cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

กระบี่จงมา - ตอนที่ 900.3 เพื่อนบ้าน

  1. Home
  2. All Mangas
  3. กระบี่จงมา
  4. ตอนที่ 900.3 เพื่อนบ้าน
Prev
Next

ก่อนหน้านี้​อยู่​ใน​ศาล​เทพ​แห่ง​ผืนดิน​ จากนั้น​เดินเล่น​จน​มาถึงที่นี่​

ใน​เมือง​มีกลิ่นอาย​ไพศาล​อยู่​เสี้ยว​หนึ่ง​

ถึงได้​ทำให้​วิญญาณ​หยิน​มากมาย​สามารถ​รักษา​สติสัมปชัญญะ​ที่​แจ่มใสเอาไว้​ได้​ ไม่ถึงกับ​ตก​กลาย​ไป​เป็น​ผี​ร้าย​

น่าจะเป็น​ฝีมือ​ตระกูล​เซียน​ของ​เด็กหนุ่ม​ชุด​ขาว​คน​นั้น​

เจ้าอ้วน​คว้า​เมล็ด​ถั่วเหลือง​หนึ่ง​กำมือ​ยัด​ใส่ปาก​เคี้ยว​กร้วม​ๆ จากนั้น​กรอก​เหล้า​หนึ่ง​อึก​ เงยหน้า​กระดก​ดื่ม​อึก​ๆๆ แล้ว​กลืน​ลง​ไป​รวดเดียว​คล้าย​กับ​มัน​เป็น​น้ำเปล่า​ที่​ใช้บ้วนปาก​ “จงขุย​ ทำไม​ถึงไม่บอก​กับ​พี่น้อง​เฉิน​ไป​ตามตรง​ พูด​กัน​อย่าง​ตรงไปตรงมา​ ขอให้​เขา​ช่วย​ก็ได้​แล้ว​”

จงขุย​หยิบ​กล่อง​ไม้ใบ​นั้น​ออกจาก​ชาย​แขน​เสื้อ​มาวาง​ไว้​บน​หัวเข่า​ เปิด​กล่อง​ไม้ออก​เบา​ๆ ด้านใน​บรรจุ​เงิน​เทียน​ซือ​พิฆาต​ผี​ไว้​หนึ่ง​ชุด​ “แค่​พบ​หน้า​กัน​ก็​จะขอให้​คน​เขา​ช่วย​เลย​ได้​อย่างไร​ ใน​ใจรู้สึก​ไม่ดี​หรอก​”

จงขุย​หยิบ​เหรียญ​หนึ่ง​ใน​นั้น​ขึ้น​มา เป่า​ลมใส่​ ใช้ชาย​แขน​เสื้อ​เช็ด​ “แล้ว​นับประสาอะไร​กับ​ที่​การ​สร้าง​สำนัก​เบื้องล่าง​คือ​เรื่อง​น่ายินดี​ที่​ใหญ่​เทียมฟ้า​ เรื่อง​ที่​ข้า​จะทำ​ หา​กลอง​เปลี่ยนเป็น​เจ้าที่​ได้ยิน​จะไม่รู้สึก​อัปมงคล​หรอก​หรือ​?”

เจ้าอ้วน​หัวเราะ​ฮ่าๆ “คง​กลัว​ว่า​จะถูก​ปฏิเสธ​แล้​วจะ​ขายหน้า​มากกว่า​กระมัง​?”

เห็น​ว่า​จงขุย​เคลื่อน​สายตา​มามอง​ เจ้าอ้วน​ก็​รีบ​เอ่ย​แก้ไข​ทันที​ “ทำตัว​ห่างเหิน​เกินไป​แล้ว​ พวกเรา​สอง​คน​คือ​ใคร​กับ​ใคร​ คน​ที่​ต่อให้​ตาย​ก็​ยัง​ต้องการ​ศักดิ์ศรี​อย่าง​ข้า​ อยู่​กับ​เขา​ก็​ยัง​เปิดเผย​ความรู้สึก​ที่​แท้จริง​ออกมา​ไม่ใช่หรือ​”

จงขุย​เอ่ย​ “อันที่จริง​ก็​เพราะ​รู้​ว่า​เขา​จะต้อง​ตอบ​ตกลง​ อีก​ทั้ง​ยัง​ไม่ลังเล​เลย​แม้แต่น้อย​ ข้า​ถึงได้​ลำบากใจ​ คิด​ไม่ตกว่า​ควรจะ​เปิดปาก​หรือไม่​ หรือ​จะเปิดปาก​เมื่อไหร่​”

เจ้าอ้วน​ทอดถอนใจ​ “เข้าใจ​ๆ ก็​เหมือน​ข้า​ตอนที่​ได้​พบ​พี่น้อง​เฉิน​ก็​ไม่ได้​เปิด​ปากขอ​ตำแหน่ง​เค่อ​ชิงผู้​ถวายงาน​อะไร​จาก​เขา​ พวกเรา​สอง​พี่น้อง​ต่าง​ก็​หน้าบาง​ อันที่จริง​ออกจาก​บ้าน​มาอยู่​ข้างนอก​ ทำตัว​แบบนี้​จะเสียเปรียบ​อย่าง​มาก​”

จงขุย​ขมวดคิ้ว​น้อย​ๆ “คน​กลุ่ม​นี้​ถึงกับ​กล้า​มาค้างคืน​ใน​เมือง​ ไม่ต้องการ​ชีวิต​กัน​แล้ว​หรือ​ไร​?”

เจ้าอ้วน​ยิ้ม​เอ่ย​ “พวกเขา​จะรู้เรื่อง​วงใน​ได้​อย่างไร​ เพราะ​การดำรงอยู่​ของ​สิ่งนี้​ จึงรู้สึก​แค่​ว่า​สถานที่​แห่ง​นี้​ปลอดภัย​ ไม่รู้​เลย​ว่า​ตัวเอง​ได้​เดิน​ไป​บน​เส้นทาง​น้ำพุ​เหลือง​แล้ว​”

ใน​นคร​ผี​แห่ง​นี้​ คง​เป็น​เพราะ​ปราณ​ดุร้าย​เข้มข้น​เกินไป​ ไม่ทัน​ระวัง​จึงบ่ม​เพาะ​ให้​เกิด​ผี​ที่​กิน​ผี​ตน​หนึ่ง​ขึ้น​มา เมื่อ​เทียบ​กับ​พวก​ผี​ร้าย​ใน​เรือน​มืด​ ราชา​ผี​ตาม​ซาก​ปรัก​ทั่วไป​แล้ว​ดุร้าย​กว่า​มาก​นัก​ ปัญหา​ที่​ใหญ่​ที่สุด​ยัง​เป็น​เพราะ​ผี​ตน​นี้​คล้าย​กับ​ตัวอ่อน​ด้าน​การ​ฝึก​ตน​ที่​คุณสมบัติ​โดดเด่น​คน​หนึ่ง​ ไม่ถึงสิบ​ปี​ก็​อาศัย​การกลืน​กิน​พวก​เดียวกัน​แอบ​สร้าง​โอสถ​ทอง​ได้​สำเร็จ​แล้ว​ อีก​ทั้ง​ยัง​ทำ​อะไร​ระมัดระวัง​ จึงไม่เคย​ถูก​ผู้ฝึก​ตน​หา​ตัว​เจอ​ หากว่า​วันนี้​มัน​ได้​กิน​คน​บน​โลก​มนุษย์​กลุ่ม​ใหญ่​ไป​อีก​ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง​ผู้ฝึก​ลมปราณ​ที่​หล่อเลี้ยง​บำรุง​จิตวิญญาณ​และ​ผู้ฝึก​ยุทธ​เต็มตัว​ที่​เลือด​ลม​โชติช่วง​ แล้ว​ปล่อย​ให้​มัน​ได้​ตำรา​ลับ​วิถี​ผี​ไป​อีก​สัก​สอง​สามบท​ หึ​ คาด​ว่า​ไม่ถึงสามสิบ​ห้าสิบ​ปี​ก็​คง​ทำสำเร็จ​ได้​แล้ว​ จากนั้น​ค่อย​หลอม​เมืองผี​แห่ง​หนึ่ง​เป็น​ฟ้าดิน​เล็ก​ร่างกาย​ตนเอง​ ก็​เท่ากับ​ว่า​มัน​จะสามารถ​เดินทาง​ตอนกลางวัน​ได้​อย่าง​ไร้​อุปสรรค​ เปลี่ยน​เนื้อหนังมังสา​ของ​มนุษย์​เสีย​ใหม่​ คิด​จะตามหา​ร่องรอย​มัน​ให้​พบ​ก็​ยาก​เหมือน​งมเข็มในมหาสมุทร​แล้ว​

ไม่อย่างนั้น​จงขุย​ก็​คง​ไม่มีทาง​พา​นาย​ท่าน​ใหญ่​กู​ซูมาหยุด​อยู่​ที่นี่​

กำจัด​ปีศาจ​ปราบ​มาร​ เป็น​ความรับผิดชอบ​ที่​มิอาจ​เลี่ยง​ได้​

จงขุย​ดื่มเหล้า​ไป​หนึ่ง​กา​ บอก​ให้​เจ้าอ้วน​เก็บ​จาน​กับแกล้ม​แล้ว​กระโดด​ลง​ไป​เบา​ๆ เหมือน​นก​ที่​บิน​โฉบ​ออกจาก​ห้องโถง​ กระโดด​พลิ้ว​ไป​บน​สันหลังคา​ของ​สิ่งปลูกสร้าง​ จากนั้น​พลัน​ทิ้งตัว​ลง​ไป​ นั่งลง​บน​ระเบียง​คน​งามที่อยู่​นอก​ห้อง​หอ​ส่วนตัว​ของ​สตรี​ มอง​ไกลๆ​ ไป​เห็น​ว่า​ใน​ลาน​เรือน​ของ​หอ​หนังสือ​แห่ง​หนึ่ง​มีพวก​คน​ที่มา​เก็บตก​ของดี​ มีจำนวน​รวม​หลาย​สิบ​คน​ ครึ่งหนึ่ง​กำลัง​ขุด​ดิน​ของ​ที่​แห่ง​นี้​ลง​ลึก​สามฉื่อ​ คนอื่นๆ​ ต่าง​ก็​กำลัง​ค้น​ห้องใต้ดิน​ บ่อน้ำ​แห้งขอด​และ​ห้อง​ลับ​ที่​แทรก​อยู่​ตาม​กำแพง​ ทุกคน​ยุ่ง​วุ่นวาย​กัน​อย่าง​มาก​ ใน​บรรดา​คน​เหล่านี้​มีทั้ง​ผู้ฝึก​ลมปราณ​ครึ่งๆ กลางๆ​ แล้วก็​มีทั้ง​ผู้ฝึก​ยุทธ​ใน​ยุทธ​ภพ​ ฝ่าย​หลัง​ส่วนใหญ่​ล้วน​สวม​เสื้อเกราะ​ ล้วน​มีอาวุธ​อยู่​ติดตัว​ บ้าง​ก็​เป็น​ธนู​สะพาย​หลัง​ หน้าไม้​ หรือไม่​ก็​พก​กระบี่​เหรียญทองแดง​ และ​ยังมี​คน​ที่​สะพาย​ถุงข้าวเหนียว​กับ​เลือด​หมา​ดำ​ไว้​ด้วย​ มีผู้ฝึก​ตน​ผูก​กระดิ่ง​ไว้​ที่​เอว​ ใน​มือถือ​กระจกส่อง​มาร​ เห็นได้ชัด​ว่า​เตรียมตัว​มาดี​

ด้านนอก​ยังมี​รถเข็น​ล้อ​เดียว​จอด​ไว้​อยู่​หลาย​คัน​ เนื่องจาก​ไม่ว่า​จะตี​ให้​ตาย​อย่างไร​ ลา​และ​ม้าก็​ไม่กล้า​เข้ามา​ใน​เมือง​แห่ง​นี้​

ขุด​เจอ​เงิน​เจ็ด​แปด​ไห​ก็​ส่งเสียง​ไชโย​โห่ร้อง​ดัง​ปาน​เสียง​ฟ้าผ่า​

คนหนุ่ม​คน​หนึ่ง​ใบหน้า​เหลือง​แห้ง​ตอบ​พลัน​เอ่ย​ว่า​ “สามารถ​ลอง​ขุด​ให้​ลึก​ลง​ไป​อีก​สัก​จั้งสอง​จั้งได้​”

และ​พอ​ขุด​ลึก​ลง​ไป​หนึ่ง​จั้งก็​เจอ​ไห​ที่​ฝังอยู่​ใต้ดิน​มากกว่า​เดิม​จริง​ดัง​คาด​ พอ​เปิด​ออก​ก็​มีแต่​ไข่มุก​อัญมณี​ที่​มีค่า​มาก​ยิ่งกว่า​

เจ้าอ้วน​หัวเราะ​หึหึ​ “ดู​จาก​รูปร่าง​ของ​จวน​หลัง​นี้​ ก่อน​จะลา​ออกจาก​ราชการ​กลับ​บ้านเกิด​ ไม่ว่า​อย่างไร​ก็​น่าจะเป็น​ขุนนาง​ขั้น​สามใน​เมืองหลวง​ที่อยู่​ใน​ศูนย์กลาง​ของ​ราชสำนัก​ ช่างเป็น​นาย​ท่าน​ขุนนาง​ที่​สูงศักดิ์​จริงๆ​ หาก​โชคดี​ได้​เป็น​ขุนนาง​ที่รัก​ของ​กว่า​เห​ริน​ ไม่ว่า​อย่างไร​ก็​ควรจะ​ได้รับ​สมญานาม​ตามหลัง​ด้วย​อักษร​คำ​ว่า​เห​วิน​เลย​ทีเดียว​”

ทาง​ฝั่งของ​ลาน​ใน​บ้าน​หลัง​นั้น​ สตรี​หน้าตา​งดงาม​อายุ​ประมาณ​สามสิบ​ปี​คน​หนึ่ง​เรือน​กาย​ค่อนข้าง​เตี้ย​ แต่​รูปโฉม​กลับ​งามชวน​ตะลึง​ ผิวพรรณ​ขาวสะอาด​ แล้วก็​เพราะ​นาง​สวม​ชุด​รัดรูป​เอว​สั้น​ จึงยิ่ง​ทำให้​เห็น​ทรวดทรง​องค์​เอว​ได้​อย่าง​ชัดเจน​ ผิว​ของ​นาง​ขาว​ยิ่งกว่า​หิมะ​ เห็น​เพียง​ว่า​ดวงตา​ของ​นาง​ฉ่ำน้ำ​แวววาว​ พูด​ด้วย​น้ำเสียง​นุ่มนวล​ว่า​ “กู่​ชิว​ เจ้าเก่ง​จริงๆ​ ผล​เก็บเกี่ยว​ใน​วันนี้​เจ้าจะได้​เพิ่มเติม​ไป​อีก​หนึ่ง​ส่วน​”

คนหนุ่ม​ประสานมือ​คารวะ​ขอบคุณ​สตรี​ผู้​นั้น​

เจ้าอ้วน​นอน​ฟุบ​อยู่​บน​ราว​ระเบียง​ของ​เก้าอี้​คน​งาม ยืด​คอ​ยาว​ออก​ไป​ สอง​ตา​เปล่งประกาย​ พึมพำ​เบา​ๆ ว่า​ “พี่สาว​คน​นี้​ ทั้ง​หน้าตา​และ​บุคลิก​ล้วน​โดดเด่น​เหนือ​ผู้ใด​จริงๆ​ ทำให้​กว่า​เห​ริน​เห็น​แล้ว​ลืม​ความ​ธรรมดา​สามัญไป​เลย​”

คนอื่นๆ​ ใน​จวน​ก็​พา​กัน​มาที่​ลานบ้าน​แห่ง​นี้​ มีคน​หนึ่ง​กอด​น้ำเต้า​ลูก​ใหญ่​ยักษ์​วาด​เป็น​รูป​เปลวเพลิง​ไว้​ใบ​หนึ่ง​ ประเด็นสำคัญ​คือ​ยังมี​ก้าน​จับ​ด้วย​ ระดับ​ขั้น​ดีเยี่ยม​ เขา​ยิ้ม​ถามสตรี​ผู้​นั้น​ว่า​ “ฮูหยิน​ ของเล่น​ชิ้น​นี้​ใช่วัตถุ​วิเศษ​ที่​เทพ​เซียน​อย่าง​พวก​ท่าน​ใช้กัน​หรือไม่​?”

สตรี​เหลือบตา​มอง​มา ใต้​หล้า​นี้​ไหน​เลย​จะมีวัตถุ​วิเศษ​บน​ภูเขา​มากมาย​ขนาด​นี้​ จึงเอ่ย​อย่าง​ไม่สบอารมณ์​ว่า​ “มีเพียง​พวก​คนรวย​ที่​กิน​อิ่ม​แล้ว​ไม่มีอะไร​ทำ​เท่า​นั้นแหละ​ถึงจะเห็น​มัน​เป็น​สมบัติ​ มีค่า​กี่​อีแปะ​ เจ้าก็​ต้อง​ถามกู่​ชิว​ดู​ เขา​เป็น​ผู้เชี่ยวชาญ​ใน​เรื่อง​นี้​”

คนหนุ่ม​เอ่ย​ “หา​ปัญญาชน​ที่​มอง​ของ​ออก​สัก​คน​หนึ่ง​ บางที​อาจ​มีค่า​สัก​สามสี่ร้อย​ตำลึง​เงิน​ แต่​หาก​เป็นที่​ท่าเรือ​ตระกูล​เซียน​ ราคา​นี้​ย่อม​ขายไม่ออก​”

คน​ผู้​นั้น​จึงมอง​สตรี​ ยื่น​ฝ่ามือ​ข้าง​หนึ่ง​ออกมา​ หัวเราะ​ร่า​ลูบไล้​ไป​ตาม​น้ำเต้า​ แล้ว​ถึงได้​ขว้าง​น้ำเต้า​ออก​ไป​จน​มัน​ลอย​ไป​กระแทก​ผนัง​อย่าง​แรง​

สตรี​ตวัด​ตา​มอง​ค้อน​ “คนบ้า​”

ใน​ใจของ​คนหนุ่ม​รู้สึก​เสียดาย​อย่างยิ่งยวด​ แต่กลับ​ไม่กล้า​พูดมาก​แม้แต่​ครึ่ง​คำ​

สีหน้า​ของ​สตรี​ฉายแวว​ลำพองใจ​ ตน​เก็บ​สมบัติ​กลางทาง​มาได้​เปล่าๆ​ จริง​เสีย​ด้วย​ ไม่เสียแรง​ที่​คนหนุ่ม​เป็น​ลูกหลาน​ใน​ตระกูล​ของ​หน่วย​ทอผ้า​ใน​หนึ่ง​แคว้น​ สายตา​ดีเยี่ยม​ ไม่อย่างนั้น​พวกเขา​เข้า​เมือง​มาครั้งนี้​ก็​มีแต่​จะเป็น​แมลงวัน​ไร้​หัว​ที่​พุ่งชน​ไป​ทั่ว​ คาด​ว่า​ผล​เก็บเกี่ยว​ที่​ได้​อย่าง​น้อยที่สุด​ก็​ต้อง​ลดลง​ครึ่งหนึ่ง​

มีคน​ถือ​ถุงป่าน​ขนาดใหญ่​นั่ง​ยอง​อยู่​บน​บันได​ขั้น​ล่าง​สุด​ ค้น​ๆ พลิก​ๆ อยู่​พัก​หนึ่ง​ ให้​กู่​ชิวต​รวจ​สอบราคา​ ถ้ามีค่า​ก็​เก็บ​ไว้​ ไม่มีค่า​ก็​โยน​ให้​แตก​

เขา​หยิบ​เครื่องกระเบื้อง​ปากกว้าง​ชิ้น​หนึ่ง​ออกมา​ วาด​เป็น​ลวดลาย​ดอกบัว​สีชมพู​กับ​นกกระยาง​ ไม่รู้​ว่า​เอาไว้​ใช้ทำ​อะไร​ เพียงแต่ว่า​มองดู​แล้ว​คล้าย​จะมีค่า​ จึงถามคน​หนึ่ง​ว่า​ “คือ​แจกัน​ดอกไม้​หรือ​?”

“กระโถน​”

“หมายถึง​อะไร​?”

“ไม่มีค่า​”

บันได​ขั้น​บนสุด​มีชายฉกรรจ์​ร่าง​กำยำ​สวม​เสื้อเกราะ​คน​หนึ่ง​นั่ง​อยู่​บน​เก้าอี้​ไม้ฮวา​หลี​ สอง​มือ​ค้ำ​ยัน​ด้าม​ดาบ​ บน​ใบหน้า​มีรอย​แผลเป็น​ลาก​ยาว​ รูปโฉม​จึงดู​ดุร้าย​ เท้า​เหยียบ​อยู่​บน​กลอน​คู่​ไม้หนาน​มู่ที่​เหลืออยู่​แค่​อัน​เดียว​ ก่อนหน้านี้​กู่​ชิว​บอ​กว่า​ของ​สิ่งนี้​มีค่า​มาก​ เป็น​ลายมือ​ของ​ปรมาจารย์​ใน​วงการ​ประพันธ์​ท่าน​หนึ่ง​ใน​รัช​สมัยก่อน​ของ​ราช​วงศ์สกุล​อวี๋​ หาก​อยู่​ครบ​เป็น​คู่​ อย่าง​น้อย​ก็​ขาย​ได้​ห้า​หกร้อย​ตำลึง​เงิน​ ชายฉกรรจ์​ทน​รับ​การ​ส่งสายตา​ไปมา​ให้​แก่​กัน​ระหว่าง​สตรี​บ้าน​ตน​กับ​เจ้าเด็ก​หน้า​ขาว​ผู้​นี้​ไม่ได้​มาก​ที่สุด​ จึงยก​เท้า​กระทืบ​มัน​จน​แตก​ยับ​

ชายฉกรรจ์​มอง​สีท้องฟ้า​ เอ่ย​เสียงทุ้ม​หนัก​ “กลับกัน​ได้​แล้ว​”

กลุ่ม​ของ​พวกเขา​มาถึงเขตการปกครอง​เก่า​แห่ง​นี้​ตอน​เข้าสู่​ช่วง​หน้าร้อน​ของ​ปี​นี้​ ตามหา​ของเหลือ​ที่​หล่น​ออกจาก​ปาก​ของ​พวก​เซียน​ซือ​ทำเนียบ​หลาย​กลุ่ม​ เป็นเรื่อง​น่ายินดี​ที่​ไม่คาดฝัน​ ราบรื่น​อย่าง​มาก​ เมื่อ​เทียบ​กับ​คน​ร่วม​อาชีพ​ที่​เจอ​กับ​เรื่อง​ไม่คาดฝัน​มากมาย​ใน​เมืองผี​แห่ง​อื่น​ มีคนตาย​ไป​แล้ว​ไม่น้อย​ พวกเขา​กลับ​ยัง​ไม่มีความเสียหาย​ใหญ่​อะไร​ ใน​นคร​มีเพียงแค่​ผี​เร่ร่อน​ที่​ป้วนเปี้ยน​ไปมา​ยามค่ำคืน​เท่านั้น​ พวกเขา​เลือก​ศาล​เทพ​อภิบาล​แห่ง​หนึ่ง​ใน​เขตการปกครอง​เป็นที่​พักพิง​ ตอนกลางคืน​พวก​ผี​ก็​ไม่ค่อย​กล้า​เข้าใกล้​

แต่​ผ่าน​ไป​แล้ว​ครึ่ง​ปี​ หาก​หักลบ​ทุกอย่าง​ออก​เป็น​เงิน​เทพ​เซียน​แล้ว​ล่ะ​ก็​ เท่ากับ​ว่า​ได้เงิน​ฝน​ธัญพืช​มาเหรียญ​หนึ่ง​แล้ว​

จงขุย​เหลือบมอง​บ้านเล็ก​หลัง​หนึ่ง​ที่อยู่​ใน​เมือง​ มีเด็กสาว​คน​หนึ่ง​ยืน​เอนกาย​พิง​ต้น​ท้อ​เพียงลำพัง​ ใบหน้า​ของ​นาง​งดงาม​ดุจ​ดอก​ท้อ​

ช่วง​ปลาย​ฤดูหนาว​เช่นนี้​ ดอก​ท้อ​กลับ​ผลิบาน​เต็ม​กิ่งก้าน​ แน่นอน​ว่า​ไม่สมเหตุสมผล​ ดูเหมือน​เด็กสาว​จะสัมผัส​ได้​ถึงสายตา​ของ​จงขุย​ ด้วย​เขินอาย​จึงเดิน​นวยนาด​จากไป​ ตอนที่​นาง​เลิก​ผ้าม่าน​ขึ้น​ได้​หัน​กลับมา​แสยะ​ยิ้ม​ให้​เขา​

จงขุย​ถอนหายใจ​ ลุกขึ้น​ยืน​ปัด​มือ​ ตะโกน​บอก​ทุกคน​ที่อยู่​ใน​ลานบ้าน​ “นี่​ ทุกคน​ ใน​เมื่อ​จะกลับกัน​แล้ว​ พวก​เจ้าก็​ให้​ว่องไว​หน่อย​ ถึงอย่างไร​ก็ได้​กำไร​กัน​ไป​แล้ว​ไม่น้อย​ ก็​ออกจาก​เมือง​กลับบ้าน​ใคร​บ้าน​มัน​ไป​เถอะ​”

คน​หลาย​สิบ​คน​ที่อยู่​ใน​ลานบ้าน​เหมือน​เจอ​กับ​ศัตรู​ตัวฉกาจ​ บรรยากาศ​เคร่งเครียด​ ต่าง​ก็​เงยหน้า​มอง​ไป​ยัง​หอ​เรือน​ที่อยู่​ห่าง​ไป​ไม่ไกล​ เห็น​เพียง​บัณฑิต​อ่อนแอ​คน​หนึ่ง​ ข้าง​กาย​ที่​มีเจ้าคน​อ้วน​คน​หนึ่ง​ติด​ตามมา​ด้วย​

ชายฉกรรจ์​ร่าง​กำยำ​ที่นั่ง​อยู่​บน​เก้าอี้​หันหน้า​ไป​มอง​จงขุย​ หัวเราะ​หยัน​เอ่ย​ว่า​ “เป็น​คน​หรือ​เป็น​ผี​?”

ผู้ฝึก​ลมปราณ​คน​หนึ่ง​ใน​นั้น​เขย่า​กระดิ่ง​อย่าง​แรง​ จากนั้น​ชูกระจก​ทองแดง​โบราณ​ขึ้น​สูง อาศัย​แสงอาทิตย์​เสี้ยว​สุดท้าย​ที่​เหลืออยู่​สาดส่อง​ไป​ยัง​แขกไม่ได้รับเชิญ​ผู้​นั้น​

แสงแวววาว​ของ​กระจก​โบราณ​เปล่ง​วูบวาบ​อยู่​บน​ใบหน้า​ของ​จงขุย​ จงขุย​ผิน​หน้า​หนี​น้อย​ๆ โบกมือ​ยิ้ม​เอ่ย​ “พอแล้ว​ๆ ข้า​หวังดี​เตือน​พวก​เจ้าว่า​ใน​เมือง​มีผี​ที่​หมายหัว​พวก​เจ้า รอจังหวะ​คอย​โจมตี​อยู่​นาน​แล้ว​”

เจ้าอ้วน​กลอกตา​มอง​บน​

ผู้ฝึก​ตน​คน​นั้น​เอ่ย​เสียง​เบา​ว่า​ “ไม่ใช่ผี​หรือ​ปีศาจ​”

สตรี​มอง​ไป​ยัง​บุรุษ​ชุด​เขียว​ท่วงท่า​สุภาพอ่อนโยน​คน​นั้น​ นาง​ขบ​ริมฝีปาก​ โอ้​ เป็น​บัณฑิต​ยากจน​คน​หนึ่ง​หรือ​นี่​

ชายฉกรรจ์​ที่​โยน​น้ำเต้า​รูป​เปลวเพลิง​ทิ้ง​มอง​เจ้าอ้วน​ที่นอน​ฟุบ​คว่ำ​อยู่​บน​ระเบียง​เก้าอี้​คน​งาม พูด​กลั้ว​หัวเราะ​เสียงดัง​ว่า​ “สิ้นปี​แล้ว​ยังมี​หมู​หลุด​จาก​คอก​กล้า​ออกมา​วิ่ง​พล่าน​ส่งเดช​อีก​หรือ​? กังวล​ว่า​พวกเรา​พี่น้อง​จะไม่มีอาหาร​กินใน​เมือง​นี้​หรือ​ไร​?”

“คนหนุ่ม​อย่า​ได้​มีนิสัย​ฉุนเฉียว​เจ้าอารมณ์​ขนาด​นี้​สิ พูดจา​ไม่เข้าหู​เอา​เสีย​เลย​”

อวี่จิ่น​ลุกขึ้น​ยืน​ ถอน​สาย​ตากลับ​มาจาก​ร่าง​ของ​สตรี​ “ใน​สี่มหาสมุทร​ล้วน​มีแต่​พี่น้อง​ ออกมา​อยู่​ข้างนอก​ หาก​มีวาสนา​ได้​พบ​เจอกัน​ก็​คือ​สหาย​ แล้ว​ไย​ต้อง​พูดจา​ทำร้าย​จิตใจ​กัน​เล่า​”

จงขุย​เหลือบมอง​เจ้าอ้วน​ ทำไม​จู่ๆ กลายเป็น​คน​ใจเย็น​แบบนี้​ไป​ได้​ล่ะ​

ใน​อดีต​หาก​เจอ​เรื่อง​ทำนองเดียวกัน​นี้​ มีตน​อยู่​ข้าง​กาย​ ไม่กล้า​ทำร้าย​คนอื่น​ส่งเดช​ แต่​ย่อม​ต้อง​ขยับ​ฝีปาก​ให้​หาย​คัน​บ้าง​แล้ว​

ดูท่า​ตอน​อยู่​บน​ภูเขา​เซียน​ตู​คง​เรียนรู้​ที่จะ​จดจำ​บ้าง​แล้ว​

สุดท้าย​สายตา​ของ​จงขุย​ก็​ไป​หยุด​อยู่​บน​ร่าง​ของ​ ‘กู่​ชิว’​ ที่​แทบ​ไม่ต่าง​จาก​คน​ปกติ​ทั่วไป​ เขา​ใช้เสียง​ใน​ใจเอ่ย​ว่า​ “หยุด​เสียเถอะ​”

เด็กสาว​ที่​ยืน​เอนกาย​พิง​ต้น​ท้อ​ใน​ลานบ้าน​ขนาดเล็ก​ผู้​นั้น​ อันที่จริง​คือ​ผี​ชางขอบเขต​โอสถ​ทอง​ตน​หนึ่ง​ และ​บุรุษ​หนุ่ม​คน​นี้​ต่างหาก​จึงจะเป็นเจ้าของ​นคร​ผี​แห่ง​นี้​ที่​แท้จริง​

บุรุษ​หนุ่ม​เงยหน้า​มอง​จงขุย​ ใช้เสียง​ใน​ใจเอ่ย​ว่า​ “ล้วน​เป็น​พวก​สมควร​ตาย​ ได้ยิน​ว่า​บน​ภูเขา​ของ​พวก​เจ้ามีคำกล่าว​บอ​กว่า​คน​ที่​รนหาที่​ตาย​แม้แต่​เทพ​เซียน​ก็​ยาก​จะช่วย​ได้​”

จงขุย​ส่ายหน้า​ “ตัดสิน​ความเป็นความตาย​ของ​คนอื่น​ ไหน​เลย​จะง่ายดาย​เพียงนี้​ ทุกวันนี้​แม้แต่​ศาล​เทพ​อธิ​บาล​เมือง​เจ้าก็​ยัง​ ‘นั่ง​ได้​ไม่มั่นคง​’ บน​สมุด​คุณ​ความชอบ​ก็​ไม่มีการเคลื่อนไหว​ อย่า​ได้​มั่นใจ​ใน​ตัวเอง​มากเกินไป​นัก​”

คนหนุ่ม​ไม่เอ่ย​อะไร​อีก​ หลังจาก​ความลังเล​ผ่าน​พ้นไป​ก็​พยักหน้า​เอ่ย​ว่า​ “ถ้าอย่างนั้น​ก็​พา​พวกเขา​ออกจาก​เมือง​ไป​สิ”

จงขุย​ยิ้ม​ถาม “ไม่คิด​จะถามถึงตัวตน​ของ​ข้า​ก่อน​ แล้ว​ค่อย​หยั่งเชิง​ขอบเขต​สูงต่ำ​สักหน่อย​หรือ​?”

คนหนุ่ม​ส่ายหน้า​ “ไม่ต้อง​ ท่าน​อาจารย์​คือ​ผู้​เที่ยงตรง​ มิอาจ​ล่วงเกิน​ได้​”

เจ้าอ้วน​จุ๊ปาก​พูด​อย่าง​ประหลาดใจ​ “พูดคุย​กัน​เช่นนี้​ เป็น​ผี​ก็ช่าง​น่าเสียดาย​จริงๆ​”

จากนั้น​เจ้าอ้วน​ก็​กระโดด​ผลุง​ขึ้น​เหมือน​ถูก​ไฟลน​ก้น​ “อ้าว​ เจ้าขุนเขา​เฉิน​มาได้​อย่างไร​กัน​นี่​ ขออภัย​ที่​ไม่ได้​ไป​รอ​ต้อนรับ​แต่ไกล​ ข้า​ก็​ว่าแล้ว​เชียว​ ทำไม​นคร​ผี​ที่​อึมครึม​น่าสะพรึงกลัว​แห่ง​หนึ่ง​ถึงมีกลิ่นอาย​เซียน​แจ่มกระจ่าง​เพิ่ม​มากะทันหัน​ ที่แท้​เจ้าขุนเขา​เฉิน​ก็​มาเยือน​นี่เอง​…”

ระหว่าง​ที่​พูด​ก็​ดีด​ปลายเท้า​ขึ้น​แล้ว​ แม้จะหนัก​ถึงสอง​ร้อย​กว่า​จิน​ (หรือ​ร้อย​โล​) กลับ​ดีด​ร่าง​ลอย​พ้น​พื้น​ได้​อย่าง​แผ่วเบา​ ใช้ฝ่ามือ​ข้างเดียว​ยัน​ราว​รั้ว​ กระโดด​ออกจาก​ห้อง​หอ​ของ​สตรี​ออกมา​ได้​อย่าง​ง่ายดาย​ เรือน​กาย​ใหญ่โตมโหฬาร​หล่น​ลงพื้น​ใน​ลานบ้าน​กลับ​เงียบเชียบ​ไร้​เสียง​

ที่แท้​คน​ที่​สวม​ชุดก​ว้า​ตัว​ยาว​คน​หนึ่ง​ก็​ยืน​อยู่​ตรง​ด้านหลัง​พนักเก้าอี้​ที่​ชายฉกรรจ์​ค้ำ​ดาบ​นั่ง​อยู่​ ก้มหน้า​มอง​กลอน​คู่​ไม้หนาน​มู่ที่​ถูก​เหยียบ​แตก​ไป​แล้ว​ จากนั้น​กวาดตา​มอง​เศษเครื่องกระเบื้อง​ตรง​ด้านล่าง​ขั้นบันได​ รู้สึก​เสียดาย​เป็น​อย่างยิ่ง​

มีใคร​เขา​เป็น​ผ้า​ห่อ​บุญ​อย่าง​พวก​เจ้าบ้าง​?

เอา​ไป​ทำเป็น​รถเข็น​ล้อ​เดียว​อีก​หลาย​ๆ คัน​จะสิ้นเปลือง​เรี่ยวแรง​สัก​เท่าไร​กัน​เชียว​?

เฉิน​ผิง​อัน​เงยหน้า​ขึ้น​ ยิ้ม​อธิบาย​กับ​จงขุย​ “ผ่าน​ทาง​มาพอดี​ เห็น​พวก​เจ้าอยู่​ที่นี่​ก็​เลย​แวะ​มาดู​”

จงขุย​บ่น​ “มีใคร​เขา​ปิด​ด่าน​รักษา​บาดแผล​แบบ​เจ้ากัน​บ้าง​?”

เจ้าอ้วน​ไม่สบอารมณ์​ขึ้น​มาทันใด​ หันหน้า​มาถลึงตา​ใส่จงขุย​ “บังอาจ​! พูด​กับ​พี่น้อง​เฉิน​ของ​ข้า​อย่างนี้​ได้​ยังไง​?!”

จงขุย​พูด​อย่าง​โมโห​ปน​ขำ​ “ท่าน​ปู่เจ้า​เถอะ​”

เจ้าอ้วน​เอ่ย​อย่าง​เต็มไปด้วย​เหตุผล​ชอบธรรม​ “ข้า​ไม่ช่วย​พี่น้อง​ของ​ตัวเอง​ หรือ​จะให้​เข้าข้าง​คนนอก​อย่าง​เจ้าล่ะ​?”

เฉิน​ผิง​อัน​ตบ​ไหล่​ของ​เจ้าอ้วน​ เอ่ย​เตือน​ว่า​ “อะไร​ที่​มากเกินไป​ก็​ไม่ดี​ แรง​ไฟ ต้อง​ระวัง​แรง​ไฟ”

เจ้าอ้วน​พูด​อย่าง​คน​ใจฝ่อ​ “เจ้าขุนเขา​เฉิน​ไม่เสียแรง​ที่​เป็น​คน​เก่าแก่​ใน​ยุทธ​ภพ​ แค่​พูด​ง่ายๆ​ ก็​เป็น​ถ้อยคำ​ล้ำค่า​กลั่น​จาก​ประสบการณ์​ตรง​”

คน​ทั้ง​กลุ่ม​ที่อยู่​ใน​ลานบ้าน​เหมือน​ตก​อยู่​ท่ามกลาง​ดง​เมฆหมอก​

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง​ชาย​ร่าง​กำยำ​ที่นั่ง​อยู่​บน​เก้าอี้​ที่นั่ง​นิ่ง​ไม่ขยับ​ มีมาด​ของ​ปรมาจารย์​ที่​มั่นคง​ดุจ​หิน​ผา​

เนื่องจาก​ชาย​ชุด​เขียว​ที่​โผล่​มาอย่าง​ลึกลับ​ด้านหลัง​คน​นั้น​ใช้มือ​ข้าง​หนึ่ง​กด​พนักเก้าอี้​ไว้​เบา​ๆ ไม่ใช่ว่า​ผู้ฝึก​ยุทธ​ขอบเขต​หก​คน​นี้​ไม่กล้า​ขยับ​ แต่​เขา​เคย​ลอง​แล้ว​ กลับ​มิอาจ​ขยับเขยื้อน​ได้​เลย​แม้แต่น้อย​

เฉิน​ผิง​อัน​มอง​ ‘กู่​ชิว’​ ผู้​นั้น​ ก่อนหน้านี้​หลุบ​ตา​มอง​เมืองผี​มาจาก​ทะเล​เมฆก็​สัมผัส​ได้​ถึงความผิดปกติ​ของ​คนหนุ่ม​ผู้​นี้​แล้ว​ เพียงแต่ว่า​มีจงขุย​อยู่​ด้วย​ จึงไม่จำเป็นต้อง​กังวล​อะไร​

เงยหน้า​มอง​จงขุย​ เฉิน​ผิง​อัน​ยิ้ม​เอ่ย​ “ยัง​กล้า​ด่า​ท่าน​ปู่​อวี่จิ่น​อีก​หรือ​ หรือ​จะต้อง​ให้​ข้า​ขอร้อง​เจ้าให้​เจ้าขอร้อง​ให้​ข้า​ช่วย​?”

จงขุย​นวด​คลึง​ปลาย​คาง​ “ไม่รีบร้อน​ รอ​ให้​ผ่าน​วัน​เริ่มต้น​ฤดูใบไม้ผลิ​ไป​ก่อน​ ขอให้​ข้า​เลือก​วันก่อน​”

เฉิน​ผิง​อัน​เอ่ย​ “ถ้าอย่างนั้น​ข้า​จะออกเดินทาง​ต่อ​แล้ว​นะ​”

จงขุย​โบกมือ​

ร่าง​ของ​คน​ชุด​เขียว​จึงหายวับ​ไป​จาก​ที่​เดิม​

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 900.3 เพื่อนบ้าน"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved