิ​ขงจื๊อ​ตั้งแต่​ไหล่​มาจนถึง​มือ​ที่​กำ​เป็น​หมัด​

จากนั้น​แขน​ที่​หัก​ก็​ถูก​ตัวอักษร​แห่ง​คาถา​พวก​นั้น​ทำให้​ระเบิด​แหลก​เป็น​จุล​

บัณฑิต​ลัทธิ​ขงจื๊อ​เหลือ​เพียง​แขนขวา​ครึ่ง​เดียว​ เขา​ยกขึ้น​สูงแล้ว​ยื่น​เอียง​ไป​ข้างหน้า​เหมือน​ร่ม​ที่​กันฝน​ สกัด​บัง​อยู่​เหนือ​ไข่มุก​เม็ด​นั้น​ ขณะเดียวกัน​ก็​ดึง​ไข่มุก​กลับมา​ปกป้อง​ไว้​เบื้องหน้า​ของ​ตัวเอง​

เหนือ​ทะเล​เมฆ ยักษ์​ร่าง​ทอง​ปล่อย​หมัด​ใส่ศีรษะ​ของ​กาย​ธรรม​บัณฑิต​ลัทธิ​ขงจื๊อ​ครั้งแล้วครั้งเล่า​

ใน​ฟ้าดิน​ที่​เป็น​ค่าย​กล​อาคม​เกิด​ริ้ว​ลมปราณ​กระเพื่อม​ซัดสาด​อย่าง​รุนแรง​

หมัด​ทุก​หมัด​ที่​ต่อย​ออกมา​ กาย​ธรรม​ของ​บัณฑิต​ลัทธิ​ขงจื๊อ​ก็​จะลด​ระดับ​ลง​หนึ่ง​ส่วน​

เรือน​กาย​ไร้​แขน​ทั้งสอง​ข้าง​ เหลือ​เพียง​หมัด​ไร้​แขน​ลอย​ค้าง​กลางอากาศ​ที่​เชื่อมโยง​อยู่​กับ​เรือน​กาย​

กาย​ธรรม​ตน​หนึ่ง​สภาพ​น่าเวทนา​จน​แทบ​มิอาจ​ทน​มอง​ เพียง​ปกป้อง​หมัด​ข้าง​นั้น​เอาไว้​อย่าง​แน่นหนา​

ริมฝีปาก​ของ​กาย​ธรรม​บัณฑิต​ลัทธิ​ขงจื๊อ​ขยับ​เบา​ๆ พึมพำ​ไร้​เสียง​ คล้าย​กับ​ว่า​ยัง​คงอยู่​ใน​โรงเรียน​ เผชิญหน้า​กับ​เด็ก​ๆ ที่​ใบหน้า​อ่อนเยาว์​ ดวงตา​ใสซื่อ​บริสุทธิ์​เหล่านั้น​แล้ว​ทำการ​อบรมสั่งสอน​เป็น​ครั้งสุดท้าย​ให้​กับ​พวก​นักเรียน​ที่​เรียก​ตน​ว่า​ ‘อาจารย์​ฉี’

ดวงดาว​เคลื่อนย้าย​ตำแหน่ง​ ตะวัน​จันทรา​สาด​แสง สี่ฤดูกาล​หมุนเวียน​ผัน​ผ่าน​ หยิน​หยาง​แปรเปลี่ยน​ ลม​ฝน​พัด​โชย​ หมื่น​สรรพสิ่ง​ได้​ถือกำเนิด​ ได้รับ​การ​บำรุง​หล่อเลี้ยง​จน​เติบใหญ่​…

ใน​โรงเรียน​ที่​ไม่มีเด็ก​นักเรียนประถม​อยู่​แห่ง​นั้น​ บัณฑิต​ลัทธิ​ขงจื๊อ​สวม​ชุด​เขียว​จอน​ผม​สอง​ข้าง​เป็น​สีดอกเลา​ เส้น​ผม​ทั้ง​ศีรษะ​ขาวโพลน​ เลือด​สด​ไหล​ออกจาก​ทวาร​ทั้ง​เจ็ด​ ไหล​ปน​จน​แยก​เลือดเนื้อ​ออกจาก​กันได้​ไม่ชัด​

จิตวิญญาณ​แหลก​สลาย​ มิอาจ​ประคับประคอง​เรือน​กาย​เอาไว้​ได้​ ประหนึ่ง​เครื่องกระเบื้อง​ชิ้น​หนึ่ง​ที่​หล่น​ตก​พื้น​อย่าง​แรง​ เพียงแต่ว่า​หล่น​แตก​อย่าง​ไร้​เสียง​ ประหนึ่ง​ลม​วสันต์​ที่​พัด​โชย​มาใน​โลก​มนุษย์​ระลอก​หนึ่ง​แล้วก็​จากไป​ไกล​

ราวกับว่า​ตั้ง​แต่ต้นจนจบ​ บัณฑิต​ลัทธิ​ขงจื๊อ​ไม่ได้​ตอบโต้​เอาคืน​ เพียงแต่​วางมาด​ให้​เห็น​เท่านั้น​

มรรค​กถา​ไม่สูงมาก​พอ​?

เลื่อน​เป็น​ขอบเขต​สิบ​สี่อย่าง​เงียบเชียบ​แล้ว​ และ​ตอนนั้น​ก็ได้​ครอบครอง​ตัวอักษร​แห่ง​ชะตาชีวิต​ถึงสามตัว​

นิสัย​ดี​?

ลูกศิษย์​ผู้สืบทอด​สาย​ของ​เห​วิน​เซิ่ง อันที่จริง​คน​ที่​นิสัย​ดี​ที่สุด​คือ​จั่ว​โย่ว​ คน​ที่​เจ้าอารมณ์​ขี้โมโห​ที่สุด​จึงจะเป็น​คน​ผู้​นี้​

คือ​คน​ที่​เหยียบ​วานร​ย้าย​ภูเขา​ของ​ภูเขา​ตะวัน​เที่ยง​แนบติด​พื้น​ ทั้ง​ยัง​พูด​กลั้ว​หัวเราะ​ว่า​ก่อน​จะครบ​หกสิบ​ปี​จะเหยียบ​ภูเขา​ตะวัน​เที่ยง​ให้​ราบเรียบ​

ลู่​เฉิน​เจ้าลัทธิ​สามแห่ง​ป๋า​ยอ​วี้​จิงหน้า​เปลี่ยนสี​ไป​เล็กน้อย​ มีหลายครั้ง​ที่​ทำ​ท่าจะ​เปิดปาก​ แต่​ก็​หยุด​ไป​ สุดท้าย​ก็​ไม่ได้​พูด​อะไร​

เฉิน​ผิง​อัน​ยืน​อยู่​ใน​ศาลา​ มอง​ไป​ยัง​ทิศ​ไกล​ เอ่ย​ว่า​ “ไม่ต้อง​แกล้ง​ทำเป็น​ใจฝ่อ​ ข้า​รู้​ว่า​เจ้าลู่​เฉิน​ไม่เคย​กลัว​เรื่อง​นี้​”

สีหน้า​ของ​ลู่​เฉิน​กลับคืน​มาเป็นปกติ​ดังเดิม​อีกครั้ง​จริง​ดัง​คาด​ พูด​ด้วย​น้ำเสียง​เฉยเมย​ว่า​ “ไม่ควร​ทำ​อะไร​โดย​ใช้อารมณ์​ ให้​เจ้ายืม​ใช้มรรค​กถา​”

ส่วน​คน​ชุด​เขียว​ที่​ไม่ใช่เด็กหนุ่ม​สวม​รอง​เท้าสาน​อีกต่อไป​ก็​มีสีหน้า​สงบนิ่ง​เช่นเดียวกัน​

เพราะ​อารมณ์​ทั้งหมด​ล้วน​ถูก​เขา​ไล่​ตัดทิ้ง​ไป​หมด​แล้ว​

ใต้​หล้า​นี้​มีข้า​ฉีจิ้งฉุน​ มีความสุข​เป็น​ทบ​ทวี​

แต่​ข้า​ได้​พบ​กับ​อาจารย์​ฉีแค่​เพียง​คนเดียว​

ศิษย์​พี่​จั่ว​โย่ว​เคย​เอ่ย​ประโยค​หนึ่ง​ว่า​

หาก​ใช้เหตุผล​มีประโยชน์​ แล้ว​ข้า​จะฝึก​กระบี่​ไป​ทำไม​

เพราะฉะนั้น​จึงต้อง​ฝึก​กระบี่​!

สามารถ​บอก​กับ​โจว​โหย​ว​แห่ง​ภูเขา​สุ้ย​ซาน​แผ่นดิน​กลาง​ได้​อย่าง​ตรงไปตรงมา​ว่า​ ข้า​เฉิน​ผิง​อัน​จะกลายเป็น​ผู้ฝึก​กระบี่​บริสุทธิ์​ขอบเขต​สิบ​สี่

ชีวิต​นี้​ข้า​เฉิน​ผิง​อัน​เดิน​ขึ้นเขาลงห้วย​อย่าง​ยากลำบาก​มาตลอดทาง​ จะไม่ให้​เพียงแค่​เพื่อ​ได้​ดำรงชีวิต​อยู่​ต่อ​ จะไม่ให้​เพียงแค่​เพื่อ​ได้​มีชีวิตรอด​ต่อไป​เด็ดขาด​

เพราะฉะนั้น​จึงต้อง​เรียน​หมัด​!

เฉิน​ผิง​อัน​ถึงจะสามารถ​เอ่ย​ประโยค​หนึ่ง​กับ​บุคคล​ประหลาด​ใน​สถานที่​ประหลาด​ผู้​นั้น​ใน​ท้ายที่สุด​ได้​ว่า​ ‘หมัด​ข้า​จะต้อง​สูงกว่า​เจ้าหนึ่ง​ขอบเขต​’

ห้า​นคร​สิบสอง​หอ​เรือน​ของ​ป๋า​ยอ​วี้​จิง เจียง​จ้าว​หมอ​เจ้าหอ​จื่อ​ชี่ มีฉายา​ว่า​ ‘ฉุย​เซี่ยง’​ ถูก​ขนานนาม​ว่า​นอก​จากอ​วี๋​โต้​ว​เจ้าลัทธิ​รอง​แล้ว​ เวท​กระบี่​สูงที่สุด​ ควบกับ​วิถี​วร​ยุทธ​

นอกจากนี้​ยังมี​เจ้านคร​อีก​คน​ที่​เชี่ยวชาญ​เวท​อสนี​ ผัง​ติ่ง​ ฉายา​ ‘ซวี​ซิน’​ มีประสบการณ์​โชกโชน​ อายุ​ใน​การ​ฝึก​ตน​ยาวนาน​ ถูก​ขนานนาม​ให้​เป็น​บุคคล​อันดับ​หนึ่ง​ด้าน​เวท​อสนี​ของ​ใต้​หล้า​มืด​สลัว​ ขณะเดียวกัน​ก็​ฝึก​ควบ​วิชา​ห้า​ธาตุ​ ทุก​ธาตุ​ล้วน​มีพรสวรรค์​ดีเยี่ยม​

และ​ทั้งสอง​คน​นี้​ต่าง​ก็​เป็น​สาย​ขอ​งอ​วี๋​โต้​ว​เต๋า​เหล่า​เอ้อ​

ม้วน​ภาพ​แห่ง​กาลเวลา​ม้วน​นี้​ เดิมที​ก่อนที่​เฉิน​ผิง​อัน​จะเลื่อน​เป็น​ขอบเขต​สิบ​สี่ก็​ถูก​กำหนด​มาแล้ว​ว่า​จะมิอาจ​ได้​เห็น​

อีก​ทั้ง​เกี่ยวกับ​เรื่อง​ของ​การพลิก​เปิด​ม้วน​ภาพ​นี้​ออก​ดู​ใหม่​ ตอนนั้น​ขนาด​ลู่​เฉิน​ก็​ยัง​ถูก​ปิดหูปิดตา​เอาไว้​

เมื่อ​เป็น​เช่นนี้​ก็​แสดงว่า​เฉิน​ผิง​อัน​เริ่ม​ศึกษาศาสตร์​การคำนวณ​ของ​สำนัก​หยิน​หยาง​มานาน​มาก​แล้ว​

ในความเป็นจริง​แล้วก็​เป็น​เช่นนี้​จริงๆ​ เมื่อ​หลาย​ปีก่อน​ เฉิน​ผิง​อัน​ก็​เคย​พูด​กับ​ผู้​ครอง​กระบี่​ว่า​ วันหน้า​ข้า​อาจ​ต้อง​เรียนรู้​ศาสตร์​แห่ง​การอนุมาน​ของ​สำนัก​หยิน​หยาง​มาบ้าง​สัก​เล็กน้อย​

หวน​นึกถึง​ปี​นั้น​ ตอนที่​เพิ่ง​ได้​รู้จัก​กับ​มือ​กระบี่​พก​ดาบ​สวม​งอบ​จูงลา​บางคน​ เขา​เคย​เอ่ย​ประโยค​หนึ่ง​กับ​เด็กหนุ่ม​รอง​เท้าสาน​

เด็กหนุ่ม​บอ​กว่า​ ความแค้น​บางอย่าง​จำต้อง​ชำระ​ ขอ​แค่​วันหนึ่ง​ยัง​ไม่ได้​แก้แค้น​ ถ้าอย่างนั้น​เขา​มีชีวิต​อยู่​หนึ่งร้อย​ปี​ก็​จะจดจำ​ไป​เก้า​สิบ​หก​ปี​!

มือ​กระบี่​ผู้​นั้น​ยิ้ม​ถามว่า​ อีก​สี่ปี​ถูก​เจ้ากิน​ไป​แล้ว​หรือ​

เด็กหนุ่ม​ตอบ​อย่าง​เป็น​เหตุ​เป็นผล​ว่า​ ก่อน​อายุ​ห้า​ขวบ​ ข้า​มีพ่อ​มีแม่ ทั้ง​ยัง​ไม่รู้ความ​ สามารถ​ไม่นับ​รวม​ได้​

เฉิน​ผิง​อัน​เงยหน้า​มอง​ม่าน​ฟ้า

ผู้ใหญ่​ไร้​คุณธรรม​เด็ก​ย่อม​ไม่เคารพ​ เจียง​จ้าว​หมอ​และ​ผัง​ติ่ง​ รอ​ให้​ข้า​ไป​ถึงใต้​หล้า​มืด​สลัว​แล้ว​ วันหน้า​เวลา​พวก​เจ้าออกมา​เดิน​ตอนกลางคืน​ก็​ต้อง​ระวัง​ไว้​หน่อย​ เรือ​พลิกคว่ำ​ใน​ร่อง​มืด​ ตาย​อยู่​ใน​ร่องน้ำ​ นั่น​ก็​คือ​โลงศพ​ของ​พวก​เจ้า

นี่​จึงเป็นเหตุให้​โลงศพ​สามโลง​ใน​เรือน​หลัง​เล็ก​ที่ว่างเปล่า​ซึ่งตั้งอยู่​ใน​ ‘ซาก​ปรัก​ศาล​หลวี่กง​เก่า​’ อันที่จริง​เป็น​เฉิน​ผิง​อัน​ที่​กำลัง​บอก​กับ​ลู่​เฉิน​ว่า​

โลงศพ​สามโลง​ เจียง​จ้าว​หมอ​หนึ่ง​โลง​ ผัง​ติ่ง​หนึ่ง​โลง​ อวี๋​โต้​ว​หนึ่ง​โลง​

ขอ​แค่​เจ้าลู่​เฉิน​ไม่เดิน​เข้าไป​นอน​เอง​ก็​ไม่มีอะไร​เกี่ยวข้อง​กับ​เจ้า

ลู่​เฉิน​ลุกขึ้น​ยืน​ ยิ้ม​บาง​ๆ เอ่ย​ว่า​ “เข้าใจ​แล้ว​ จากลา​กัน​ครั้งนี้​ ภูเขา​สายน้ำ​ยาว​ไกล​ เจ้าและ​ข้า​ต่าง​ก็​…พูดว่า​อย่างไร​แล้ว​นะ​?”

เฉิน​ผิง​อัน​เอ่ย​ “ทำ​อย่าง​ที่​ข้า​อยาก​ทำ​”

——

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 942.3 ถ้าอย่างนั้นข้าก็ทำอย่างที่ข้าอยากทำ"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved