cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

กระบี่จงมา - ตอนที่ 913.4 ถามกระบี่เช่นนี้

  1. Home
  2. All Mangas
  3. กระบี่จงมา
  4. ตอนที่ 913.4 ถามกระบี่เช่นนี้
Prev
Next

เด็กหนุ่มที่อยู่ห้องข้างกันนอนหลับไม่สนิทนัก สะดุ้งตื่นเพราะเสียงฟ้าร้องฟ้าแลบอยู่สองครั้ง ซ่านเถิงลุกขึ้นมานั่ง เหงื่อแตกเต็มศีรษะ สีหน้าซีดขาว กวาดตามองไปรอบด้าน รู้สึกมึนงงเล็กน้อย ราวกับไม่แน่ใจว่าตัวเองกำลังฝันอยู่หรือไม่ เหตุใดพี่ใหญ่ตู้ถึงได้รู้จักบุคคลที่อยู่ไกลสุดขอบฟ้าอย่างเจ้าสำนักหลิวได้นะ แล้วทำไมเจ้าสำนักหลิวถึงยอมไปช่วยตนออกมาจากพรรคโม่หลงด้วยตัวเอง?

หลิวจิ่งหลงที่นั่งเข้าฌานอยู่บนเตียงในห้องเพียงแค่เหลือบตามองไปนอกหน้าต่าง

ดังนั้นฝนจึงหยุดตกอย่างรวดเร็ว บนฟ้าไม่มีเสียงฟ้าผ่าอีก

จากนั้นป๋ายโส่วลูกศิษย์ใหญ่ของเขาก็เข้ามาที่โรงเตี๊ยมแทบจะไล่เลี่ยติดๆ กับกลุ่มของหลิ่วจื้อชิง แน่นอนว่าต่างก็ใช้นามแฝงและเวทอำพรางตา

สำนักกระบี่ไท่ฮุย หลิวจิ่งหลงเจ้าสำนักคนปัจจุบัน ป๋ายโส่วเจ้ายอดเขาเพียนหราน

หลิ่วจื้อชิงแห่งตำหนักจินอู หรงฉางแห่งทะเลสาบกระบี่ฝูผิง สุ่ยจิ่งเฉิง เฉินหลี่ เกาโย่วชิง

ตู้อวี๋ผู้ฝึกตนสำนักการทหารแห่งตำหนักขวานผี รวมไปถึงเด็กหนุ่มที่เป็นภูตซึ่งมีนามว่าซ่านเถิงผู้นั้น

หลิวจิ่งหลงยิ้มเป็นฝ่ายแนะนำตัวเองกับตู้อวี๋ “สวัสดี ข้าชื่อหลิวจิ่งหลง เป็นเพื่อนกับเฉินผิงอันเหมือนกับเซียนกระบี่หลิ่วและเซียนกระบี่หรง”

ตู้อวี๋กลืนน้ำลาย นอกจากเอ่ยขอบคุณแล้วก็ไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรอีก

ป๋ายโส่วเห็นว่าเด็กหนุ่มคนนั้นปลอดภัยดี ในใจก็อดรู้สึกนับถือในฝีมือของอาจารย์ไม่ได้ ดูสิดู แค่คนแซ่หลิวลงมือ ไม่ว่าปัญห่าอะไรก็ล้วนคลี่คลายได้หมดสิ้น แต่ปากป๋ายโส่วกลับเอ่ยเสียงเบาว่า “คนแซ่หลิว เจ้าทำเรื่องอะไรสนแต่หัวไม่สนบั้นท้ายเกินไปหน่อยหรือไม่ ต่อให้เจ้าเป็นฝ่ายชิงลงมือไปช่วยคนได้สำเร็จก่อน นี่ถือว่าทำได้ไม่เลวจริงๆ แต่เจ้ากลับยังมารั้งรออยู่ใต้เปลือกตาของคนพรรคโม่หลงแบบนี้น่ะหรือ? ในนิยายยุทธภพบอกไว้ว่า ‘สถานที่อันตรายที่สุดก็คือสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุด’ เจ้าก็เชื่อด้วยหรือ? หากจะถามข้านะ คนแซ่หลิว เจ้าทำอะไรยังไม่รอบคอบเท่าพี่น้องเฉินของข้าเลย”

หลิวจิ่งหลงแค่พูดคุยรำลึกความหลังกับหลิ่วจื้อชิงและหรงช่างเท่านั้น ไม่ได้สนใจลูกศิษย์ใหญ่ที่ปากไร้หูรูดผู้นี้ หากแน่จริงพอไปถึงภูเขาเซียนตูก็พูดแบบนี้ต่อสิ

เด็กหนุ่มที่สีหน้าอ่อนระโหย พอได้พบตู้อวี๋ก็พลันตาแดงก่ำ พูดเสียงสะอื้นไห้ “พี่ใหญ่ตู้”

การได้พบเจอกันในเวลานั้น ซ่านเถิงรู้สึกแค่ว่าอีกฝ่ายมีนิสัยห้าวหาญ พูดจาตลกขบขันน่าสนใจ แค่เห็นก็ถูกชะตาทันที พี่ใหญ่ตู้ชอบเรียกตัวเองว่าตู้คนดี

หลังจากเจอหายนะครั้งนั้น เด็กหนุ่มถึงได้รู้ว่าอีกฝ่ายชื่อตู้อวี๋ เป็นผู้ฝึกตนทำเนียบของตำหนักขวานผี

ก่อนหน้านี้เด็กหนุ่มนึกมาโดยตลอดว่าพี่ใหญ่ตู้เป็นแค่ผู้ฝึกตนอิสระที่ชอบออกมาท่องในยุทธภพ ในกระเป๋ามีเงินแค่ไม่กี่แดง อยู่บนภูเขาไม่ได้ อีกทั้งยังชอบผดุงความเป็นธรรมไปทั่ว แม้แต่ผู้ฝึกตนอิสระก็ยังเป็นได้ไม่ดี

ตู้อวี๋ยื่นมือไปคว้าแขนของเด็กหนุ่ม ยิ้มพูดเสียงสั่น “ไม่ตายก็ดีแล้ว ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว”

ไม่รู้ว่าเหตุใด ได้เจอกับเจ้าสำนักหลิวแล้วทำให้รู้สึกเหมือนปีนั้นตอนที่อยู่ข้างกายผู้อาวุโสเฉิน ต่อให้ต้องขึ้นภูเขามีดลงทะเลเพลิง ต่อให้อยู่ในบ่อมังกรถ้ำพยัคฆ์ก็ดูเหมือนว่าจะยังสามารถ…เป็นตัวของตัวเองได้อย่างเสรี

ตู้อวี๋ตบไหล่เด็กหนุ่มเบาๆ อีกที เจ็บจนซ่านเถิงแสยะปาก ตู้อวี๋ซ่อนความรู้สึกผิดในดวงตาเอาไว้ ยิ้มกว้างเอ่ยว่า “แขนขาเล็กบางก็อย่างนี้ ทนลมทนฝนไม่ค่อยไหว หากเป็นข้านะ เวลานี้ต้องยังกระโดดโลดเต้นได้แน่นอน”

ภายหลังหลิวจิ่งหลงก็อธิบายต้นสายปลายเหตุให้ทุกคนฟังคร่าวๆ พูดอย่างกระชับสั้นเรียบง่าย บอกแค่ว่าในคุกแห่งหนึ่งของพรรคโม่หลง เขาหาตัวเด็กหนุ่มซ่านเถิงผู้นี้เจออย่างราบรื่นจึงช่วยออกมา จากนั้นใช้ยันต์ลับที่คิดค้นขึ้นเอง ใช้วิธีหลีตายแทนท้อ ดังนั้นจนถึงตอนนี้พรรคโม่หลงก็ยังสัมผัสไม่ได้ถึงความผิดปกติ ไม่อย่างนั้นป่านนี้ก็คงเกิดเรื่องครึกโครมไปนานแล้ว

สำหรับหลิวจิ่งหลงแล้ว คำว่าการป้องกันแน่นหนา ตราผนึกหนาชั้น แท้จริงแล้วก็แค่สิ่งกีดขวางที่เป็นเหมือนเครื่องประดับสามชั้นเท่านั้น บวกกับการเฝ้าพิทักษ์ของผู้ฝึกตนก่อกำเนิดคนหนึ่ง แน่นอนว่าต้องเหมือนเข้าไปในดินแดนไร้ผู้คน

ส่วนก่อกำเนิดเฒ่าคนนั้น แน่นอนว่าเป็นผู้พิทักษ์มรรคาให้กับฟ่านเชี่ยว มีสถานะสูงศักดิ์เป็นถึงเค่อชิงอันดับรองของสำนักฉงหลิน การค้าขายน้อยนิดแค่นี้ของพรรคหลงโม่ยังไม่ถึงขั้นทำใหเทพเซียนก่อกำเนิดผู้เฒ่าคนหนึ่งมาเสียเวลาเปล่าอยู่ที่นี่ ก่อนหน้านั้นทั้งสองฝ่ายเดินสวนไหล่ผ่านกันไป ดูจากท่าทางของอีกฝ่ายแล้วยังเป็นเทพเซียนผู้เฒ่าบนภูเขาที่พิถีพิถันในเรื่องความสะอาดมากด้วย ตอนที่ดื่มเหล้าเคล้านารียังบ่นให้ผู้ฝึกตนหญิงพรรคโม่หลงสองคนฟังไม่หยุด และยันต์แทนตัวที่หลิวจิ่งหลงทิ้งเอาไว้นั้น แน่นอนว่าไม่ใช่ยันต์หุ่นเชิดทั่วไป เพราะถึงอย่างไรก่อกำเนิดผู้เฒ่าก็ไม่ใช่คนโง่ ทุกวันต้องคอยตรวจตราคุก ป่านนี้ก็ต้องมองเห็นพิรุธนานแล้ว

หลิวจิ่งหลงยิ้มกล่าว “หลังจากพาซ่านเถิงออกมา ข้าก็ได้ไปพบฟ่านเชี่ยวสองครั้ง ค่อนข้างประหลาดใจ เขาเป็นโอสถทองคนหนึ่งที่จงใจปิดบังรากฐานผู้ฝึกกระบี่เอาไว้ แต่เพิ่งจะสร้างโอสถได้ไม่นาน คาดว่าเดิมทีที่ออกมาจากสำนักครั้งนี้ก็เพื่อมาผ่อนคลายอารมณ์เท่านั้น”

ฟ่านเชี่ยวคือลูกศิษย์ผู้สืบทอดของศาลบรรพจารย์ฉงหลิน เป็นลูกศิษย์ที่เป็นที่ภาคภูมิใจของบรรพจารย์ผู้คุมกฎ

ทุกวันนี้อายุยังไม่ถึงหกสิบปี คือเซียนดินโอสถทองที่อายุน้อยมากคนหนึ่ง เล่าลือกันว่าเชี่ยวชาญค่ายกลยันต์ หลอมวัตถุแห่งชะตาชีวิตห้าธาตุได้แล้ว

เป็นเหตุให้เขายังเป็นผู้ฝึกตนสายยันต์คนหนึ่งที่อนาคตบนมหามรรคายาวไกลจนมิอาจประมาณการณ์ได้

หรงช่างเอ่ยสัพยอก “ถึงกับเป็นผู้ฝึกกระบี่คนหนึ่งด้วย? นี่ไม่ใช่นิสัยของสำนักฉงหลินเลยนะ ดูท่าสำนักฉงหลินจะฝากความหวังไว้ให้กับคนผู้นี้มาก ถึงได้เก็บงำอำพรางเช่นนี้ คิดจะป้องกันไม่ให้ถูกคนถามกระบี่หรือ?”

หลิ่วจื้อชิงถอนหายใจ ก็เหมือนตอนที่อยู่ตำหนักจินอูแล้วได้บอกเรื่องหนึ่งกับตู้อวี๋อย่างตรงไปตรงมา ชีวิตของเด็กหนุ่มเป็นอย่างไร ก่อนที่จะได้พบเขา ไม่ว่าใครก็บอกได้ยาก

เพราะถึงอย่างไรตู้อวี๋ก็ไปหาตนเป็นคนแรก หลิ่วจื้อชิงจึงเอ่ยขอบคุณหลิวจิ่งหลงอย่างออกจะขัดเขินสักเล็กน้อย จากนั้นก็ควักชายแขนเสื้อ ทำอะไรน่ะหรือ แน่นอนว่าต้องหาเหล้าดื่มอย่างไรล่ะ

หลิวจิ่งหลงรีบกดมือของหลิ่วจื้อชิงเอาไว้ ยิ้มบางๆ เอ่ยว่า “ต่อให้ข้าไม่ลงมือ พวกเจ้าก็ไปทัน เพราะว่า…”

หลิวจิ่งหลงหยุดพูด หันหน้าไปถามเด็กหนุ่ม “พูดได้ไหม?”

เด็กหนุ่มยิ้มกว้าง “เชิญอาจารย์หลิวพูดได้เลย ไม่ใช่เรื่องน่าอายที่บอกใครไม่ได้สักหน่อย”

ซ่านเถิงรู้สึกว่าเรียกเจ้าสำนักหลิวว่าอาจารย์หลิวดีกว่า ความรู้ของอาจารย์หลิวยิ่งใหญ่มาก สองวันมานี้ได้ใช้เวลาอยู่ร่วมกับเขาก็แทบจะไม่มีเรื่องไหนที่อาจารย์หลิวไม่รู้

หลิวจิ่งหลงถึงได้เอ่ยต่ออีกว่า “ซ่านเถิงมาจากลำธารซ่านซี ในประวัติศาสตร์ที่แห่งนั้นมีเถาวัลย์ซ่านเถิงอยู่มากมาย เหมาะจะนำมาทำกระดาษมากที่สุด เคยเป็นกระดาษที่ทางการของแคว้นรอบด้านนำมาทำเป็นเอกสารสำคัญ มีความทนทานดีเยี่ยม ร้อยปีก็ไม่ผุ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระดาษสีทองที่เซียนซือบนภูเขาเอามาใช้เขียนจดหมายตอบโต้กัน แต่เมื่อสองร้อยปีก่อนอยู่ดีๆ ระดับน้ำของลำธารซ่านซีก็ลดลง ท้องน้ำแทบจะตื้นเขิน เถาวัลย์โบราณบนสองฝากฝั่งจึงเริ่มค่อยๆ แห้งเหี่ยวตายไป เนื่องจากวัตถุดิบแห้งหายไป เป็นเหตุให้กระดาษซ่านจื่อหายสาบสูญไปนานหลายปี เซียนดินในท้องถิ่นเพราะขอบเขตมีจำกัดจึงตรวจสอบหาสาเหตุไม่พบ จึงสูญเสียที่มาของเงินทองก้อนนี้ไป อันที่จริงเถาวัลย์ซ่านเถิงนี้ได้รับโชควาสนาแห่งฟ้าดิน ได้รับโชคชะตาในพื้นที่ปกป้องอย่างที่มองไม่เห็น ดังนั้นระหว่างที่หลอมเรือนกายจึงได้รับกลิ่นอายสดชื่นจากภูเขาสายน้ำ คล้ายคลึงกับการปิดด่านของผู้ฝึกตน เป็นการปิดผนึกภูเขาตามธรรมชาติ จึงชักนำให้คนอื่นๆ ละโมบอยากครอบครอง”

“รอกระทั่งซ่านเถิงหลอมเรือนกายสำเร็จ แน่นอนว่าขุนเขาสายน้ำจึงกลับคืนมาเป็นดังเดิมอีกครั้ง เป็นเหตุให้เถาวัลย์โบราณดกหนามากกว่าในอดีต นี่ก็คือการหล่อเลี้ยงกลับคืนของมหามรรคาอย่างหนึ่ง อีกทั้งซ่านเถิงยังมีนิสัยบริสุทธิ์ใสซื่อ ไม่ยินดีจะจากมาทันที เป็นความหวังดีก็จริง แต่ผลกลับถูกผู้ฝึกตนพรรคโม่หลงหมายตา เนื่องจากพวกเขาค้นพบว่าการตัดเถาวัลย์มาทำเป็นกระดาษ หากเพิ่มสมุนไพรเซียนอีกสองสามชนิดเข้าไป คุณภาพของกระดาษจะดีเยี่ยม ไม่แน่ว่าอาจเอาไปขายให้กับจวนเซียนทั่วทั้งแคว้นได้ ดังนั้นซ่านเถิงจึงถูกพรรคโม่หลงมองเป็นต้นไม้เขย่าเงิน เอาไปขอความดีความชอบจากฟ่านเชี่ยว และนี่ก็คือเหตุผลที่ว่าทำไมซ่านเถิงถึงเจอหายนะครั้งนี้ แล้วทำไมฟ่านเชี่ยวถึงต้องชิงเอาตัวเขาไปให้ได้ ยอมเสียเวลาวางแผนมากมาย ขณะเดียวกันก็แอบเว้นชีวิตซ่านเถิงด้วย ก็เพื่อรอให้ซ่านเถิงยอมก้มหัวอ่อนข้อให้ เนื่องจากตอนอยู่ในคุกซ่านเถิงให้ฟ่านเชี่ยวสาบานว่าจะต้องปล่อยตู้อวี๋และตำหนักขวานผีไป เขาถึงจะยินดีกลับไปที่ลำธารซ่านซี ฟ่านเชี่ยวรู้สึกว่าเรื่องนี้น่าอายเกินไป ถึงขั้นไม่ยินดีจะแกล้งสาบานหลอกซ่านเถิงด้วยซ้ำ รู้สึกว่าขอแค่จับตัวตู้อวี๋ได้ก็จะเหนื่อยครั้งเดียวแล้วสบายไปตลอด ซ่านเถิงก็จำต้องร่วมมือกับเขาแต่โดยดี ทางฝั่งของตำหนักขวานผี ข้าได้ส่งผู้ฝึกกระบี่คนหนึ่งของสำนักกระบี่ไท่ฮุยพวกเราไปรออยู่ก่อนแล้ว รอแค่ให้ผู้ฝึกตนสำนักฉงหลินไปเอาเรื่องเท่านั้น”

หลิวจิ่งหลงพูดยาวเหยียด บอกกล่าวอย่างละเอียด

แต่ไม่มีใครรู้สึกว่าเจ้าสำนักหลิวพูดพร่ำเพื่อ

เฉินหลี่จดจำผู้ฝึกตนทำเนียบของสำนักฉงหลินที่ชื่อฟ่านเชี่ยวไว้เงียบๆ หึหึ ผู้ฝึกกระบี่โอสถทองอายุครึ่งร้อยปี ช่างเป็นผู้มีพรสวรรค์ยิ่งนัก เพราะถึงอย่างไรเรื่องของการหลอมโอสถก็ยังช้ากว่าตนไปประมาณสามสิบปีนะ

คนดีทำเรื่องดีมักไม่มีเหตุผล คนฉลาดทำเรื่องชั่วร้ายกลับมีเป้าหมายชัดเจน เส้นสายแจ่มชัด

เฉินหลี่มองไปทางเด็กหนุ่ม ยิ้มพูดกลั้วหัวเราะเบาๆ ว่า “ซ่านเถิง ตามอักขรานุกรมท้องถิ่นของพวกเจ้าที่บันทึกไว้ ข้ารู้มาว่าในกลุ่มกระดาษซ่านจื่อยังมีกระดาษฉุยปิงที่หายสาบสูญไปนานแล้วอยู่ด้วย เทียบกับกระดาษสีทองแล้วมีคุณภาพดียิ่งกว่า วันหน้าข้าจะขอสั่งจองกระดาษเตาเซวียนจากเจ้าสักร้อยแผ่นได้หรือไม่”

เด็กหนุ่มเอ่ยอย่างเขินอาย “กี่แผ่นก็ได้!”

เกาโย่วชิงถามเสียงเบา “เฉินหลี่ เจ้ารู้เรื่องพวกนี้ได้อย่างไร?”

เฉินหลี่เหล่ตามองมา “เจ้าคิดว่าอย่างไรล่ะ?”

เกาโย่วชิงหัวเราะ เป็นตนที่ถามโง่ๆ จะโทษว่าเฉินหลี่ไม่มีความอดทนไม่ได้

นอกจากเรื่องของการฝึกตนแล้ว หลายปีมานี้เฉินหลี่ที่อยู่ในทะเลสาบกระบี่ฝูผิงไม่เพียงแต่เปิดอ่านเอกสารของสำนักต่างๆ อย่างถ้วนทั่ว ยังขอให้พวกศิษย์พี่ชายหญิงช่วยรวบรวมรายงานขุนเขาสายน้ำในประวัติศาสตร์ เอกสารปประวัติศาสต์ทางการของราชวงศ์ รวมไปถึงอักขรานุกรมท้องถิ่นต่างๆ ของอุตรกุรุทวีปมาให้

นอกจากฝึกกระบี่ ก็คืออ่านหนังสือ

เฉินหลี่เองก็ไม่รู้สึกว่าน่าเบื่อ แม้ชีวิตของการฝึกตนจะเหมือนคนแก่คนหนึ่ง

ตัวอ่อนเซียนกระบี่ยี่สิบกว่าคนที่ฝึกตนอยู่ในใต้หล้าไพศาล

ต่อให้เป็นเซี่ยซงฮวาที่คิดว่า ‘ลูกศิษย์สองคนของข้าดีที่สุดในใต้หล้า’ ก็ยังต้องยอมรับในเรื่องหนึ่ง หากจะพูดถึงคุณสมบัติ พรสวรรค์ นิสัยใจคอ โชควาสนา เมื่อรวมกันแล้ว ต่อให้อยู่ในกำแพงเมืองปราณกระบี่ ในบรรดาผู้ฝึกกระบี่รุ่นเยาวที่อายุน้อยที่สุดของกำแพงเมืองปราณกระบี่ตามหลังพวกฉีโซ่ว ผังหยวนจี้ เฉินหลี่ก็ยังคู่ควรกับสองคำว่า ‘ผู้นำ’

ดังนั้นตอนนั้นเฉินหลี่ไม่ได้อยู่ต่อที่กำแพงเมืองปราณกระบี่ ไม่ได้ติดตามนครบินทะยานไปยังใต้หล้าใหม่เอี่ยม สำหรับนครบินทะยานในทุกวันนี้แล้วจึงเป็นเรื่องน่าเสียดายที่ไม่เล็กเรื่องหนึ่ง จนถึงทุกวันนี้ก็ยังมักจะถูกพวกคนเฒ่าคนแก่พูดถึง ในคำพูดเหล่านั้นเต็มไปด้วยความกลัดกลุ้มเสียดาย ไม่อย่างนั้นในศาลบรรพจารย์ของนครบินทะยาน เฉินหลี่จะต้องมีที่นั่งอยู่แน่นอน

เพียงแต่ว่าเฉินหลี่ติดตามลี่ไฉ่ไปอยู่อุตรกุรุทวีปก็ไม่เลวเหมือนกัน

กระบี่ประจำตัวฮุ่ยหมิง เคยเป็นของตกทอดของเซียนกระบี่เจ้าของเรือนส่วนตัวคนหนึ่ง และเจ้าของคนก่อนก็คือเซียนกระบี่ที่เป็นผู้ฝึกตนอิสระของอุตรกุรุทวีปพอดี

ส่วนกระบี่บินของเฉินหลี่ที่มีชื่อว่า ‘อู้เม่ย’ นั้น วิชาอภินิหารลี้ลับมหัศจรรย์ คฤหาสน์หลบร้อนประเมินให้อยู่ในระดับ ‘สองบน’ ว่ากันว่านี่ยังเป็นเพราะใต้เท้าอิ่นกวานจงใจกดขอบเขตเอาไว้ด้วย

น่าเสียดายที่ตอนนั้นไม่อาจไปอยู่คฤหาสน์หลบร้อนได้ หากอยู่ข้างกายอิ่นกวานหนุ่ม ได้รับการกล่อมเกลาอยู่ทุกวัน หาไม่แล้วฉายา ‘อิ่นกวานน้อย’ ของเฉินหลี่ก็น่าจะสมจริงยิ่งกว่านี้

หรงช่างถาม “ถ้าอย่างนั้นพวกเราเดินทางไปสำนักฉงหลินเลยไหม?”

เฉินหลี่เอ่ย “ศิษย์พี่หรง พวกเราพักต่ออีกสักวันสองวันค่อยไปก็ไม่สาย ไม่อย่างนั้นพวกเราคนเยอะจะสะดุดตาเกินไป ถึงอย่างไรศาลบรรพจารย์ของสำนักฉงหลินก็ไม่มีขาวิ่งหนีไปไหนได้อยู่แล้ว”

ตู้อวี๋ใกล้จะชาชินเต็มทีแล้ว

เห็นจนชินจนไม่รู้สึกแปลกอะไรอีกแล้ว

ผู้อาวุโสคนดีรู้จักสหายบนภูเขามากมายขนาดนี้ได้อย่างไร

เนื่องจากขยับเข้าใกล้ท่าเรือถึงได้รู้ว่าศิษย์พี่หรงที่สีหน้าเป็นมิตรผู้นี้ถึงกับเป็นลูกศิษย์ใหญ่เปิดขุนเขาของเซียนกระบี่ลี่ไฉ่แห่งทะเลสาบกระบี่ฝูผิง

ในบรรดาสหายที่เซียนกระบี่เฉินรู้จัก คงจะเป็นข้าที่ไม่ได้ความที่สุดเลยกระมัง ไม่ใช่คงจะ แต่ต้องใช่แน่นอน

พอคิดแบบนี้ตู้อวี๋ก็ไม่เพียงแต่ไม่อับอาย หึ กลับกันยังรู้สึกภาคภูมิใจมากอีกด้วย

สำนักกระบี่ฉงหลินที่ชายแขนเสื้อสองข้างมีแต่ลมเย็น ขอบเขตหยกดิบใต้หล้าไร้ศัตรูเทียมทาน

สำนักฉงหลินแห่งอุตรกุรุทวีปมีชื่อเสียงเลื่องลือไปทั้งใต้หล้า ยิ่งถูกขนานนามให้เป็นสำนักอักษรจงที่ ‘ถูกถามกระบี่บ่อยที่สุด’

การถามกระบี่น้อยใหญ่ในประวัติศาสตร์ รวมๆ กันแล้วไม่ต่ำกว่าร้อยครั้ง

แต่การถามกระบี่ส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นแค่แสงกระบี่ที่ผุดพุ่งอยู่ไกลๆ แล้วกระแทกไกลๆ ลงมาบนค่ายกลใหญ่แห่งขุนเขาสายน้ำของสำนักฉงหลิน

มีเพียงเก้าครั้งที่โดนศาลบรรพจารย์ สามครั้งในนั้น ครั้งที่ทำให้ศาลบรรพจารย์แตกพังได้จริงก็คือครั้งที่จีเยว่เซียนกระบี่แห่งภูเขาวานรครวญเป็นคนปล่อยกระบี่

สำนักฉงหลินยังคงตั้งตระหง่านไม่เคยล้มลง

มิน่าเล่าโหลวเหมี่ยวที่เป็นเจ้าสำนักของสำนักฉงหลินถึงมั่นใจพอจะป่าวประกาศแก่ผู้ฝึกกระบี่ทั้งทวีปว่า ข้าต้องการใช้หนึ่งสำนักสู้รบกับทั้งทวีป! สำหรับข้าแล้วเซียนกระบี่ก็แค่ก้อนเมฆที่ล่องลอย!

ส่วนแท้จริงแล้วจะใช่โหลวเหมี่ยวพูดเองกับปากหรือไม่ หรือว่ามีคนพูดแทน ช่วยบอกความในใจของเจ้าสำนักโหลวออกมา สำคัญด้วยหรือ? ไม่สำคัญเลย

ถึงอย่างไรก็เล่าลือกันจนถึงขั้นที่ว่าแม้แต่ฮว่อหลงเจินเหรินที่คุณธรรมและบารมีสูงส่ง ในอดีตเมื่อเดินอยู่บนภูเขาป่ายเฉวียนก็ยังลูบหนวดผงกหัว พูดชมจากใจจริงว่า ‘แข็งแกร่งยิ่ง’

สำนักฉงหลินมีเงิน

มีเงินคือมีเงินจริงๆ

พูดถึงแค่ภูเขาตี่ลี้ที่มักจะมีผู้ฝึกตนลงนามสัญญาเป็นตายกัน บริเวณใกล้เคียงก็มีภูเขาป่ายเฉวียนที่เป็นศาลาใกล้น้ำได้ยลจันทร์ก่อน เหมาะจะให้ผู้ฝึกตนชมการต่อสู้ที่สุด มีขนาดใหญ่เหมือนขุนเขาของแคว้นเล็ก สำนักฉงหลินไม่เพียงแต่ซื้อภูเขาทั้งลูกเอาไว้ ยังบุกเบิกจวนและถ้ำสถิตตระกูลเซียนไว้กว่าพันแห่ง แค่ให้เช่าเท่านั้นไม่ขาย คล้ายคลึงกับพื้นที่มงคลถ้ำเมฆาของสำนักกุยหยกที่มีเงินทองไหลมาเทมา เป็นน้ำเส้นเล็กไหลยาว เงินเทพเซียนก้อนแล้วก้อนเล่าต่างก็หล่นลงมาในกระเป๋าของสำนักฉงหลิน เงินเทพเซียนก้อนเดียวไม่สะดุดตา แต่เมื่อรวมเข้าด้วยกันกลับมากน่าดูชม อีกทั้งยิ่งเช่านาน ราคากลับยิ่งแพงลิบลิ่ว

โดยทั่วไปแล้วผู้ฝึกตนและสำนักที่มีชื่อเสียงติดอันดับของอุตรกุรุทวีปล้วนมีเรือนส่วนตัวอยู่ที่ภูเขาป่ายเฉวียนหนึ่งถึงสองแห่ง

ผู้ฝึกตนอิสระจำนวนไม่น้อยก็ยิ่งเป็นเช่นนี้

ไม่ถามชื่อแซ่ ไม่จำเป็นต้องบอกกล่าวประวัติความเป็นมาแก่สำนักฉงหลิน แค่บอกนามแฝงอย่างเดียว กับเงินเทพเซียนหนึ่งถุงที่มีน้ำหนักมากพอ ก็จะได้รับแผ่นหยกสองแผ่น เอาไว้ใช้สำหรับขึ้นเขาและเปิดประตู

ผู้ฝึกตนสำนักฉงหลินที่เฝ้าพิทักษ์อยู่ แต่ไหนแต่ไรมาก็ดูแค่ป้ายหยกไม่ดูที่ตัวคน

บวกกับที่บุปผาในคันฉ่องจันทราในสายน้ำของที่นั่นดำเนินการมานานเป็นพันปีแล้ว เป็นเหตุให้ภูเขาป่ายเฉวียนมีปราณวิญญาณฟ้าดินเปี่ยมล้น ค่ายกลใหญ่ปกป้องภูเขาแข็งแรงแน่นหนา มากพอจะทัดเทียมกับห้ามหาบรรพตของแคว้นใหญ่ในหนึ่งทวีปได้

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 913.4 ถามกระบี่เช่นนี้"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved