cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

กระบี่จงมา - บทที่ 937.2 ข้าคือเจ้าแห่งวิถีบูรพา (หก)

  1. Home
  2. All Mangas
  3. กระบี่จงมา
  4. บทที่ 937.2 ข้าคือเจ้าแห่งวิถีบูรพา (หก)
Prev
Next

คำ​ว่า​เมล็ด​พันธ์​เต๋า​ ครรภ์​เซียน​แต่กำเนิด​ แทบจะ​มีลักษณะ​ร่วมกัน​อยู่​อย่างหนึ่ง​ นั่น​ก็​คือ​…ห่างเหิน​ไร้​น้ำใจ​

คน​หลาย​คน​ที่​เดิน​ขึ้น​เขา​ฝึก​ตน​ตั้งแต่​อายุ​ยัง​น้อย​ บน​ร่าง​มักจะ​พกพา​เอา​กลิ่นอาย​เซียน​นี้​ไป​ไม่มาก​ก็​น้อย​ สายตา​เย็นชา​ บุคลิก​เย็นชา​ เย็นชา​ลึก​ถึงกระดูก​

อยู่​ห่างไกล​จาก​ฝุ่นผง​ใน​โลก​โลกีย์​ ออกห่าง​จาก​ผู้คน​ใช้ชีวิต​อยู่​เพียงลำพัง​ ใช้พื้นที่​เพียง​คืบ​ พื้นที่​เท่า​เบาะ​รอง​นั่ง​เล็ก​ๆ ใบ​หนึ่ง​ หรือไม่​ก็​เรือน​แห่ง​ใจเล็ก​ๆ แห่ง​หนึ่ง​ ฝึก​ตน​จน​มีกิ่งทองใบหยก​ หลอม​อวัยวะภายใน​ให้​เหมือน​หิมะ​

สามารถ​เรียกขาน​ผู้ฝึก​ตน​ใน​ใต้​หล้า​ว่า​ ‘คนปัญญาอ่อน​’ ได้​ คาด​ว่า​ก็​คง​มีแค่​ลู่​เฉิน​คนเดียว​เท่านั้น​จริงๆ​

ถึงอย่างไร​ก็​ไม่เคย​กลัว​ว่า​จะถูก​คน​ตี​อยู่แล้ว​

ลู่​เฉิน​ขยับ​ก้น​ไป​เก็บ​กิ่งไม้​ที่​โยนทิ้ง​ไป​ก่อนหน้านี้​กลับมา​อีก​คั้ง​ เขียน​อักษร​คำ​ว่า​ ‘หลา​ง’ ลง​ไป​บน​พื้น​ ลังเล​เล็กน้อย​ก็​เพิ่ม​อีก​คำ​หนึ่ง​เป็น​คำ​ว่า​ ‘แจว๋’​

ลู่​เฉิน​ยิ้ม​ถาม “เจ้าคิด​ว่า​ตัวอักษร​ตัว​ไหน​ถูกชะตา​มากกว่า​?”

เด็กชาย​ก้มหน้า​มอง​ตัวอักษร​สอง​ตัว​ด้วย​สีหน้า​จริงจัง​ ไม่ยินดี​จะพูดโกหก​ พอ​เงยหน้า​ขึ้น​จึงกล่าว​ด้วย​สีหน้า​ลำบากใจ​ว่า​ “ดี​ทั้งสอง​ตัว​”

ได้​รู้จัก​ตัวอักษร​อีก​สอง​ตัว​แล้ว​

ลู่​เฉิน​ร้อง​โอ้โห​หนึ่ง​ที​ ก่อน​จะยิ้ม​กล่าวว่า​ “ดีมาก​ๆ ชื่อ​ก็​คือ​เย่​หลา​ง ในอนาคต​บน​เส้น​ทางการ​ฝึก​ตน​ แม้แต่​ฉายา​ก็​มีแล้ว​ เรียก​ว่า​ ‘โฮ่ว​แจว๋’”​

ล้วน​เป็น​คน​ที่​ยัง​ไม่ตื่น​อยู่​ใน​ร่ม​แห่ง​ต้น​ไหว​ ต้อง​ดู​แค่​ว่า​ฝัน​ใหญ่​ใคร​จะตื่นขึ้น​มาก่อน​

“เจี้ย​วจา​ก​คำ​ว่า​ ‘สุ้ยเจี้ยว’​ นอนหลับ​ แจว๋​จาก​คำ​ว่า​ ‘แจว๋​สิ่ง’ สำนึก​ตื่น​ ออกเสียง​ต่างกัน​ แต่​เป็น​คำ​เดียวกัน​ สอง​ความหมาย​”

ลู่​เฉิน​ถือ​กิ่งไม้​ชี้ไป​ที่​อักษร​คำ​ว่า​ ‘แจว๋’​ ยิ้ม​บาง​ๆ เอ่ย​ว่า​ “ลำพัง​เพียงแค่​อักษร​ตัว​นี้​ พวกเรา​ก็​ต้อง​โขก​หัว​ให้​กับ​ท่าน​บรรพ​จารย์​หนึ่ง​พัน​ครั้ง​แล้ว​”

มอง​เด็กชาย​ตรงหน้า​ผู้​นี้​ทำให้​ลู่​เฉินอด​นึก​ไป​ถึงเด็กหนุ่ม​จาก​ตรอก​หนี​ผิง​ผู้​นั้น​ไม่ได้​

คิดดู​แล้ว​สำหรับ​พวกเขา​ การ​ไป​ไหว้​ที่​หน้า​หลุมศพ​ใน​วัน​เทศกาล​ชิงหมิง​ การ​ชมพระจันทร์​ใน​วัน​ไหว้​พระจันทร์​ การ​กิน​อาหาร​มื้อ​ข้าม​ปี​ใน​คืน​วันที่​สามสิบ​ ก็​คือ​ด่าน​ทางใจ​สามด่าน​ใหญ่​กระมัง​

ลู่​เฉิน​ถอนหายใจ​ “สายน้ำ​ภูเขา​สายลม​จันทรา​ เดิมที​ก็​ไม่มีอะไร​แน่นอน​ ทัศนียภาพ​จาก​โบราณ​จนถึง​ปัจจุบัน​ล้วน​ไม่มีอะไร​คงอยู่​ มีเพียง​ต้นไม้​โบราณ​ เห็น​เพียง​ต้นไม้​ยักษ์​ พวกเรา​เคย​ได้ยิน​คำ​ว่า​ต้น​หญ้า​โบราณ​ เคย​เห็น​ต้น​หญ้า​ยักษ์​บ้าง​หรือไม่​เล่า​?”

“ต้น​หญ้า​แห้งเหี่ยว​ตาย​ ต้นสน​ต้น​ป่าย​ดำรงอยู่​ยาวนาน​ นี่​ก็​คือ​ชะตาชีวิต​ ดอก​จือห​ลัน​เป็น​เส้นทาง​ ต้นไม้​หยก​เป็น​ขั้นบันได​ นี่​ก็​คือ​ชะตาชีวิต​เช่นกัน​ ทุกคน​ต่าง​ก็​มีชะตาชีวิต​ เดิน​ไป​ตาม​โชควาสนา​นำพา​ ประหนึ่ง​จอก​แหน​ลอย​ล่อง​กลับ​ลง​สู่ทะเล​”

สายตา​ของ​เด็กชาย​เป็นประกาย​เจิดจ้า​ ฟังด้วย​ความ​ไม่เข้าใจ​ใดๆ​ เพียงแค่​รู้สึก​ว่า​มีความรู้​อย่าง​มาก​ ดูเหมือนว่า​จะน่าสนใจ​กว่า​เรื่อง​ที่​อาจารย์​ใน​โรงเรียน​ของ​หมู่บ้าน​สอน​เสีย​อีก​ คง​เป็น​เพราะ​เลื่อมใส​อย่าง​มาก​ ถึงได้​ถามเสียง​เบา​ว่า​ “ท่าน​นักพรต​ ท่าน​เข้าใจ​อะไร​มากมาย​ขนาด​นี้​ เคย​เป็น​อาจารย์​สอนหนังสือ​มาก่อน​สินะ​?”

ลู่​เฉิน​โบกมือ​ปฏิเสธ​เป็น​พัลวัน​ “เป็น​ไม่ได้​ เป็น​ไม่ได้​ ข้า​ไม่ได้ดี​ไป​กว่า​เจ้าสัก​เท่าไร​หรอก​ เจ้าขอ​ข้าว​กินเปล่า​ดื่ม​เปล่า​อยู่​ใน​บ้านเกิด​ ข้า​ก็​แค่​หลอก​กินข้าว​หลอก​ดื่ม​จาก​ต่างบ้านต่างเมือง​ มรรค​กถา​ตื้นเขิน​ มีหรือ​จะกล้า​เรียก​ตัวเอง​ว่า​อาจารย์​ด้วย​ความภาคภูมิใจ​”

หาก​เป็น​แค่​อาจารย์​ที่​ถ่ายทอดวิชา​ไขข้อข้องใจ​ แน่นอน​ว่า​ใช่ว่า​ลู่​เฉิน​จะเป็น​ไม่ได้​ แค่​ดูแคลน​จะเป็น​ก็​เท่านั้น​

ห้า​นคร​สิบสอง​หอ​เรือน​ใน​ป๋า​ยอ​วี้​จิงต่าง​ก็​มีเจ้าของ​ มีเพียง​เจ้าลัทธิ​สามลู่​เฉิน​เท่านั้น​ที่​แทบจะ​ไม่เคย​ถ่ายทอด​มรรคา​ให้​กับ​ใคร​ ชอบ​แวะเวียน​ไป​ตามที่​ต่างๆ​ ไป​ฟังคำบรรยาย​ของ​คนอื่น​

บางครั้ง​ที่​มีข้อยกเว้น​ น่าเสียดาย​ที่​มิอาจ​บอก​กับ​คนอื่น​ได้​ เพียงแค่​สวม​กวาน​ดอกบัว​หัน​เข้าหา​ดาว​เป่ย​โต้​ว​ ข้า​พูดถึง​เรื่อง​ความ​เป็น​อม​ตะแก่​ดวงดาว​

เพียงแต่ว่า​ลู่​เฉิน​มีความเข้าใจ​ต่อ​คำ​ว่า​ ‘อาจารย์​’ เป็น​ของ​ตัวเอง​ สามบุปผา​รวมกัน​เหนือศีรษะ​ก็​คือ​เจิน​เห​ริน​ ห้า​ลมปราณ​สู่พลัง​ต้นกำเนิด​ก็​คือ​เทียน​เซียน​ อาจารย์​? ก็​คือ​ ‘เกิด​มาพร้อม​ฟ้าดิน​’ (คำ​ว่า​อาจารย์​อ่าน​ว่า​เซียน​เซิง เกิด​มาพร้อม​ฟ้าดิน​ภาษาจีน​คือ​ เซียน​เทียน​ตี้​เอ่อ​เซิง) นั่นเอง​

เด็กชาย​ถาม “ท่าน​นักพรต​ชื่อ​อะไร​หรือ​? วันหน้า​ข้า​สามารถ​ไปหา​ท่าน​นักพรต​ได้​หรือไม่​?”

ได้รับ​บุญคุณ​จาก​ผู้อื่น​ ก็​ต้อง​ตอบแทน​บุญคุณ​ ตอบแทน​ได้​เท่าไร​ก็​เท่านั้น​ อีก​ทั้ง​ได้​แต่​ตอบแทน​มากกว่า​ไม่อาจ​น้อยกว่า​

ส่วน​หลักการ​เหตุผล​ข้อ​นี้​ได้มา​อย่างไร​ เด็กชาย​ไม่เคย​คิด​มาก่อน​ แล้วก็​ไม่แน่​เสมอไป​ว่า​จะครุ่นคิด​ให้​มากความ​

ลู่​เฉิน​ยิ้ม​อย่าง​รู้ทัน​

อะไร​คือ​มรรคา​ อะไร​คือ​เหตุผล​? ก็​คือ​เส้นทาง​ที่​มองไม่เห็น​ซึ่งอยู่​ใต้​ฝ่าเท้า​ของ​พวกเรา​ คือ​เรื่อง​ที่​มิอาจ​พูด​เป็น​คำพูด​แต่กลับ​ลงมือ​กระ​ทำได้​

ถึงได้​บอก​ว่าการ​ใช้เหตุผล​กับ​ผู้อื่น​มักจะ​ยาก​เสมอ​ เพียงแค่​เพราะว่า​หนทาง​แตกต่าง​จึงมิอาจ​ร่วมทาง​

ลู่​เฉิน​ยิ้ม​กล่าว​ “ชื่อ​ของ​ข้า​มีเยอะ​นัก​ล่ะ​ เจิ้งเห​ริน​ที่​ซื้อ​กล่อง​คืน​ไข่มุก​ หนันกวอ​ที่​เป็น​นักดนตรี​เก๊​แสร้ง​เป่าขลุ่ย​ หลัว​ฉี่ที่​ ‘ทั่ว​ร่าง​เต็มไปด้วย​หลัว​และ​ฉี่’ (หลัว​และ​ฉี่เปรียบเปรย​ถึงเสื้อผ้า​ที่​ถัก​ทอ​จาก​ผ้าไหม​ คือ​เนื้อผ้า​ที่​ล้ำค่า​หา​ยาก​อย่างหนึ่ง​) คือ​ซิ่งโหย​ว​ที่​กังวล​ว่า​จะขาย​ถ่าน​ไม่ได้​จึงหวัง​ให้​หน้าหนาว​อากาศ​หนาวเย็น​กว่า​เดิม​ คือ​เถาเจ่อ​ที่​ ‘สิบ​นิ้ว​ไม่สัมผัส​ดิน​ อาศัย​อยู่​ใน​หอ​สูงใหญ่​ปู​เต็ม​ด้วย​กระเบื้อง​’ แต่ว่า​วันนี้​ ชื่อ​ของ​ผิน​เต้า​คือ​สวี​อู๋กุ่ย​ (สวี​ไร้​ผี​) ก็​วันที่​สามสิบ​ของ​สิ้นปี​นี่​นะ​ อีก​เดี๋ยว​ก็​ต้อง​บอกลา​ปี​เก่า​ต้อนรับ​ปีใหม่​แล้ว​ เพื่อให้​เป็น​นิมิตหมาย​ที่​ดี​ หวัง​ว่า​ใต้​หล้า​จะไม่มีผี​เร่ร่อน​อีกต่อไป​ ฟ้านอก​ฟ้าก็​ไม่มีสิ่งใด​ คน​มีชีวิต​มีที่พึ่ง​ คนตาย​ก็​มีทาง​ไป​ อีก​ทั้ง​ชื่อ​สวี​อู๋กุ่ย​นี้​เป็น​บุคคล​คน​หนึ่ง​ใน​ตำรา​เล่ม​หนึ่ง​ที่​ผิน​เต้า​เรียบเรียง​ขึ้น​ รู้​นร​ลักษณ์​ศาสตร์​ เชี่ยวชาญ​การ​มอง​ม้า ทั้ง​ยัง​ชำนาญ​ใน​การ​เลือก​ม้าดี​วิ่ง​ได้​พัน​ลี้​มาก​ที่สุด​ ชาวนา​ทำนา​ พ่อค้า​หาเงิน​ สวี​อู๋กุ่ย​ดู​ม้า ล้วน​ต้อง​ตื่น​แต่เช้า​”

เด็กชาย​ถูก​คำกล่าว​ประโยค​นี้​ของ​นักพรต​หนุ่ม​ทำให้​อึ้ง​ตะลึง​ไป​อย่าง​สิ้นเชิง​ “นักพรต​สวี​ยัง​เคย​เขียนหนังสือ​ออก​หนังสือ​มาก่อน​ด้วย​หรือ​?!”

พวก​อาจารย์​ใน​โรงเรียน​ยัง​ได้​แค่​สอนหนังสือ​เลย​นะ​

ลู่​เฉิน​ลำพองใจ​อย่าง​มาก​ ลูบคลำ​ปลาย​คาง​ ยิ้ม​ตาหยี​เอ่ย​ว่า​ “ใช่น่ะ​สิ ใช่น่ะ​สิ”

หวน​นึกถึง​อดีต​อัน​ห่างไกล​ก็​มีสายตา​ประมาณ​เดียวกัน​นี้​มอง​มา ที่แท้​ท่าน​นักพรต​นอกจาก​จะตั้ง​แฝงดูดวง​หลอก​เอา​เงิน​คนอื่น​แล้ว​ ยัง​เขียน​เทียบ​ยา​ได้​ด้วย​หรือ​?

บางที​ใน​ใจของ​ทุกๆ​ คน​ต่าง​ก็​มีทะเลสาบ​ซูเจี่ยน​แห่ง​หนึ่ง​ที่​ไม่อยาก​มอง​ย้อนกลับ​ไป​มอง​ และ​ใน​ใจของ​ทุกๆ​ คน​ก็​น่าจะ​มีตรอก​หนี​ผิง​ที่​ได้​แต่​เดิน​ป้วนเปี้ยน​ไม่จากไป​ไหน​

มีเพียง​ภูเขา​ลั่วพั่ว​เท่านั้น​ที่​เป็น​บ้านเกิด​ของ​ข้า​ เบื้องหน้า​มองไม่เห็น​คนรุ่นก่อน​ ด้านหลัง​มองไม่เห็น​ผู้มาเยือน​ ใบหน้า​แดงก่ำ​เมามาย​มอง​ดอก​ท้อ​ น้ำตา​เอ่อ​คลอ​ไหล​พรั่งพรู​

“เสียง​ฟ้าผ่า​ดัง​ครืนครั่น​”

ลู่​เฉิน​ยิ้ม​บาง​เอ่ย​ว่า​ “เงยหน้า​”

คำพูด​ออกจาก​ปาก​คาถา​ตามติด​ กลางอากาศ​พลัน​มีฟ้าผ่า​ลงมา​ทั้งๆ ที่​เป็นเวลา​กลางวันแสกๆ​

เด็กชาย​ตกใจ​สะดุ้งโหยง​ ได้ยิน​ประโยค​นี้​ก็​เงยหน้า​ขึ้น​มอง​นักพรต​หนุ่ม​ด้วย​สีหน้า​สับสน​

ลู่​เฉิน​ประกบ​สอง​นิ้ว​เคาะ​ลง​ตรง​หว่าง​คิ้ว​ของ​เด็กชาย​เบา​ๆ หนึ่ง​ที​ ปาก​ก็​ท่อง​คาถา​ไป​ด้วย​

ช่วย​เปิด​ดวงตา​สวรรค์​ให้​กับ​เด็ก​คน​นี้​

นับแต่​บัดนี้​เป็นต้นไป​ เด็กกำพร้า​จาก​ชนบท​แซ่เย่คน​นี้​ก็ได้​ถือว่า​เดิน​ไป​บน​เส้นทาง​ของ​การ​ฝึก​ตน​อย่าง​เป็นทางการ​แล้ว​

เพียงแค่​รอ​ให้​ตน​จากไป​แล้ว​เรียนรู้​จาก​ยันต์​ที่อยู่​บน​พื้น​ นับแต่​วันนี้​ไป​ดวงตา​คู่​นี้​ของ​เด็กชาย​ก็​จะเหมือน​ได้รับ​วิชา​อภินิหาร​มอง​ลมปราณ​ สามารถ​มองเห็น​บุญ​กุศล​และ​โชควาสนา​ของ​คนอื่น​อย่าง​ชัดเจน​ ยกตัวอย่างเช่น​ใน​หมู่​ชาวบ้าน​มีคำ​โบราณ​ประโยค​หนึ่ง​แพร่หลาย​ บอ​กว่า​คน​ผู้​หนึ่ง​หมด​เคราะห์กรรม​แล้ว​ ก็​คือ​หลักการ​เดียวกัน​ การบรรยาย​ถึงคน​ที่​มีดวงดี​ดวงขึ้น​ก็​เป็น​เช่นเดียวกัน​ หรือ​ยกตัวอย่างเช่น​คำ​ว่า​ ‘คน​ท่ามกลาง​ม่าน​โปร่ง​สีเขียว​’ แน่นอน​ว่า​ย่อม​หมายถึง​คน​ที่​มีโชค​ด้าน​การ​เป็น​ขุนนาง​

ลู่​เฉิน​บิด​หมุน​ข้อมือ​อีกครั้ง​ ถูสอง​นิ้ว​เข้าด้วยกัน​เหมือน​จุด​ธูป​หอม​ดอก​หนึ่ง​ เหนือศีรษะ​ของ​เด็กชาย​ก็​คือ​กระถางธูป​ คล้าย​กับ​การ​จุด​ธูป​คารวะ​เทพ​ที่อยู่​เหนือศีรษะ​ไป​สามฉื่อ​

ทั้ง​ยัง​เป็น​ยันต์​คุ้มกัน​กาย​แผ่น​หนึ่ง​ที่​ลู่​เฉิน​มอบให้​กับ​เด็กชาย​ คือ​ยันต์​ตำรา​ฟ้าแผ่น​หนึ่ง​ เหมือนกับ​ที่​มอบ​ชื่อ​ ‘อู๋กุ่ย’​

ลู่​เฉิน​นั่ง​ยอง​อยู่​บน​พื้น​ สอง​มือ​สอด​กัน​ไว้​ใน​ชาย​แขน​เสื้อ​ โน้มตัว​ไป​ด้านหน้า​โยก​ตัว​ครั้งแล้วครั้งเล่า​ ยิ้ม​บาง​ๆ เอ่ย​ว่า​ “วันหน้า​หาก​มีวันใด​ที่​ได้​ออก​ไป​จาก​บ้านเกิด​จงไป​ตามหา​ภูเขา​ที่​มีชื่อว่า​สำนัก​โองการ​เทพ​ เมื่อ​ได้​พบ​กับ​นักพรต​ที่​ชื่อว่า​ฉีเจิน​ เจ้าก็​บอก​ไป​ว่า​ลู่​เฉิน​ให้​เจ้าเดิน​ขึ้น​เขา​ ให้​เขา​ถ่ายทอดวิชา​คาถา​เซียน​ให้​กับ​เจ้า”

เด็กชาย​พยักหน้า​รับ​ เพียงแต่​ก็​ยัง​ถามอย่าง​สงสัย​ว่า​ “ท่าน​นักพรต​เปลี่ยน​ชื่อ​อีกแล้ว​หรือ​?”

ลู่​เฉิน​ลุกขึ้น​ยิ้ม​เอ่ย​ “งานเลี้ยง​สามวัน​ งานเลี้ยง​ร้อย​วัน​ ถึงอย่างไร​ก็​ไม่มีงานเลี้ยง​ใด​ที่​ไม่มีวัน​เลิกรา​ จากลา​กัน​ตรงนี้​ วันหน้า​ค่อย​พบกัน​ใหม่​”

เด็กชาย​รู้สึก​เหมือน​มีคำพูด​นับ​พัน​นับ​หมื่น​มารอ​อยู่​ตรง​ปาก​ แต่กลับ​ไม่รู้​ว่า​ควร​พูด​อะไร​ สุดท้าย​ก็​นึก​ขึ้น​ได้​แค่​การ​คารวะ​อย่าง​ก่อนหน้านี้​ จึงก้มหัว​กราบ​คารวะ​นักพรต​หนุ่ม​ที่​มีความรู้​ยิ่งใหญ่​ ทั้ง​ยัง​เคย​ออก​หนังสือ​ผู้​นี้​อีกครั้ง​

ลู่​เฉิน​ยืน​อยู่​ที่​เดิม​ รับ​การ​คารวะ​นี้​แล้วก็​ก้าว​ยาว​ๆ จากไป​ ไม่หันกลับ​ไป​มอง​ เพียงแค่​ยกมือ​อำลา​เด็กชาย​ นักพรต​หนุ่ม​เหลียว​ซ้าย​แล​ขวา​อยู่​สอง​สามครั้ง​ เดิน​ไป​ถึงริม​เขต​ของ​หมู่บ้าน​แล้วก็​ค้อม​เอว​ คว้า​ไก่​ตัว​หนึ่ง​ขึ้น​มากอด​ไว้​ใน​อ้อมกอด​ วิ่ง​ตะบึง​จากไป​ เพียง​ชั่วพริบตา​ก็​หาย​ไป​ไม่เห็น​เงา

ทิ้ง​ไว้​เพียง​เด็กชาย​ที่​มองตาค้าง​ นักพรต​คน​นั้น​ขโมย​ไก่​แล้ว​วิ่งหนี​ไป​ ตน​จะถือว่า​เป็น​คน​ช่วย​ดูต้นทาง​ให้​เขา​หรือไม่​?

……

หอ​สยบ​ปีศาจ​ ด้าน​ใต้​ต้น​อู๋ถง​

ร่าง​จริง​ของ​ชิงถง รูป​โฉมงามล้ำ​ ยาก​จะแยกแยะ​ว่า​เป็น​เพศหญิง​หรือ​เพศชาย​

จิต​หยิน​ที่​ออกจาก​ช่อง​โพรง​ติดตาม​อยู่​ข้าง​กาย​เฉิน​ผิง​อัน​อยู่​ใน​รูปลักษณ์​ของ​คน​สวม​หมวก​คลุม​หน้า​ สวม​ชุด​คลุม​อาคม​สีเขียว​มรกต​ เรือน​กาย​อรชรอ้อนแอ้น​ ก็​ไม่แปลก​ที่จะ​ถูก​เข้าใจผิด​ว่า​เป็น​ผู้ฝึก​ตน​หญิง​คน​หนึ่ง​

และ​จิต​หยาง​กาย​นอกกาย​อี​กร่าง​หนึ่ง​กลับเป็น​ผู้เฒ่า​ร่างกาย​กำยำ​ที่​มีเส้น​ผม​ขาวโพลน​ทั้ง​ศีรษะ​

ชิงถงที่อยู่​ที่นี่​เก็บ​จิต​หยาง​ ส่วน​จิต​หยิน​ที่​ออกจาก​ช่อง​โพรง​เดินทางไกล​กลับ​กำลัง​เสวยสุข​ กำลังกิน​บะหมี่​เจชามหนึ่ง​อยู่​ที่​ภูเขา​สุ้ย​ซาน​ เพียงแต่​ไม่รู้​ว่า​เหตุใด​ถึงได้​วิ่ง​ไป​เยือน​ศาล​เทพ​ลำคลอง​เฝิน​เห​อ​มาอี​กรอบ​หนึ่ง​

ชิงถงอยู่​ว่าง​ไม่มีอะไร​ทำ​จึงใช้สอง​มือ​บิด​เส้น​ผม​สีนิล​กลุ่ม​หนึ่ง​ตรง​จอนหู​ไปมา​ สังเกตเห็น​ว่า​เสี่ยว​โม่ค้าง​อยู่​ใน​ท่า​เงยหน้า​ สอง​มือวาง​ทับ​ไว้​บน​ไม้เท้า​เดิน​ป่าไผ่​เขียว​ที่​วาง​พาด​ไว้​บน​หัวเข่า​ เหม่อมอง​ท้องฟ้า​อยู่​ตลอด​ ราวกับว่า​ความคิด​ส่วนหนึ่ง​ได้​ทอด​ยาว​ไป​ถึงม่าน​ฟ้า แล้ว​ปล่อย​จิตใจ​จมจ่อม​อยู่​กับ​มัน​

ชิงถงมีความตระหนัก​รู้​และ​เข้าใจ​ใน​ตัวเอง​อย่าง​มาก​ ไม่คิด​ว่า​เสี่ยว​โม่เห็น​ตัวเอง​เป็นเพื่อน​ถึงได้​ยอม​แบ่ง​สมาธิจน​เป็นเหตุให้​กาย​ธรรม​ร่าง​นั้น​หยุดชะงัก​ไป​ด้วย​หลาย​ส่วน​เช่นนี้​

นี่​หมายความว่า​เสี่ยว​โม่กำลัง​คิดถึง​เรื่อง​หนึ่ง​ที่​สำคัญ​อย่าง​มาก​

ทว่า​สำหรับ​เสี่ยว​โม่ที่​ทุกวันนี้​ทำหน้าที่​เป็น​นักรบ​พลีชีพ​อยู่​ข้าง​กาย​เฉิน​ผิง​อัน​แล้ว​ ตอนนี้​ยัง​มีเรื่อง​ที่​สำคัญ​ยิ่งกว่า​การปกป้อง​มรรคา​อีก​หรือ​?

มีความเป็นไปได้​แค่​สอง​อย่าง​ นอก​หอ​สยบ​ปีศาจ​มีศัตรู​แข็งแกร่ง​ที่​เป็น​ผู้ฝึก​ตน​ใหญ่​พยายาม​ลอบมอง​มายัง​ที่​แห่ง​นี้​ รอ​ฉวย​จังหวะ​เหมาะ​ๆ ที่จะ​โจมตี​ อีก​ทั้ง​แม้แต่​ชิงถงก็​ยัง​มิอาจ​สัมผัส​สืบสาว​เบาะแส​ได้​

ยัง​เหลือ​ความเป็นไปได้​อีก​อย่างหนึ่ง​ นั่น​ก็​คือ​เสี่ยว​โม่จมจ่อม​สู่สภาวะ​อัน​ลุ่มลึก​ที่​คล้ายคลึง​กับ​เจอ​โอกาส​ใน​การ​ฝ่าทะลุ​ขอบเขต​

เสี่ยว​โม่ปล่อย​ดวงจิต​ล่องลอย​ไป​ไกล​จริงๆ​ ผู้ฝึก​กระบี่​เผ่า​ปีศาจ​ที่​ร่าง​อยู่​ใน​โลก​มนุษย์​หลังจาก​เวลา​ผ่าน​ไป​หมื่น​ปี​ผู้​นี้​คิด​ไป​ถึงภาพ​เหตุการณ์​มากมาย​ของ​เมื่อ​หมื่น​ปีก่อน​ บ้าง​ก็​เป็น​ภาพ​โศก​นาฎกรรม​แต่กลับ​ยิ่งใหญ่​ตระการตา​ บ้าง​ก็​เป็นความ​ประหลาด​พิลึกพิลั่น​ บ้าง​ก็​เป็น​ความมหัศจรรย์​เกิน​กว่า​จะหา​สิ่งใด​เปรียบ​ สุดท้าย​ภาพ​เหตุการณ์​ไป​หยุด​อยู่​ที่​หอ​บิน​ทะยาน​ที่​ค่อนข้าง​คุ้นเคย​แห่ง​นั้น​ ความคิด​พุ่ง​ไป​ถึง เสี่ยว​โม่เหมือน​ได้​หวน​กลับคืน​มายัง​สถานที่​เดิม​ที่​เคย​มา เส้น​สายตา​ไล่​ขึ้น​สูงเลียบ​เส้นทาง​สาย​นั้น​ไป​ สุดท้าย​ก็​มิอาจ​ข่ม​กลั้น​ไม่ให้​ใน​ใจเกิด​ความคิด​หนึ่ง​ได้​

ข้า​ส่งกระบี่​ออก​ไป​ที่นี่​หนึ่ง​ที​ก็​เท่ากับ​ว่า​ได้​ปู​เส้นทาง​หนึ่ง​เส้น​

สุดท้าย​แสงกระบี่​เส้น​นี้​ก็​คือ​เส้น​ทางเดิน​ขึ้น​ฟ้า

ปราณ​กระบี่​เส้น​นี้​ทอด​ยาว​ ช่วงเวลา​หมื่น​ปี​หลัง​ใน​โลก​มนุษย์​ที่​ข้า​หลับสนิท​อยู่​ใน​ดวงจันทร์​เฮ่าไฉ่ น่าจะ​ยัง​ไม่เคย​มีปรากฏ​มาก่อน​กระมัง​?

นี่​จึงเป็นเหตุให้​นี่​ก็​คือ​เส้น​ทางใน​การ​เลื่อน​เป็น​ขอบเขต​สิบ​สี่ของ​ตน​

พอ​ความคิด​นี้​ของ​เสี่ยว​โม่ปรากฏ​ขึ้น​มา เขา​ก็​ยิ่ง​มั่นใจ​ยิ่งกว่า​เดิม​ ใน​ฟ้าดิน​เล็ก​ร่างกาย​มนุษย์​จึงมีภาพ​เหตุการณ์​ประหลาด​เกิดขึ้น​

เส้นเอ็น​แต่ละ​เส้น​เหมือน​ขุนเขา​ตระหง่าน​ พัน​ขุนเขา​ก้ม​กราบ​กระท่อม​ฟาง เส้นเลือด​แต่ละ​เส้น​เหมือน​แม่น้ำ​มหา​นที​ ไหล​ซัดสาด​เชี่ยวกราก​

ช่อง​โพรง​แต่ละ​แห่ง​ เส้น​ชีพจร​ ปราณ​กระบี่​ ปณิธาน​กระบี่​ ‘เส้นทาง​’ ก็​คือ​วิถี​กระบี่​ คือ​มหา​มรรคา​ ต่าง​ก็​เริ่ม​มีลาง​ว่า​ฟ้าดิน​จะขานรับ​กัน​

เสี่ยว​โม่ที่​ดวงจิต​เมล็ด​งาดวง​หนึ่ง​มาถึงดินแดน​เวิ้งว้าง​ว่างเปล่า​ใน​ฟ้าดิน​เล็ก​ของ​ร่างกาย​ตัวเอง​ไม่ได้​แต่งกาย​ด้วย​หมวก​เหลือง​รองเท้า​เขียว​อีกต่อไป​ แต่​เหมือน​กาย​ธรรม​ด้านนอก​ที่​ถือ​กระบี่​ไว้​ใน​มือ​ข้าง​หนึ่ง​

เพราะ​หาก​เหยียบย่าง​ลง​ไป​บน​ทาง​เส้น​นี้​ เดิน​ไป​บน​มหา​มรรคา​สาย​นี้​ก็​หมายความว่า​เสี่ยว​โม่มิอาจ​หันหลัง​กลับ​ได้​อีกแล้ว​

หาก​ล้มเหลว​ ผลลัพธ์​ที่​ตามมา​จะเลวร้าย​อย่าง​ถึงที่สุด​ หาก​ไม่ทัน​ระวัง​จะทำให้​รากฐาน​เสียหาย​อย่าง​หนัก​ ถึงขั้น​ที่ว่า​อาจ​ขอบเขต​ถดถอย​

นี่​ก็​คือ​เหตุผล​ที่ว่า​ทำไม​ผู้ฝึก​ตน​บน​ยอดเขา​ขอบเขต​บิน​ทะยาน​ขั้น​สมบูรณ์แบบ​ถึงได้​มอง​ระยะห่าง​เพียง​ก้าว​เดียว​เป็น​ปราการ​ธรรมชาติ​ของ​ขอบเขต​สิบ​สี่

แล้วก็​คือ​เหตุผล​ที่ว่า​ทำไม​เมื่อ​ผู้ฝึก​ตน​ใหญ่​ซึ่งมีชื่อเสียง​เลื่องลือ​ไป​ทั่ว​ใต้​หล้า​ ยาม​ที่​ปิด​ด่าน​ขึ้น​มาถึงได้​ไม่มีวันที่​ออกจาก​ด่าน​อีก​

ไม่อย่างนั้น​ก็​เป็น​เหมือน​เหวย​เซ่อ​ที่​ฝ่าทะลุ​ขอบเขต​ไม่สำเร็จ​ จิต​แห่ง​มรรคา​มีฝุ่น​เกาะ​ นับแต่​นั้น​มาปณิธาน​ก็​จมหาย​ ทรุด​แล้ว​ลุก​ไม่ขึ้น​อีก​

มิเช่นนั้น​ไม่ว่า​ผู้ฝึก​ตน​ขอบเขต​บิน​ทะยาน​คนใด​ก็ตาม​ มีใคร​บ้าง​ที่​ไม่มีจิตใจ​เด็ดเดี่ยว​ จิต​แห่ง​มรรคา​แข็งแกร่ง​เหนือกว่า​ที่​คน​ทั่วไป​จะคาด​คิดได้​

นั่น​เป็น​เพราะ​เส้นทาง​นี้​ไม่เหมือน​เส้นทาง​เดินขึ้น​เขา​ทั่วไป​จริงๆ​

เจาเก๋​อ​ผู้ฝึก​ตน​หญิง​ที่​มีฉายา​ว่า​ฟู่คาน​ของ​ใต้​หล้า​มืด​สลัว​ และ​ยังมี​นักพรต​หญิง​ที่​เฉิน​ผิง​อัน​เคย​เจอ​ใน​การประชุม​ริม​ลำคลอง​ นาง​มีชื่อว่า​อู๋​โจว​ ฉายา​ ‘ไท่​อิน​’

วิธี​ผสาน​มรรคา​ของ​อู๋​โจว​เคย​ถูก​อู๋ซวงเจี้ยง​เรียก​ว่า​เป็นการ​ ‘หลอม​วัตถุ​’ ทั้ง​ยัง​ถูกลู่​เฉิน​เปรียบเปรย​เป็นการ​ ‘แตก​กระจาย​’ ระดับ​ขั้น​ของ​ความ​อันตราย​ แค่​ฟังจาก​ที่​คนอื่น​เล่า​มาก็​พอ​จะรู้​ได้​

การ​ที่​พวก​นาง​ถูก​เข้าใจผิด​ว่าไม่ได้​อยู่​บน​โลก​นี้​แล้ว​ก็เพราะว่า​ปิด​ด่าน​มานาน​เกินไป​

ทว่า​เวลานี้​เอง​ ใน​ทะเลสาบ​หัวใจ​ของ​เสี่ยว​โม่กลับ​มีเสียง​หนึ่ง​ดัง​ขึ้น​กะทันหัน​ อีก​ฝ่าย​เรียก​ชื่อจริง​ของ​เสี่ยว​โม่ก่อน​ จากนั้น​จึงเอ่ย​ว่า​ “สหาย​สี่จู๋ สาย​ไป​แล้ว​ เกรง​ว่า​เจ้าคง​ต้อง​เปลี่ยนเส้นทาง​เดิน​ถึงจะได้​”

คน​ผู้​นั้น​เอ่ย​ต่อ​อี​กว่า​ “อันที่จริง​เมื่อ​เทียบ​กับ​เซียน​กระบี่​บางท่าน​ที่​เดิน​นำ​ล่วงหน้า​ไป​ก่อน​แล้ว​ เจ้าช้ากว่า​ไม่นาน​นัก​ ก็​แค่​เวลา​เท่ากับ​คน​บน​ภูเขา​งีบหลับ​เท่านั้น​ น่าเสียดาย​นัก​ คำกล่าว​ที่ว่า​ ‘ทะยาน​กลางอากาศ​หมื่น​ลี้​ต้อง​มีกระบี่​ยาว​’ ช่างกล่าว​ได้ดี​จริงๆ​”

“คน​ผู้​นี้​เป็น​ขอบเขต​สิบ​สี่แล้ว​ หรือว่า​ยัง​ไม่ได้​เป็น​ขอบเขต​สิบ​สี่?”

“อีก​ทั้งคน​ผู้​นี้​ใช่สหาย​รัก​บน​ภูเขา​ของ​คุณชาย​บ้าน​ข้า​หรือไม่​?”

หาก​ไม่ใช่เพื่อนรัก​ของ​คุณชาย​

อีก​ฝ่าย​ยัง​ไม่ได้​เลื่อน​เป็น​ขอบเขต​สิบ​สี่อย่าง​แท้จริง​ ข้า​เสี่ยว​โม่ยัง​ต้อง​สนใจ​อีก​หรือว่า​เท้า​ข้าง​หนึ่ง​ของ​เจ้าจะก้าว​ข้าม​ธรณีประตู​ของ​ขอบเขต​สิบ​สี่หรือไม่​?

ต่อให้​อีก​ฝ่าย​เป็น​ขอบเขต​สิบ​สี่แล้วก็​ไม่เป็นไร​ ถ้าอย่างนั้น​พวกเรา​ก็​มาช่วงชิง​บน​มหา​มรรคา​กัน​สักครั้ง​ เท่ากับ​ทั้งสองฝ่าย​ได้​ถามกระบี่​กัน​ไกลๆ​ ครั้งหนึ่ง​

ผล​คือ​คน​ผู้​นั้น​ยิ้ม​เอ่ย​ว่า​ “บอก​ตามตรง​ เขา​เป็น​ขอบเขต​สิบ​สี่แล้ว​ เพียงแต่ว่า​ใน​หลาย​ๆ ใต้​หล้า​ตอนนี้​ยังมี​แค่​คน​สามคน​เท่านั้น​ที่​รู้​ อีก​ทั้งคน​ผู้​นี้​ยัง​เป็น​สหาย​รัก​ต่างวัย​กับ​เฉิน​ผิง​อัน​พอดี​ ชอบ​เรียก​เฉิน​ผิง​อันว่า​สหาย​น้อย​เฉิน”​

เสี่ยว​โม่ย่อม​ไม่คิด​ว่า​อีก​ฝ่าย​จะล้อเล่น​ใน​เรื่อง​แบบนี้​ เขา​เอ่ย​ขอบคุณ​บุคคล​ที่​ถือว่า​เป็น​ ‘คนรู้จัก​เก่า​’ ครึ่งตัว​จาก​ใจจริง​ก่อน​

ใน​เมื่อ​คน​ที่​เดิน​นำ​ไป​บน​เส้นทาง​สาย​นี้​ก่อน​แล้ว​ อีก​ทั้ง​ยัง​ทำสำเร็จ​แล้ว​ คือ​นักพรต​ซุน​แห่ง​อาราม​เสวียน​ตู​ ถ้าอย่างนั้น​เสี่ยว​โม่ก็ได้​แต่​เปลี่ยนเส้นทาง​ใหม่​แล้ว​ ไม่อย่างนั้น​จะกลาย​เป็นน้ำ​ใหญ่​ทะลัก​ชน​วัง​มังกร​ มีแต่​จะบาดเจ็บ​กัน​ทั้งสองฝ่าย​

เสี่ยว​โม่ถอนหายใจ​ ได้​แต่​ฝืน​กด​ข่ม​ภาพ​บรรยากาศ​บน​มหา​มรรคา​ที่​พลัง​อำนาจ​ยิ่งใหญ่​ไพศาล​ส่วน​นั้น​ลง​ไป​ ลูกกระเดือก​ขยับ​เล็กน้อย​ ฝืน​กลืนเลือด​สด​คำ​นั้น​ลงคอ​ไป​

ชิงถงมีสีหน้าตื่น​ตะลึง​ จิต​แห่ง​มรรคา​สั่นสะท้าน​ ถามว่า​ “เกิด​อะไร​ขึ้น​?!”

หรือว่า​ใน​หอ​สยบ​ปีศาจ​แห่ง​นี้​มีศัตรู​แข็งแกร่ง​ซ่อนตัว​อยู่​ภายใน​ แต่​ตน​กลับ​ไม่รู้เรื่อง​แม้แต่น้อย​?

อีก​ทั้งคน​ผู้​นี้​ยัง​ทำให้​เสี่ยว​โม่บาดเจ็บ​ด้วย​?

เดิมที​เสี่ยว​โม่คร้าน​จะพูดคุย​ด้วย​ แต่​พอ​คิด​ว่า​จิต​หยิน​ของ​อีก​ฝ่าย​ยังอยู่​ใน​สภาพการณ์​ที่​ปล่อย​ดวงจิต​ออก​เดินทางไกล​ไป​พร้อมกับ​คุณชาย​ ถึงได้​เปิดปาก​เอ่ย​ว่า​ “ปรมาจารย์​มหา​ปราชญ์​จับตามอง​พวกเรา​อยู่​ที่นี่​”

มิน่าเล่า​ก่อนหน้านี้​ถึงได้​รู้สึก​ถึงความผิดปกติ​เสี้ยว​หนึ่ง​ แต่กลับ​หา​ร่องรอย​ไม่เจอ​เลย​สักนิด​

ตลอดทั้ง​ใต้​หล้า​ก็​คือ​สถาน​ประกอบ​พิธีกรรม​ของ​คน​คน​หนึ่ง​ บวก​กับ​ที่​บัณฑิต​ผู้​นี้​ยัง​เป็น​ขอบเขต​สิบห้า​อีกด้วย​

สรวงสวรรค์​ยุค​บรรพกาล​ ห้า​บุคคล​ผู้​สูงสุด​ ต่าง​ก็​เป็น​ขอบเขต​สิบห้า​ใน​สายตา​ของ​ผู้ฝึก​ลมปราณ​โลก​ยุค​หลัง​

ผล​คือ​ศึก​น้ำ​และ​ไฟครั้งนั้น​เป็นเหตุให้​เทพ​สูงสุด​สอง​ท่าน​ต่าง​ก็​ร่าง​ทอง​ปริ​ร้าว​

ผู้​ครอง​กระบี่​ทรยศ​ เป็นเหตุให้​ผู้​สวม​เสื้อเกราะ​เหมือน​ไม้ท่อน​เดียว​ที่​ต้อง​ค้ำ​ยัน​ผืน​ฟ้าซึ่งกำลังจะ​ถล่ม​ลงมา​

ทว่า​ผู้ฝึก​ตน​ทุกคน​ที่​เคย​ผ่าน​สงคราม​ครั้งนั้น​มากับ​ตัวเอง​ หรือไม่​ก็​นั่ง​ดูดาย​แต่กลับ​ถือว่า​ได้​เห็น​มากับ​ตา​ตัวเอง​ ไม่ว่า​ใคร​ต่าง​ก็​รู้อยู่แก่ใจ​ว่า​ ตัวแปร​ที่​แท้จริง​เพียง​หนึ่งเดียว​ อันที่จริง​ก็​มีเพียง​เรื่อง​เดียว​

นั่น​ก็​คือ​ผู้​ครอง​สรวงสวรรค์​ท่าน​นั้น​ได้​หายตัว​ไป​

ท่ามกลาง​ศึก​ใหญ่​ที่​ ‘ฟ้าพลิกแผ่นดิน​คว่ำ​คน​ใหม่​เปลี่ยน​ผู้​ครอง​เก่า​’ ครั้งนั้น​ ตั้ง​แต่ต้นจนจบ​ประมุข​สูงสุด​แห่ง​บน​ฟ้าและ​ใต้​ฟ้าท่าน​นี้​ ถึงกับ​ไม่เคย​ปรากฏตัว​เลย​สักครั้ง​

และ​ใต้​หล้า​ใน​อดีต​ก็​มีคำกล่าว​หนึ่ง​ที่​ไม่แพร่หลาย​นัก​

บอ​กว่า​ขอบเขต​ของ​บุคคล​ผู้​นั้น​อาจ​อยู่​เหนือ​ขอบเขต​สิบห้า​ขึ้นไป​

——

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 937.2 ข้าคือเจ้าแห่งวิถีบูรพา (หก)"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved