cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

กระบี่จงมา - ตอนที่ 913.5 ถามกระบี่เช่นนี้

  1. Home
  2. All Mangas
  3. กระบี่จงมา
  4. ตอนที่ 913.5 ถามกระบี่เช่นนี้
Prev
Next

นอกจากนี้กังวลว่าจะถูกถามกระบี่ ตัดขาดเส้นทางการเงิน พื้นที่ฮวงจุ้ยมงคลบางแห่งที่อาณาบริเวณดีที่สุดและเหมาะแก่การฝึกตนที่สุดต่างก็ถูกสำนักฉงหลินนำไปมอบให้กับเซียนซือเฒ่าบางส่วนเปล่าๆ ดังนั้นบนภูเขาจึงมักจะมีเทพเซียนผู้เฒ่าหลายคนที่ไปนั่งพิทักษ์จวนแห่งต่างๆ เป็นประจำ แค่ว่าระหว่างการฝึกตน บางทีอาจจะสิบปี หรืออย่างมากสุดยี่สิบปี พวกเขาแค่ต้องคอยช่วยสกัดขวางการถามกระบี่ที่เกิดขึ้นอย่างไม่มีลางบอกเหตุก็พอ

โหลวเหมี่ยวแห่งสำนักฉงหลิน หยวนหลิงเตี้ยนแห่งยอดเขาจื่อเสวียน หยวนยางแห่งศาลเอ้อหลาง ขอบเขตหยกดิบทั้งสามคนนี้ของอุตรกุรุทวีป สามารถต่อสู้กับเซียนเหรินแห่งทวีปแดนเทพแผ่นดินกลางได้อย่างสบายๆ

นี่คือเรื่องที่ ‘คนทั้งทวีปเห็นพ้องต้องกัน’

ว่ากันว่าแรกเริ่มสุดเป็นเจียงซ่างเจินที่เสนอมา เพียงไม่นานก็แพร่ไปทั่วทั้งอุตรกุรุทวีป หาได้ยากที่เจ้าโจรสุนัขเจียงจะพูดภาษาคน

หลิวจิ่งหลงเอ่ย “เรื่องของการถามกระบี่ คนไม่ต้องมาก จื้อชิง เซียนกระบี่หรง บวกกับข้าก็พอแล้ว พวกเจ้าที่เหลือก็อยู่ที่ท่าเรือถงเฉียนของสำนักฉงหลินนี่แล้วกัน ไม่ต้องติดตามข้าขึ้นเขา”

ป๋ายโส่วกลอกตามองบน “รังเกียจที่พวกเราขอบเขตต่ำจะเป็นตัวถ่วงก็พูดมาตามตรงเถอะ”

หลิ่วจื้อชิงเริ่มดื่มเหล้ากับหรงช่างแล้ว หลิวจิ่งหลงแสร้งทำเป็นมองไม่เห็น คงเป็นเพราะดูแคลนความสามารถในการดื่มของพวกเขาสองคนกระมัง

ถึงอย่างไรความสามารถในการดื่มของเจ้าสำนักหลิวก็ลึกจนมองไม่เห็นก้นบึ้ง อย่าว่าแต่อุตรกุรุทวีปในทุกวันนี้เลย ต่อให้เป็นที่กำแพงเมืองปราณกระบี่ ใครบ้างที่ไม่รู้เรื่องนี้

สำหรับเรื่องนี้หลิ่วจื้อชิงแห่งตำหนักจินอู ลี่ไฉ่แห่งทะเลสาบกระบี่ฝูผิง ผู้เฒ่าหวังฟู่ซู่ และยังมีสวีซิ่งจิ่วแห่งนครเหนือเมฆ ทุกคนล้วนมีส่วน ล้วนมีคุณความชอบ

ส่วนตัวการสำคัญผู้นั้น ทุกวันนี้ยังง่วนอยู่กับการก่อตั้งสำนักที่ใบถงทวีปอยู่เลยนะ

เฉินหลี่ลังเลอยู่เล็กน้อย

หลิวจิ่งหลงยิ้มถาม “เฉินหลี่ มีข้อเสนออะไรหรือ?”

เฉินหลี่ยิ้มอย่างเขินอาย “ถ้าอย่างนั้นข้าก็ขอพูดสักสองสามประโยคแล้วกัน”

เฉินหลี่โบกชายแขนเสื้อ ไอน้ำแผ่อวลขมุกขมัว สุดท้ายก็มีภาพแผนที่อาณาเขตของสำนักฉงหลินปรากฏขึ้นมา เขาชี้ไปที่กึ่งกลางภูเขาของภูเขาบรรพบุรุษ “เจ้าสำนักหลิว ข้ามีการคาดเดาอย่างหนึ่ง ภูเขาบรรพบุรุษของสำนักฉงหลินลูกนี้ นับตั้งแต่ศาลาเฉวียนหย่งที่ตั้งอยู่กึ่งกลางภูเขาเป็นต้นไป ข้าคิดว่าน่าจะเป็นค่ายกลลวงตาแห่งหนึ่ง เส้นทางงูขาวที่อยู่ใกล้กับศาลบรรพจารย์เส้นนี้ก็คือค่ายกลขุนเขาสายน้ำอีกแห่งหนึ่ง เป็นเหตุให้การถามกระบี่ของผู้ฝึกกระบี่ต่างถิ่นในแต่ละรุ่น มองดูเหมือนสามารถฝ่าตราผนึกขุนเขาสายน้ำไปได้ ทว่าต่อให้แสงกระบี่หล่นลงบนศาลบรรพจารย์ได้สำเร็จ สุดท้ายหนึ่งกระบี่ปั่นทำลายศาลบรรพจารย์ แต่แท้จริงแล้วกลับตกลงบนความว่างเปล่าทั้งสิ้น”

“สำนักฉงหลินถึงได้มีคำกล่าวที่ว่า ‘ค่ายกลกระดาษเปียก ศาลบรรพจารย์น้ำไหล’ อย่างไรล่ะ ส่วนใหญ่ไม่ถึงสองเดือน สำนักฉงหลินก็สามารถสร้างศาลบรรพจารย์ขึ้นมาได้ใหม่ ตามความเห็นข้า ไม่ใช่เป็นเพราะสำนักฉงหลินมีมาดของคนรวย ฝีมือเชี่ยวชาญอะไรอย่างที่โลกภายนอกเล่าลือกัน แน่นอนว่าสำนักฉงหลินต้องไม่ขาดเงินส่วนนี้ ทำได้น่ะได้อยู่ แต่การทำเช่นนี้ไม่สอดคล้องกับนิสัยใจคอของผู้ฝึกตนสำนักฉงหลินเลย ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้มากว่าศาลบรรพจารย์ในสายตาคนนอกก็คือเวทอำพรางตาที่สูงส่งอย่างหนึ่ง ร่างจริงคือสถานที่ประกอบพิธีกรรมในเปลือกหอย เป็นเหตุให้สิ่งที่ถูกแสงกระบี่ทำลายไปเป็นแค่เปลือกที่ว่างเปล่าเท่านั้น”

“ดังนั้นการถามกระบี่ของพวกเจ้าสำนักหลิว หากแค่ต้องการหน้าตา อย่างมากก็แค่ทำเหมือนในอดีต ไปยืนอยู่บนยอดเขาใกล้เคียงแล้วปล่อยกระบี่ไปทางภูเขาบรรพบุรุษสำนักฉงหลิน ส่งกระบี่ไกลๆ สักสี่ห้าที ก็ถือว่าทำให้สำนักฉงหลินขายหน้าหมดสิ้นได้แล้ว แต่หากอยากถามกระบี่ให้ได้ประโยชน์จริง ไม่เพียงแต่ต้องขึ้นเขา เดินผ่านศาลาเฉวียนหย่ง ยังต้องระวังตราผนึกขุนเขาสายน้ำ หลังจากนั้นเดินไปบนเส้นทางงูขาว ก็คือหลักการเดียวกัน เหมือนอย่างที่อาจารย์ของข้าบอกไว้ แฝงตัวเข้าไปใกล้กับศาลบรรพจารย์ หากจะทำให้ได้ถึงระดับที่ผีไม่รู้เทพไม่เห็น อันที่จริงก็ยากมาก”

หลิวจิ่งหลงยิ้มบางๆ พลางพยักหน้ารับ ไม่เสียแรงที่เป็นอิ่นกวานน้อยแห่งกำแพงเมืองปราณกระบี่

เฉินหลี่พูดถูกถึงเจ็ดแปดส่วน

ลำพังแค่อาศัยแผนที่ที่เอามาประติดประต่อกัน อนุมานได้ข้อสรุปเช่นนี้ก็ถือว่าหาได้ยากมากแล้ว

พอหันไปมองลูกศิษย์ใหญ่ของตนที่กำลังแอบดื่มเหล้า หลิวจิ่งหลงก็รู้สึกอ่อนใจเล็กน้อย ชอบดื่มเหล้าขนาดนี้ พอไปถึงภูเขาเซียนตูก็ควรจะเรียกใครบางคนเป็นพี่เป็นน้องแล้วดื่มร่วมกันดีๆ สักรอบ

เกาโย่วชิงตั้งใจฟังอย่างมาก แม้ว่าเฉินหลี่จะไม่เคยทำสีหน้าดีๆ ให้นางเห็น แต่ขอแค่ชินไปแล้วก็ดีเอง อาจารย์บอกแล้วว่าเฉินหลี่เป็นคนหน้าเย็นใจร้อน

ตู้อวี๋ฟังแล้วทอดถอนใจอย่างนับถือ เซียนกระบี่น้อยผู้นี้ มองดูแล้วอายุไม่มาก แต่ประสบการณ์ในยุทธภพกลับโชกโชนนัก

เฉินหลี่ถามหยั่งเชิง “เจ้าสำนักหลิว ข้าขอแอบถามกระบี่กับฟ่านเชี่ยวสักครั้งโดยที่ไม่บอกกล่าวชื่อแซ่ได้หรือไม่?”

หลิวจิ่งหลงพยักหน้า “หลังจากเจ้าถามกระบี่กับฟ่านเชี่ยวแล้ว ข้าสามารถทำให้ข่าวนี้ยังไม่แพร่ไปถึงสำนักฉงหลินในระยะเวลาอันใกล้ หากใช้คำพูดของคนบางคนก็คือเป็นกระบี่ที่จะถามหรือไม่ถามก็ได้…”

เฉินหลี่กระจ่างแจ้งอยู่ในใจทันใด ยิ้มเอ่ยต่อคำว่า “ผู้ฝึกกระบี่อย่างเราๆ ถามกระบี่ไปก่อนค่อยว่ากัน!”

หลิวจิ่งหลงเอ่ยเตือน “เงื่อนไขคือตีเสร็จแล้วต้องเผ่นหนีได้ ทางที่ดีที่สุดก็คือต้องไม่ทิ้งร่องรอยเอาไว้ ใช่แล้ว อย่าฆ่าคน วันหน้ายังมีโอกาส”

เฉินหลี่เอ่ยเสียงทุ้มหนัก “เข้าใจแล้ว”

หลิวจิ่งหลงพลันยิ้มถาม “เฉินหลี่ หากข้าจำไม่ผิด นี่เป็นครั้งแรกที่เจ้าถามกระบี่ในใต้หล้าไพศาลกระมัง เลือกถามกระบี่กับฟ่านเชี่ยว ไม่รู้สึกแปลกๆ หรือ?”

เฉินหลี่ส่ายหน้า “มีอะไรให้ต้องรู้สึกแปลกล่ะ ขอแค่ขอบเขตข้าไม่สูงกว่าอีกฝ่าย ถามกระบี่กับใครก็คือถามกระบี่ไม่ใช่หรือ”

ใต้เท้าอิ่นกวานของพวกเรายังสวมชุดกระโปรงของสตรีไปเข่นฆ่าในสนามรบได้เลย เรือนกายอรชนอ้อนแอ้น กรีดนิ้วกรุยกราย ยามตวาดเสียงยังหวานแหลม ไม่เห็นเขาจะรู้สึกแปลกบ้างเลย

พอคิดถึงเรื่องนี้ เฉินหลี่ก็รู้สึกว่าใต้เท้าอิ่นกวานช่างสมกับเป็นภูเขาสูงที่ต้องให้คนแหงนหน้ามองจริงๆ ชั่วชีวิตนี้ยากที่เขาจะไล่ทัน หวังเพียงว่าระหว่างทางที่เดินขึ้นเขาตนจะพอมองเห็นแผ่นหลังชุดเขียวของใต้เท้าอิ่นกวานอย่างเลือนรางบ้างก็พอ

เฉินหลี่พลันหลับตาหลง เรียกกระบี่บินออกมา เพียงแต่ว่าแค่ให้มันว่ายวนอยู่ในช่องโพรงแห่งชะตาชีวิตที่ใกล้เคียงแห่งหนึ่งเท่านั้น ดวงจิตเมล็ดงาของเฉินหลี่จมจ่อมอยู่ภายใน

ครู่หนึ่งต่อมา เฉินหลี่ลืมตาขึ้น การถามกระบี่เสร็จสิ้น

กระบี่บินแห่งชะตาชีวิต ‘อู้เม่ย’ ยามตื่นคืออู้ (ตื่นนอน) ยามฝันคือเม่ย (นอนหลับ)

เฉินหลี่ไม่ได้ลงมืออำมหิตทิ่มร่างของฟ่านเชี่ยวให้เป็นรูสี่ห้ารู เพราะการหลอมกระบี่บินแห่งชะตาชีวิตเล่มนี้ของเขาอยู่ไกลเกินกว่าจะเรียกได้ว่า ‘สำเร็จ’ อีกมากนัก

คืนหนึ่งหลังจากนั้น ฟ่านเชี่ยวก็ถูกถามกระบี่อีกรอบ

ล้วนเป็นเหมือนกันคือแค่ตาพร่าไปทีเดียวก็มีผู้ฝึกกระบี่ที่ทั้งใบหน้าและเรือนกายล้วนล่องลอย อยู่ดีๆ ก็มาโผล่ตรงหน้าตนอย่างไม่มีลางบอกกล่าว จากนั้นแทงกระบี่ใส่เขาสองสามทีโดยทีฟ่านเชี่ยวไม่เหลือเรี่ยวแรงให้เอาคืน

ส่วนผู้ปกป้องมรรคาที่เป็นก่อกำเนิดเฒ่าคนนั้นก็ถึงกับมองไม่เห็นผู้ฝึกกระบี่คนนั้นเลยแม้แต่น้อย

ไม่พูดถึงฟ่านเชี่ยว แม้กระทั่งก่อกำเนิดเฒ่าก็ยังตกใจจนขวัญแทบกระเจิง

สรุปแล้วเป็นเซียนกระบี่ห้าขอบเขตบนคนใดที่เป็นศัตรูกับสำนักฉงหลินกันแน่ ถึงได้เป็นเหมือนวิญญาณร้ายตามติดคอยตามตอแยผู้เยาว์โอสถทองคนหนึ่งอย่างไม่ยอมเลิกราเช่นนี้?!

ส่วนกระบี่บินแจ้งข่าวสองเล่มที่พรรคโม่หลงทยอยส่งไปให้สำนักฉงหลินนั้น ต่างก็ผลุบหายเข้ามาในชายแขนเสื้อของหลิวจิ่งหลงอย่างเงียบเชียบ จะส่งไปถึงภูเขาบรรพบุรุษของสำนักฉงหลินช้าสักหน่อย

หลังจากนั้นคนทั้งกลุ่มก็ออกเดินทางไปที่สำนักฉงหลิน

พวกเฉินหลี่อยู่ต่อที่ท่าเรือถงเฉียน

หลิวจิ่งหลงสามคนไปที่ภูเขาบรรพบุรุษสำนักฉงหลิน คนต่างถิ่นที่เดินทางมาท่องเที่ยว จำเป็นต้องหยุดเท้าอยู่ที่ศาลาเฉวียนหย่งที่ตั้งอยู่กึ่งกลางภูเขา

แต่อันที่จริงการเดินขึ้นเขาก็คือความรู้อย่างหนึ่ง

เนื่องจากหลิ่วจื้อชิงและหรงช่างต่างก็ค้นพบด้วยความตกตะลึงว่า ท่ามกลางขุนเขาสายน้ำขมุกขมัวที่การมองเห็นพร่าเลือน ราวกับว่ามีคนอีกสามคนเดินอยู่บนเส้นทางด้านข้าง พวกเขาทั้งสามคนยิ่งเดินก็ยิ่งห่างไกลจาก ‘ตัวเอง’

สำนักฉงหลินตัวดี ถึงกับแทบจะทุ่มเงินจนสร้างภูเขาบรรพบุรุษสองแห่งที่เป็นภาพมายาซึ่งใกล้เคียงกันอย่างถึงที่สุดขึ้นมาได้เลย

บนเส้นทางเทพขึ้นเขาของภูเขาบรรพบุรุษที่แท้จริง หลิวจิ่งหลงที่ถือยันต์อยู่ในมือเปิดทางให้ก่อน อีกทั้งทุกก้าวที่เดินล้วนต้องวาดยันต์ หลิ่วจื้อชิงและหรงช่างจึงคล้ายว่าเดินอยู่ท่ามกลางค่ายกลยันต์แห่งหนึ่ง

หลิวจิ่งหลงเพียงแค่หยุดเท้าอยู่ที่ศาลาเฉวียนหย่งและเส้นทางงูขาวแค่ครู่เดียว เพียงไม่นานก็พาคนทั้งสอง ‘เดินเล่น’ กันไปต่อ

เพียงครู่เดียวคนทั้งกลุ่มก็ไปถึงด้านนอกศาลบรรพจารย์แห่งนั้น

หรงช่างอดไม่ไหวใช้เสียงในใจสอบถาม “คือที่นี่หรือ?”

หลิวจิ่งหลงเปิดปากยิ้มเอ่ย “ไม่ต้องใช้เสียงในใจก็ได้ ผู้ฝึกตนของสำนักฉงหลินไม่ได้ยินหรอก”

หลิ่วจื้อชิงถามนอกเรื่อง “หลิวจิ่งหลง เจ้าบอกกับข้ามาตามตรง รับมือกับเซียนเหรินที่นอกเหนือจากผู้ฝึกกระบี่ เจ้าต้องออกกระบี่กี่ครั้ง?”

ผลคือหลิวจิ่งหลงยิ้มเอ่ย “บอกได้ยาก ไม่เคยตีกับเซียนเหรินมาก่อนเสียด้วย”

หลิ่วจื้อชิงสะอึกอึ้ง

หลิวจิ่งหลงเอ่ยว่า “การถามกระบี่ครั้งนี้ไม่เหมาะจะแหวกหญ้าให้งูตื่นสักเท่าไร เพราะครั้งหน้าที่เฉินผิงอันออกเดินทางท่องอุตรกุรุทวีปจะต้องมาเยือนสำนักฉงหลินด้วยตัวเองรอบหนึ่งแน่ เขามีเรื่องส่วนตัวให้ต้องพูดคุย ดังนั้นครั้งนี้พวกเราฟันศาลบรรพจารย์เสร็จแล้วก็ถอยทันที ไม่ถามกระบี่กับผู้ฝึกตนสำนักฉงหลินแล้ว”

หลิ่วจื้อชิงเอ่ยอย่างขันๆ ปนฉุน “ศาลบรรพจารย์ที่ตั้งอยู่ที่เดิมปล่อยให้พวกเราฟันเช่นนี้ พวกเราต่างอะไรกับคนตัดฟืนที่ผ่าฟืนกันล่ะ นี่ก็ถือว่าเป็นการถามกระบี่ด้วยหรือ?”

หลิวจิ่งหลงเอ่ยอย่างจนใจ “โทษข้ารึ?”

หรงช่างหัวเราะเสียงดังลั่น เซียนกระบี่หลิ่วช่างหาเรื่องนัก ข้าอย่างไรก็ได้ จึงรีบเรียกกระบี่บินแห่งชะตาชีวิตออกมาแล้วฟันไปบนศาลบรรพจารย์อุตลุด

หลิ่วจื้อชิงจึงได้แต่ปล่อยกระบี่ตามไป

หลิวจิ่งหลงกลับไม่ได้ส่งกระบี่ เพียงแค่เอามือหนึ่งไพล่หลัง อีกมือหนึ่งยกขึ้น ใช้นิ้วจิ้มๆ ชี้ๆ ไป ทิ้งยันต์ไว้แผ่นหนึ่ง จากนั้นชี้ไปที่พื้นดิน สุดท้ายทิ้งยันต์สองแผ่นไว้พร้อมกับสองประโยค

เหนือศีรษะสามฉื่อมีเทพมองดูอยู่

วันหน้าจะกลับมาถามกระบี่อีกรอบ

จากนั้นผู้ฝึกกระบี่สามคนก็เดินกลับทางเดิม

ทิ้งไว้เพียงศาลบรรพจารย์ที่กลายเป็นซากปรักไปอย่างสิ้นเชิง

หลิวจิ่งหลงให้หลิ่วจื้อชิงกับหรงช่างหยุดเดินก่อน นาทีถัดมาก็ขยับเท้า พวกเขา ‘สามคน’ ก็ไปทับซ้อนกับเรือนกายที่ศาลาเฉวียนหย่งอีกครั้ง ผู้ฝึกตนจำนวนไม่น้อยต่างก็มารวมตัวกันชมทัศนียภาพอยู่ที่นี่

เสียงโครมดังหนึ่งที ชวนอกสั่นขวัญผวา พลานุภาพรุนแรงเหมือนฟ้าผ่ากัมปนาทอยู่ข้างหู เพียงแต่ว่าพวกผู้ฝึกตนที่กวาดตามองไปรอบด้านกลับไม่เข้าใจสิ่งใด เพราะศาลบรรพจารย์ของสำนักฉงหลินและยอดเขาทั้งหลายที่อยู่ใกล้เคียงไม่ได้มีความแตกต่างใดๆ ไปจากเดิม สรุปแล้วนี่เป็นความเคลื่อนไหวที่มาจากที่ใดกันแน่?

พวกหลิวจิ่งหลงสามคนปะปนอยู่ในกลุ่มคน เดินลงภูเขาไปอย่างสง่างาม

ยังอยู่ต่อที่ท่าเรือถงเฉวียนอีกสองวันถึงได้นั่งเรือโดยสารจากไปพร้อมกันอย่างเอ้อระเหย มุ่งหน้าไปที่ลำน้ำจี้ตู๋ที่ภาคกลาง ไปเดินเล่นในเมืองหลวงของราชวงศ์ต้าหยวนและถ้ำสวรรค์มังกรน้ำ แล้วถึงได้แยกย้ายกันไป

หลิวจิ่งหลงพาป๋ายโส่วผู้เป็นลูกศิษย์นั่งโดยสารเรือเฟิงยวน ตู้อวี๋กับซ่านเถิงติดตามพวกหรงช่างไปที่ทะเลสาบกระบี่ฝูผิงก่อน หลิ่วจื้อชิงจะเดินทางท่องเที่ยวเลียบลำน้ำใหญ่เส้นนั้นไป

บนเรือข้ามฟาก ป๋ายโส่วสนิทคุ้นเคยกับป๋ายเสวียนดีอยู่แล้ว พูดคุยกันอย่างถูกคอ ยังต้องรวมถึงผู้ดูแลรองอย่างเจี่ยเฉิงด้วย

หลิวจิ่งหลงไปหาแม่นางน้อยไฉอู๋ตามคำกำชับบนจดหมายของเฉินผิงอัน หยิบยันต์ออกมาสองแผ่น วางลงบนโต๊ะ ให้ไฉอู๋เรียนวาดยันต์ด้วยตัวเอง

ไฉอู๋วาดอย่างเอาจริงเอาจัง แบบเป็นอย่างไรก็วาดไปตามนั้น

ป๋ายเสวียนที่มองดูอยู่หัวเราะฮ่าๆ

นังหนูพืชพรรณผู้นี้วาดยันต์ผีอยู่หรือไร

หมี่ลี่น้อยนั่งอยู่ด้านข้าง ปรบมือให้ไฉอู๋เบาๆ

หลิวจิ่งหลงมองแสงศักดิ์สิทธิ์แก่นยันต์จุดนั้นก็กระจ่างอยู่ในใจ ยิ้มถามว่า “ไฉอู๋ อยากเรียนวาดยันต์หรือไม่? ขอแค่ไม่ถ่วงรั้งการฝึกตนหลัก มีทักษะติดตัวไว้มากก็ไม่ทับตัวตายหรอกนะ”

ไฉอู๋พยักหน้ารับ เอ่ยว่า “หากเจ้าสำนักหลิวยินดีสอน ข้าย่อมยินดีเรียน แต่คุณสมบัติการฝึกตนของข้าไม่ค่อยดีนะ”

หลิวจิ่งหลงอดไม่ไหวถามว่า “ทำไมถึงได้คิดว่าคุณสมบัติในการฝึกตนของตัวเองไม่ค่อยดีล่ะ?”

ไฉอู๋รู้สึกลำบากใจเล็กน้อย จึงแค่ส่ายหน้า ไม่เอ่ยอะไร

เจ้าขุนเขาเฉินเคยสอนนางด้วยตัวเองสองครั้ง ต่อมาก็ไม่เคยมาหาตนอีก แค่ให้อาจารย์เสี่ยวโม่ช่วยสอนแทน

ก็ไม่ได้คิดอะไรมากหรอก ตนมากินเปล่าอยู่เปล่าบนเรือข้ามฟาก วันหนึ่งดื่มเหล้าหนึ่งจิน แล้วยังต้องเป็นเหล้าหมักตระกูลเซียนที่มีเพียงพวกนายท่านเทพเซียนบนภูเขาถึงจะดื่มได้ รสชาตินั้น เมื่อเทียบกับเหล้าชั้นเลวของร้านเหล้าล่างภูเขาก็ไม่เหมือนกับดื่มมีดอีก มันทิ้งรสชาติไว้ยาวนาน ดังนั้นเป็นคนจะไร้คุณธรรมเกินไปนักไม่ได้ ต้องเห็นแก่ความดีของเจ้าขุนเขาเฉินบ้าง

อีกอย่างอย่าเห็นว่าเวลาปกติผู้พิทักษ์โจวเลอะๆ เลือนๆ นางฉลาดจะตายไป ความจำดีมาก

ทั้งบนและล่าง ทั้งในและนอกภูเขาลั่วพั่ว ไม่ว่าอะไรผู้พิทักษ์ฝ่ายขวาล้วนจำได้ ไม่ว่าอะไรก็รู้ไปหมด

ดังนั้นเรื่องที่โจวหมี่ลี่รู้ โดยทั่วไปแล้วก็คือเรื่องที่เจ้าขุนเขาเฉินรู้

เรือเฟิงยวนเดินทางลงใต้ข้ามมหาสมุทรไปตลอดทาง กำลังจะเข้าสู่เขตพื้นดินของแจกันสมบัติทวีป

ท่ามกลางม่านราตรีของวันนี้ หลิวจิ่งหลงยืนอยู่บนหัวเรือกับหมี่อวี้ หมี่ลี่น้อยก็ไม่ได้ออกลาดตระเวนยามค่ำคืนต่อ กังวลว่าจะไปรบกวนการคุยธุระสำคัญของอวี๋หมี่กับอาจารย์หลิวน่ะ

นางอยู่ในห้องของตัวเอง ฟุบตัวอยู่บนโต๊ะ กำลังนับนิ้วคำนวณวันเวลา เมื่อไหร่ถึงจะผ่านภูเขาลั่วพั่ว แล้วเมื่อไหร่ถึงจะไปถึงภูเขาเซียนตู

รอกระทั่งหมี่อวี้จากไปแล้ว หลิวจิ่งหลงยืนอยู่ข้างราวรั้วเพียงลำพัง นึกเรื่องหนึ่งขึ้นได้ เฉินผิงอันย้ำซ้ำไปซ้ำมาอยู่ในจดหมาย

ประเด็นสำคัญคือจดหมายลับฉบับนั้นยังร่ายตราผนึกเฉพาะที่หลิวจิ่งหลงสอนให้กับเฉินผิงอันด้วย บนจดหมาย ‘ฉบับที่สอง’ ได้เตือนหลิวจิ่งหลงว่าจะต้องแอบเลื่อนเป็นขอบเขตเซียนเหรินอย่างเงียบเชียบ อย่าได้ป่าวประกาศให้ภายนอกรับรู้ หากเป็นไปได้ ก็ไม่ต้องบอกใครในศาลบรรพจารย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องระวังเซียนกระบี่ป๋ายฉางที่อยู่ทางทิศเหนือผู้นั้น ไม่ใช่ว่าไม่เชื่อใจผู้ฝึกกระบี่ของสำนักกระบี่ไท่ฮุย แต่ผู้พูดไร้ใจ คนฟังมีเจตนา กระบี่บินแห่งชะตาชีวิตเล่มนั้นของหลิวจิ่งหลงพิเศษมากเกินไปจริงๆ ในอนาคตรอให้เจ้าปิดด่านครั้งถัดไป พยายามเลื่อนขั้นเป็นขอบเขตบินทะยาน ข้าจะมาที่สำนักกระบี่ไท่ฮุย เจ้าเฝ้าด่านให้เจ้า…

หากว่าเจ้าเป็นผู้ฝึกกระบี่ในพื้นที่ของกำแพงเมืองปราณกระบี่ ในบันทึกของคฤหาสน์หลบร้อน ต้องอยู่ในอันดับ ‘หนึ่งบน’ ได้แน่นอน!

ส่วนกระบี่บินแห่งชะตาชีวิตของเฉินผิงอัน นกในกรงและจันทร์ในบ่อจึงจะเป็นหนึ่งล่างและหนึ่งกลาง

แน่นอนว่าระดับขั้นกระบี่บินของผู้ฝึกกระบี่สามารถยกอันดับขึ้นได้ ใช่ว่าจะอยู่นิ่งไม่เปลี่ยนแปลงตลอดไป

หลิวจิ่งหลงยิ้มอย่างเข้าใจ พึมพำกับตัวเองว่า “จู้จี้จุกจิกยิ่งกว่าข้าเสียอีก”

‘กฎเกณฑ์’ วิชาอภินิหารแห่งชะตาชีวิตของกระบี่บินเขาเล่มนั้น

ก็เหมือนอย่างในตอนนี้ ทุกจุดที่สายตาของหลิวจิ่งหลงมองไปเห็นล้วนเป็นกฎเกณฑ์แห่งฟ้าดิน

ตอนที่เรือเฟิงยวนเคลื่อนผ่านอากาศเหนือตำหนักฉางชุน ระหว่างทางหลิวจิ่งหลงได้ขี่กระบี่ลงจากเรือไปอย่างเงียบเชียบ เขาจะต้องแวะไปที่เมืองหลวงต้าหลี ไปหาหันโจ้วจิ่นที่โรงเตี๊ยมตระกูลเซียนแห่งหนึ่ง พอเจอนางแล้วหลิวจิ่งหลงก็บอกกล่าวชื่อแซ่ของตัวเอง

ผลคือหันโจ้วจิ่วผู้นั้นทำในสิ่งที่เจ้าสำนักหลิวรับมือไม่ทัน

หลิวจิ่งหลงก็ได้แต่อธิบายกับนางซ้ำไปซ้ำมาว่า ข้าไม่ดื่มเหล้า

สุดท้ายกลับมาบนเรือข้ามฟากก็สังเกตเห็นว่าเซียนกระบี่หลิวที่หวนกลับขึ้นมาบนเฟิงยวนใหม่อีกครั้งแผ่กลิ่นอายสังหารท่วมท้น ทำท่าเหมือนจะถามกระบี่กับใครอย่างไรอย่างนั้น

——

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 913.5 ถามกระบี่เช่นนี้"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved