cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

กระบี่จงมา - ตอนที่ 883.2 ดอกและผล

  1. Home
  2. All Mangas
  3. กระบี่จงมา
  4. ตอนที่ 883.2 ดอกและผล
Prev
Next

ไม่รู้​จริงๆ​ ว่า​เด็กหนุ่ม​ที่​ปี​นั้น​เห็น​คน​ก้น​ใหญ่​ก็​ละสายตา​ออก​ไม่ได้​กลาย​มาเป็น​ขุนนาง​ใหญ่​ที่​มีชื่อเสียง​เลื่องลือ​ไป​ทั้ง​ราชสำนัก​คำพูด​หนึ่ง​คำ​ล้ำค่า​ดุจ​ทองคำ​ แม้แต่​เทพ​เซียน​บน​ภูเขา​ก็​ยัง​ต้อง​ขอ​ตัวอักษร​จาก​เขา​มาได้​อย่างไร​

ผู้ฝึก​ตน​ก็​มีดี​เช่นนี้​ ได้​เห็น​ ‘เด็กหนุ่ม​’ ที่​กลายเป็น​คนแก่​ล่าง​ภูเขา​มามากมาย​

หลิว​เจีย​แก้​ด้าย​สีเหลือง​ทอง​ที่​รัด​อยู่​บน​แกน​ภาพ​ออก​ บิด​หมุน​ข้อมือ​สะบัด​ม้วน​ภาพ​ให้​คลี่​กาง​อยู่​กลางอากาศ​ ด้านบน​คือ​ตัวอักษร​ใหญ่​สอง​แถว​ที่​น้ำหมึก​เปี่ยมล้น​ ราวกับ​คนเขียน​ใส่อารมณ์​อย่าง​เต็มที่​ ‘เดียวดาย​เพียงลำพัง​มีเพียง​เงาเคียงข้าง​ แรงกดดัน​รอบด้าน​มิอาจ​สยบ​กำราบ​ข้า​ได้​’

หลิว​เจีย​ด่า​ขำ​ๆ “เสี่ยว​จ้าว​ตัวดี​ ตัวอักษร​เหมือน​ความสามารถ​ใน​การ​ประจบสอพลอ​จริงๆ​ แม้จะแก่​แต่​ก็​ยัง​แข็งแรง​”

จ้าว​ตวน​หมิง​บ่น​พึม​ “อาจารย์​ แค่​พอหอมปากหอมคอ​ก็​พอแล้ว​กระมัง​ ถึงอย่างไร​ก็​เป็น​ท่าน​ปู่​ของ​ข้า​ ท่าน​เอาแต่​เรียก​ว่า​เสี่ยว​จ้าว​ เสี่ยว​จ้าว​อยู่​อย่างนี้​ ข้า​ทำตัว​ลำบาก​นะ​ จะแสร้ง​หูหนวก​แสร้ง​เป็น​ใบ้​ก็​เหมือน​คน​อกตัญญู​ แต่​จะโต้เถียง​ท่าน​ก็​อกตัญญู​อยู่ดี​”

หลิว​เจีย​หัวเราะ​ พลัน​ถามว่า​ “คง​ไม่ใช่ว่า​เป็น​ของปลอม​ที่​เชิญให้​คนอื่น​มาเขียน​แทน​หรอก​กระมัง​?”

จ้าวต​วน​หมิง​ยืด​คอ​ยาว​ไป​มอง​ “อาจารย์​ สายตา​ท่าน​นี่​ยังไง​กัน​ น้ำหมึก​บน​นี้​ยัง​ไม่ทัน​แห้ง​ดี​เลย​ แล้ว​ยังมี​ตราประทับ​ที่​หาก​ไม่ใช่ผลงาน​ที่​ภาคภูมิใจ​จะไม่ประทับ​ลง​ไป​อีก​เด็ดขาด​ จะยัง​เป็น​ของปลอม​ได้​อีก​หรือ​?”

“อีก​อย่าง​อาจารย์​ท่าน​ก็​ใช่ว่า​จะไม่รู้​สักหน่อย​ ท่าน​ปู่​ของ​ข้า​รัก​ศักดิ์ศรี​หน้าตา​เป็น​ที่สุด​ ต่อให้​เป็น​ตอน​หนุ่ม​ที่​ขาดเงิน​ อย่าง​มาก​สุด​ท่าน​ปู่​ก็​แค่​วาดภาพ​เลียนแบบ​หาเงิน​มาเล็กน้อย​เท่านั้น​”

หลิว​เจีย​หันหน้า​มาถาม “ก็​แค่​ล้อเล่น​ จะทำ​หน้างอ​ทำไม​”

เด็กหนุ่ม​นั่ง​ยอง​บน​พื้น​ “ท่าน​ปู่​บอก​แล้ว​ว่า​ให้​ท่าน​เอา​ตราประทับ​ที่​แกะสลัก​เอง​สอง​ชิ้น​ไป​มอบให้​เขา​ด้วย​ แบ่ง​เป็น​แกะสลัก​คำ​ว่า​ ‘เซียน​กระบี่​’ และ​ ‘ผู้​เล่น​ระดับ​แคว้น​’ หาก​ท่าน​ไม่ทำให้​ เขา​จะมาดักหน้า​ประตู​รอ​ทวงหนี้​ที่นี่​ด้วยตัวเอง​”

ผู้ฝึก​ตน​เฒ่าถลึงตา​กล่าว​ “เสี่ยว​จ้าว​ออกจาก​บ้าน​ไม่ทัน​ดู​ทาง​ หัว​เลย​ถูก​ประตู​หนีบ​ใช่ไหม​? ตา​เฒ่าที่​แค่​ลม​พัด​ก็​ตัว​ปลิว​ยัง​จะกล้า​มาดักหน้า​ประตู​ที่นี่​ด้วย​?”

จ้าวต​วน​หมิง​ใช้สายตา​เวทนา​มอง​อาจารย์​ของ​ตน​

ทำไม​ตน​ถึงต้อง​มาเจอ​อาจารย์​ที่​หัวทึบ​แบบนี้​ด้วย​นะ​

เพียง​ไม่นาน​หลิว​เจีย​ก็​เข้าใจ​จุด​เชื่อมต่อ​ของ​เรื่องราว​จึงกระแอม​สอง​สามที​ หา​บันได​ลง​ให้​ตัวเอง​ด้วย​การ​พูดว่า​ “ก็ได้​ๆ อันที่จริง​อาจารย์​ก็​เป็น​นัก​แกะสลัก​หิน​ทอง​ผู้เชี่ยวชาญ​ที่​อำพราง​ตัวตน​อย่าง​ลึกล้ำ​คน​หนึ่ง​ ก็​แค่​ว่า​ไม่ชอบ​เปิดเผย​สุดยอด​ฝีมือ​นี้​ง่ายๆ​ ก็​เท่านั้น​”

มารดา​มัน​เถอะ​ บัณฑิต​ที่​เป็น​ขุนนาง​พวก​นี้​มีไส้หลาย​ขด​เสีย​เหลือเกิน​ พูดจา​หรือ​ทำ​อะไร​ก็​ชอบ​วกวน​อ้อมค้อม​กัน​ซะจริง​

หลิว​เจีย​เปิด​อักษร​ภาพ​อีก​ชิ้น​ ร้อง​เอ๊ะ​หนึ่ง​ที​ ค่อนข้าง​ตกตะลึง​อยู่​มาก​

ต่อให้​ผู้ฝึก​ตน​เฒ่าจะไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ​ด้าน​การเขียน​อักษร​พู่กัน​จีน​ แต่​เขา​ก็​รู้สึก​ว่า​เทียบ​อักษร​ชิ้น​นี้​ แค่​คลี่​ออกมา​ก็​ไม่ธรรมดา​อย่าง​มาก​แล้ว​

เรียบง่าย​มาก​ ก็​คือ​หนึ่ง​อักษร​หนึ่ง​แถว​ที่​หา​ได้​ยาก​ยิ่ง​!

เป็นเหตุให้​ตอนที่​คลี่​กาง​เทียบ​อักษร​ออก​ทั้งหมด​ ม้วน​ภาพ​จึงยาว​ถึงสามจั้ง!

เริ่มต้น​ด้วย​ประโยค​ว่า​ ‘หยวน​เจีย​ปี​ที่หก​ สถานที่​ที่​หนาวเหน็บ​ยากแค้น​ อุทกภัย​สิ้นสุด​ เห็น​คน​ชุด​เขียว​ ดึง​หญ้า​ถ่อ​เรือ​ ล่อง​ลำน้ำ​อย่าง​เดียวดาย​ ดุจ​มนุษย์​ดุจ​เทพ​ ดุจ​ผี​ดุจ​เซียน​’

ลงท้าย​ด้วย​สี่คำ​ว่า​ ‘ถือ​เทียน​เดินทาง​กลับ​ยามค่ำคืน​’

ตัวอักษร​เหมือน​หอก​ยาว​ง้าว​ใหญ่​ พลัง​อำนาจ​บีบคั้น​กดดัน​ผู้คน​

จ้าวต​วน​หมิง​อึ้ง​ไป​พักใหญ่​ เอ่ย​อย่าง​เหม่อลอย​ว่า​ “เหตุใด​แม้แต่​เทียบ​อักษร​นี้​ท่าน​ปู่​ก็​เอา​มามอบให้​คนอื่น​ด้วย​เล่า​”

ท่าน​ปู่​พูด​ไม่ใช่แค่​ครั้ง​เดียว​ บอ​กว่า​ในอนาคต​จะต้อง​เอา​เทียบ​อักษร​นี้​ใส่ลง​โลง​ต่าง​หมอน​นอน​

ท่าน​ปู่​คือ​บัณฑิต​อ่อนแอ​ตามแบบฉบับ​ ได้ยิน​ว่า​ตอน​เด็ก​ร่างกาย​อ่อนแอ​ป่วย​ออด​ๆ แอด​ๆ ตอน​อายุ​สามสิบ​เป็น​ขุนนาง​อยู่​ในกรม​คลัง​ เคย​มีความเห็น​แตกต่าง​จาก​ราชครู​ชุย​ รู้สึก​ว่า​กองทัพ​ชายแดน​ต้า​หลี​ทุ่ม​กำลัง​ทรัพย์​จับ​ศึก​พร่ำ​เพื่อ​ ผล​คือ​ถูก​เนรเทศ​ไป​รับ​ความ​ทรมาน​หนาวเหน็บ​ที่​ชายแดน​ ระหกระเหิน​อยู่​หรง​โจว​ที่​ซึ่งขุนเขา​สายน้ำ​อันตราย​นาน​ถึงหก​ปี​ อดีต​หลา​งจงกอง​ชิงลี่​แห่ง​กรม​คลัง​ได้​แต่​ไป​เป็น​นายอำเภอ​ที่​ชายแดน​ อีก​ทั้ง​ตอนนั้น​ที่​ท่าน​ปู่​ออก​ไป​จาก​เมืองหลวง​ก็​ไม่คิด​ว่า​ตัวเอง​จะมีชีวิตรอด​กลับมา​อีก​

จ้าวต​วน​หมิง​เคย​ได้ยิน​บิดา​เล่าเรื่อง​นี้​ บอ​กว่า​ท่าน​ย่า​ของ​เจ้านิสัย​ดื้อรั้น​แข็งกร้าว​ ชั่วชีวิต​นี้​ไม่เคย​ร้องไห้​ต่อหน้า​คนนอก​ มีเพียง​ครั้ง​เดียว​ที่​ร้องไห้​อย่าง​น่าสงสาร​ยิ่ง​

รอ​กระทั่ง​ท่าน​ปู่​กลับ​มาถึงเมืองหลวง​ก็​ไม่ได้รับ​ร่ม​หมื่น​ประชา​ (ร่ม​ที่​มอบให้​กับ​ขุนนาง​ซึ่งแสดง​การ​ยกย่อง​ว่า​มีคุณูปการ​ต่อ​ชาว​ประชา​) แล้วก็​ไม่ได้​มีชื่อเสียง​ที่​ดี​ใน​ท้องถิ่น​อะไร​ ไม่ได้​ทิ้ง​กลอน​ไว้​แม้แต่​บท​เดียว​ ราวกับว่า​นอกจาก​สัมภาระ​หนึ่ง​ห่อ​แล้ว​ ของ​ที่​เกิน​มาบน​ร่าง​ก็​มีแค่​เทียบ​อักษร​ชิ้น​นี้​เท่านั้น​

ทุกครั้งที่​คลี่​กาง​ม้วน​ภาพ​นี้​ออก​บน​โต๊ะ​ช้าๆ เจ้าประมุข​สกุล​จ้าว​เทียน​สุ่ย​ผู้​นี้​จะต้อง​หยิบ​เหล้า​มาด้วย​หนึ่ง​กา​

จาก​ช่วง​วัยหนุ่ม​ฉกรรจ์​ที่​อ่านหนังสือ​หนึ่ง​ตัว​พร้อม​ดื่มเหล้า​หนึ่ง​อึก​ มาจนถึง​วัยชรา​ที่​ดื่มเหล้า​หนึ่ง​อึก​กับ​อ่าน​อักษร​หลาย​ตัว​ จนกระทั่ง​ถึงวันนี้​ ผู้เฒ่า​แค่​ดื่มเหล้า​ครึ่ง​กา​ก็​อ่าน​เทียบ​อักษร​ทั้ง​เทียบ​จบ​แล้ว​

และ​คำ​ว่า​หยวน​เจีย​ปี​ที่หก​ที่​เป็น​ประโยค​เปิด​เทียบ​อักษร​

ก็​เป็น​ปี​รัช​ศก​ที่​กองทัพ​ต้า​หลี​ผ่าน​สงคราม​ยากลำบาก​เอาชนะ​กองทัพ​ม้าของ​สกุล​หลู​ได้​พอดี​

ก็​เป็น​ปี​นี้​เอง​ที่​หาก​ใช้คำกล่าว​ของ​ชาวบ้าน​ก็​คือ​ กองทัพ​ม้าเหล็ก​ต้า​หลี​ที่​ถูก​ขุนนาง​บุ๋น​กรม​คลัง​ซึ่งเปี่ยม​ไป​ด้วย​กลิ่นอาย​แห่ง​ตำรา​ด่าว่า​ทุ่ม​กำลัง​ทัพ​จับ​ศึก​พร่ำ​เพื่อ​ได้​จับ​กองทัพ​ม้าเหล็ก​ฝีมือดี​สอง​แสน​นาย​ของ​สกุล​หลู​ที่​ใคร​ก็​มิอาจ​ต่อกร​กด​ลงพื้น​แล้ว​อัด​เสีย​น่วม​ สังหาร​ศัตรู​ไป​นับไม่ถ้วน​ ครั้งแรก​ที่​กองทัพ​ชายแดน​ต้า​หลี​บุก​เข่นฆ่า​เข้าไป​ถึงใน​อาณาเขต​แคว้น​สกุล​หลู​ คือ​ชัยชนะ​อัน​ยิ่งใหญ่​ของ​ชายแดน​ที่​ไม่เคย​มีมานาน​หลาย​ร้อย​ปี​แล้ว​!

หาก​ใช้คำพูด​ของ​ทางการ​ต้า​หลี​ก็​จะมีความพิถีพิถัน​อยู่​สักหน่อย​ นั่น​คือ​ฆ่าจน​กองทัพ​ม้าเหล็ก​สกุล​หลู​ที่​ใน​อดีต​บุก​ผ่าน​ที่ใด​ที่นั่น​ก็​ราบเป็นหน้ากลอง​จน​ ‘หลัง​ม้าไม่เหลือ​คน​แม้แต่​คนเดียว​’!

นับแต่​นั้น​มาขุนเขา​สายน้ำ​ทาง​ทิศเหนือ​ของ​แจกัน​สมบัติ​ทวีป​ก็​ไม่มีกองทัพ​ม้าเหล็ก​สกุล​หลู​อีกต่อไป​ มีเพียง​กองทัพ​ม้าเหล็ก​ต้า​หลี​เท่านั้น​

หลิว​เจีย​ม้วน​เทียบ​อักษร​เก็บ​กลับมา​อย่าง​เชื่องช้า​ หันหน้า​มาพูด​กับ​เด็กหนุ่ม​ว่า​ “ไป​บอก​กับ​ท่าน​ปู่เจ้า​สัก​คำ​ว่า​ ตราประทับ​สอง​ชิ้น​นั้น​ ข้า​จะจัดการ​ให้​เอง​”

หัน​โจ้วจิ่น​ผู้ฝึก​ตน​สาย​แผนภูมิ​ดิน​ออกจาก​เมืองหลวง​ไป​อย่าง​ลับ​ๆ นาง​มายัง​วัด​เล็ก​ไร้​ชื่อเสียง​แห่ง​หนึ่ง​ที่​ตั้งอยู่​ชาน​เมืองหลวง​

นาง​ยืน​อยู่​หน้า​ประตู​ เห็น​คนหนุ่ม​คน​หนึ่ง​กำลัง​คัด​คัมภีร์​อยู่​ใน​กุ​ฎิ สีหน้า​มุ่งมั่น​มีสมาธิ คัด​คัมภีร์​พุทธ​บท​หนึ่ง​ด้วย​ตัวอักษร​บรรจง​ขนาดเล็ก​เท่า​หัวแมลงวัน​

คน​ผู้​นั้น​มองดู​แล้ว​เหมือน​ลูกหลาน​ของ​ตระกูล​ชั้นสูง​ที่​เอ้อระเหย​ลอยชาย​เสีย​มากกว่า​

แต่​หัน​โจ้วจิ่น​กลับ​ตึงเครียด​อย่าง​มาก​ ถึงกับ​เหงื่อ​ไหล​เปียก​ฝ่ามือ​

เจ้าประมุข​คน​ปัจจุบัน​ของ​สกุล​เยี่ยนจื่อ​จ้าว​ ก็​คือ​เยี่ยน​หย่ง​เฟิงซื่อ​ชิงแห่ง​วัด​กวง​ลู่​ เมื่อ​เทียบ​กับ​ยศ​ของ​แซ่สกุล​เสาค้ำ​ยัน​แคว้น​แล้ว​ ตำแหน่ง​ขุนนาง​ของ​เขา​จึงไม่เล็ก​ไม่ใหญ่​ ประเด็นสำคัญ​คือ​ยัง​เป็น​ที่ว่าการ​น้ำ​ใสของ​เก้า​มนตรี​เล็ก​อีกด้วย​ แต่​คน​ที่​มีสิทธิ์​ตัดสินใจ​ของ​สกุล​เยี่ยน​อย่าง​แท้จริง​ กลับเป็น​บุคคล​ที่​ไม่ว่า​ใคร​ก็​ไม่กล้า​ดูแคลน​

นั่น​ก็​คือ​ผู้ฝึก​ตน​ที่​มีศาสตร์​คง​ความ​เยาว์วัย​ตรงหน้า​หัน​โจ้วจิ่น​อย่าง​เยี่ยนเจี่ยว​หรา​น​ผู้​นี้​

เยี่ยนเจี่ยว​หรา​น​เชี่ยวชาญ​การเขียน​ตัวอักษร​แบบ​หวัด​ แต่กลับ​ชอบ​มาคัด​คัมภีร์​ด้วย​ตัวอักษร​แบบ​บรรจง​ขนาดเล็ก​อยู่​ที่นี่​ ราวกับว่า​ทุกครั้งที่​เข้า​เมืองหลวง​ หาก​มีเวลาว่าง​ก็​จะต้อง​มาคัด​คัมภีร์​ที่วัด​แห่ง​นี้​

นี่​เป็น​ครั้ง​ที่สาม​ที่​หัน​โจ่ว​จิ้น​มาพบ​คน​ผู้​นี้​ที่นี่​

คัด​จบ​หนึ่ง​ประโยค​แล้ว​ เยี่ยนเจี่ยว​หรา​น​ก็​หันหน้า​มายิ้ม​กล่าว​ “เข้ามา​นั่ง​สิ มัว​ยืน​อึ้ง​อยู่​ทำไม​”

เยี่ยนเจี่ยว​หรา​น​ก้มหน้า​ลง​ เอ่ย​เสียง​เบา​ “แม่นาง​หัน​ รอ​สักครู่​ ยัง​ขาด​อีก​ร้อย​กว่า​ตัว​”

หัน​โจ้วจิ่น​ปิดประตู​ห้อง​ลง​เบา​ๆ จากนั้น​ก็​ยืน​อยู่​ตรงหน้า​ประตู​

ก่อน​จะเจอ​กับ​อาจารย์​เฉิน​ หัน​โจ้วจิ่น​กลัว​แค่​คน​ตรงหน้า​เท่านั้น​

ใน​ห้อง​มีเพียง​เสียง​แสก​สาก​จาก​ปลาย​พู่​กันที่​เสียดสี​กับ​แผ่น​กระดาษ​เท่านั้น​

หลังจาก​เยี่ยนเจี่ยว​หรา​น​คัด​คัมภีร์​พุทธ​บท​หนึ่ง​เสร็จ​ก็​วาง​พู่​กันลง​เบา​ๆ หันหน้า​มามอง​สตรี​ที่​ยืน​อยู่​ตรงหน้า​ประตู​ ยิ้ม​กล่าว​ “นั่ง​สิ”

หัน​โจ้วจิ่​นรี​บ​ขยับ​เดิน​มาข้างหน้า​สอง​สามก้าว​ เคลื่อน​เก้าอี้​ออก​แล้ว​นั่งลง​

เยี่ยนเจี่ยว​หรา​น​ยื่นมือ​ไป​กด​เทียบ​อักษร​ล้ำ​ค่าที่​พก​ติดตัว​มาซึ่งวาง​อยู่​บน​โต๊ะ​ “เมื่อก่อน​ได้​ฟังท่าน​ราชครู​เคย​บอ​กว่า​ วิถี​แห่ง​การเขียน​พู่กัน​จีน​คือ​เส้นทาง​สาย​เล็ก​ที่อยู่​ปลายแถว​มาก​ที่สุด​ เทียบ​กับ​การ​วาดภาพ​แล้ว​ยัง​ด้อย​กว่า​ แนะนำ​ข้า​ว่า​อย่า​สิ้นเปลือง​ความคิด​และ​แรงกาย​อยู่​กับ​เรื่อง​นี้​ ภายหลัง​คง​เป็น​เพราะ​เห็น​ว่า​ข้า​ไม่ยอม​เปลี่ยนใจ​ บางที​อาจ​รู้สึก​ว่า​ข้า​เอง​ก็​พอ​จะมีพรสวรรค์​อยู่​บ้าง​หลาย​ส่วน​? มีครั้งหนึ่ง​ที่​การประชุม​สิ้นสุดลง​ก็​เลย​ชี้แนะ​ข้า​สอง​สามประโยค​ แล้ว​ยัง​มอบ​เทียบ​อักษร​แบบ​หวัด​ฉบับ​นี้​มาให้​ข้า​ด้วย​”

หัน​โจ้วจิ่น​ฟังทุก​คำ​ไม่มีปล่อย​ให้​ตกหล่น​

เพียงแต่​นาง​ไม่รู้​ว่า​จำเรื่อง​พวก​นี้​ไป​แล้​วจะ​มีประโยชน์​อะไร​

เยี่ยนเจี่ยว​หรา​นพ​ลัน​ถามว่า​ “ทาง​ฝั่งของ​โรงเตี๊ยม​ ดูเหมือน​พวก​เจ้าเก้า​คน​จะเจอ​เจ็บตัว​กัน​ไม่น้อย​?”

หัน​โจ้วจิ่น​กำลังจะ​อธิบาย​ขั้นตอน​การเข่นฆ่า​สอง​สามครั้งนั้น​อย่าง​ละเอียด​

เยี่ยนเจี่ยว​หรา​นก​ลับ​โบกมือ​ “ไม่ต้อง​อธิบาย​อะไร​ เจ้าแค่​ลอง​บอก​มาสิว่า​ใต้เท้า​อิ่น​กวาน​ผู้​นั้น​ชี้แนะ​เจ้าอย่างไร​ ยกตัวอย่างเช่น​เขา​ได้​พูดถึง​ซาก​ปรัก​ของ​พื้นที่​มงคล​ถงป่าย​และ​องค์​รักษ์​เซียน​กระบี่​ข้าง​กาย​เจ้าหรือไม่​?”

หัน​โจ่ว​จิ้น​บอกเล่า​ทุก​เรื่อง​อย่าง​ไม่มีปิดบัง​

คน​เก้า​คน​ของ​แผนภูมิ​ดิน​ที่​ขาด​อีก​แค่​คนเดียว​ก็​จะครบถ้วน​ บางที​นอกจาก​เด็กหนุ่ม​โก่​ว​ฉุน​แล้ว​ แต่ละคน​ต่าง​ก็​มีประวัติ​ความเป็นมา​ และ​ปี​นั้น​ราชครู​ก็​ไม่เคย​ห้ามไม่ให้​พวกเขา​ติดต่อ​กับ​คนภายนอก​

‘ออกแรง​เต็มกำลัง​ ฉาย​คม​แปด​ทิศ​ ลมปราณ​ราบรื่น​ กฎเกณฑ์​เข้มงวด​’

คาดไม่ถึง​ว่า​เยี่ยนเจี่ยว​หรา​น​จะตบ​เทียบ​อักษร​ชิ้น​นั้น​เบา​ๆ แล้ว​เริ่ม​เปลี่ยน​หัวข้อ​สนทนา​ พูดว่า​ “หันข้าง​ปลาย​แหลม​ลง​กระดาษ​ ตวัด​เขียน​จาก​กลาง​ปลาย​ยอด​พู่กัน​ อักษร​แบบ​หวัด​เขียน​ลวกๆ​ ทว่า​แก่น​แห่ง​ความรู้​กลับ​อยู่​ที่สอง​คำ​ว่า​ ‘ตรง​แน่ว​’ จึงจะได้​ภาพ​บรรยากาศ​อัน​ยิ่งใหญ่​ แม่นาง​หัน​ เจ้าว่า​มัน​แปลก​หรือไม่​?”

ถึงอย่างไร​หัน​โจ้วจิ่น​ก็​ไม่ใช่คนโง่​ ในที่สุด​ก็​เข้าใจ​ความนัย​ใน​คำพูด​ของ​อีก​ฝ่าย​ นาง​รีบ​พยักหน้า​ทันที​ “อาจารย์​เฉิน​ทำ​อะไร​รู้​หนัก​เบา​ มอง​ดูเหมือน​ควบม้า​ทะยาน​ไร้จุดหมาย​ แต่​อันที่จริง​หาก​ตั้งใจ​สักนิด​ก็​จะสังเกตเห็น​ว่า​มีระเบียบ​ขั้นตอน​ให้​สืบหา​ ทุก​เรื่อง​ล้วน​อยู่​ใน​กฎเกณฑ์​”

เยี่ยนเจี่ยว​หรา​น​ยิ้ม​บาง​ๆ ไม่เอ่ย​อะไร​

หัน​โจ้วจิ่น​กลั้นหายใจ​นั่ง​ตัวตรง​อยู่​ด้าน​ข้าง​

เยี่ยนเจี่ยว​หรา​น​ยิ้ม​กล่าว​ “แม่นาง​หัน​ไม่จำเป็นต้อง​ระมัดระวัง​ตัว​ขนาด​นี้​”

หัน​โจ้วจิ่น​พยักหน้า​

แต่​ความสำรวม​ระมัดระวัง​ตน​ของ​นาง​กลับ​ไม่ได้​ลดน้อยลง​เลย​สักนิด​

เยี่ยนเจี่ยว​หรา​น​

รับผิดชอบ​โยกย้าย​ผู้ฝึก​ตน​ติดตาม​กองทัพ​ม้าเหล็ก​ต้า​หลี​ทุกคน​ ทั้ง​บันทึก​คุณ​ความชอบ​ ทั้ง​รับหน้าที่​ให้รางวัล​และ​ลงโทษ​ เป็นเหตุให้​ใน​เรื่อง​ของ​ผู้ฝึก​ตน​ติดตาม​กองทัพ​ สามกรม​อย่าง​กลาโหม​ อาญา​และ​พิธีการ​ของ​ต้า​หลี​ก็​ยัง​ไม่แน่​เสมอไป​ว่า​จะยื่นมือ​เข้า​แทรก​ได้​อย่าง​แท้จริง​

เยี่ยนเจี่ยว​หรา​น​ก็​เหมือน​เงาเงาหนึ่ง​ของ​ราชวงศ์​ต้า​หลี​ ดำรงอยู่​แค่​ใน​ม่าน​ราตรี​เท่านั้น​

ได้รับ​การ​ยอมรับ​จาก​ผู้คน​ว่า​เป็นหนึ่ง​ใน​คนสนิท​ที่สุด​ของ​ราชครู​ชุย​ฉาน​

คำกล่าว​ที่​คลุมเครือ​นี้​ หัน​โจ้วจิ่น​ย่อม​ไม่อาจ​พิสูจน์​ได้​ว่า​จริง​หรือ​เท็จ​

แต่​หัน​โจ้วจิ่น​มั่นใจ​ใน​ความจริง​เรื่อง​หนึ่ง​อย่าง​มาก​ ใน​อดีต​เยี่ยนเจี่ยว​หรา​น​เคย​ต่อสู้​กับ​ซ่งจ่างจิ้งมาก่อน​!

นอกจากนี้​แล้ว​หัน​โจ้วจิ่น​ยัง​รู้​ความลับ​อีก​เรื่อง​หนึ่ง​ เยี่ยนเจี่ยว​หรา​น​กับ​ฉีเจิน​เทียน​จวิน​แห่ง​สำนัก​โองการ​เทพ​คือ​สหาย​ต่างวัย​ที่​อายุ​ห่าง​กัน​มาก​ และ​ยิ่ง​เป็น​เพื่อนสนิท​ที่​รู้ใจ​กัน​

ดังนั้น​สกุล​เยี่ยน​ถึงได้​ชิงดึง​ตัวนาง​มาจาก​มือ​ของ​หน่วย​จาน​กาน​ต้า​หลี​ พา​ออกจาก​พื้นที่​มงคล​ชิงถาน​กลับ​ไป​ที่​ตระ​กุล​สกุล​เยี่ยน​ก่อน​

“สหาย​คน​นั้น​ที่​เฉิน​ผิง​อัน​พูดถึง​ หาก​เดา​ไม่ผิด​ก็​น่าจะเป็น​หลิว​จิ่งหลง​แห่ง​สำนัก​กระบี่​ไท่ฮุย​ ส่วน​เรื่อง​ที่​เขา​ให้​เจ้าไปหา​เฟิงอี๋​ที่​ศาล​เทพ​อัคคี​ เจ้าก็​จงถามเรื่อง​ของ​ใจกลาง​ค่าย​กล​ไป​อย่าง​เปิดเผย​ จงทะนุถนอม​วาสนา​เซียน​บน​ภูเขา​สอง​ส่วน​นี้​ให้​ดี​”

เยี่ยนเจี่ยว​หรา​น​ลุกขึ้น​ยืน​ “ไป​ ถึงเวลา​กินข้าว​พอดี​ ข้า​จะเลี้ยง​บะหมี่​เจแม่นาง​หัน​สัก​ถ้วย​”

เยี่ยนเจี่ยว​หรา​น​ลุกขึ้น​พา​หัน​โจ้วจิ่น​เดิน​ออกจาก​กุ​ฎิ มาที่​ห้อง​ติดกัน​ ด้านใน​มีแค่​โต๊ะ​หนึ่ง​ตัว​กับ​ม้านั่งยาว​สี่ตัว​เท่านั้น​

เพราะ​เป็น​ผู้​แสวงบุญ​รายใหญ่​ของ​ที่นี่​ เยี่ยนเจี่ยว​หรา​น​จึงไม่ต้อง​ไป​ที่​โรงทาน​ แต่​บอก​ให้​ผู้ติดตาม​คน​หนึ่ง​ที่​เผย​กาย​ออกมา​ไป​ขอ​บะหมี่​เจสอง​ชามมาจาก​ภิกษุ​ของวัด​

เยี่ยนเจี่ยว​หรา​น​ไม่ได้​นั่ง​ตรง​ตำแหน่ง​ประธาน​ที่​หันหน้า​เข้าหา​ประตู​ หันไป​ทาง​หัน​โจ้วจิ่น​ ยื่นมือ​กด​ลง​บน​ความว่างเปล่า​ ยิ้ม​เอ่ย​ “การ​ที่​ชอบ​มาที่นี่​ ครึ่งหนึ่ง​เพราะ​อยาก​ อีก​ครึ่งหนึ่ง​เพราะ​ฌาน​” (คำ​ว่า​อยาก​หมายถึง​อยาก​กิน​ ออกเสียง​ว่า​ฉาน​เหมือนกับ​ว่า​ฌาน​)

เพียง​ไม่นาน​ก็​มีเณร​ร้อย​คน​หนึ่ง​ที่​ฝีเท้า​หนักแน่น​ยก​บะหมี่​เจมาสอง​ชาม

หัน​โจ้วจิ่น​ก้มหน้า​มอง​บะหมี่​ชามที่​วาง​อยู่​ตรงหน้า​ตัวเอง​ ทั้ง​สีสัน​และ​กลิ่น​ล้วน​ครบถ้วน​

เห็ด​หอม​ หน่อไม้​อ่อน​ ต้น​หอม​ เต้าหู้​ทอด​ หัวไชเท้า​ดอง​ แล้ว​ยังมี​ผัก​ดอง​รสจัด​ที่​เรียกชื่อ​ไม่ถูก​อีก​สอง​สามชนิด​

บวก​กับ​ส่วน​ที่​โรยหน้า​ ทำเอา​หัน​โจ้วจิ่น​ที่​เป็น​ผู้ฝึก​ตน​ซึ่งจิตใจ​สงบนิ่ง​ไร้​ความอยาก​ถึงกับ​รู้สึก​อยาก​อาหาร​ขึ้น​มา

ต่าง​คน​ต่าง​กิน​ของ​ตัวเอง​กัน​ไป​

เยี่ยนเจี่ยว​หรา​น​ม้วน​บะหมี่​ขึ้น​มาหนึ่ง​คำ​ เคี้ยว​ช้าๆ แล้ว​กลืน​ คีบ​ผัก​ชิ้น​หนึ่ง​ใส่ปาก​ อยู่ดีๆ​ ก็​เอ่ย​ว่า​ “อันที่จริง​ตอนที่​ข้า​ยัง​หนุ่ม​ เคย​แอบ​ไป​เยือน​ภูเขา​ห้อย​หัว​”

หัน​โจ้วจิ่น​เตรียม​จะหยุด​ขยับ​ตะเกียบ​ เยี่ยนเจี่ยว​หรา​นก​ลับ​ยิ้ม​เอ่ย​เสีย​ก่อน​ “บอก​เจ้าว่า​ไม่ต้อง​ระมัดระวัง​ตัว​ ไม่ใช่เพราะ​ข้า​รู้สึก​ว่า​เจ้าเป็น​แบบนี้​แล้ว​มีอะไร​ไม่ถูก​ แต่​เพราะ​ข้า​คน​นี้​ไม่ชอบ​เรื่อง​ยุ่งยาก​มาก​ที่สุด​ รังเกียจ​ความยุ่งยาก​เป็น​ที่สุด​ เลย​ต้อง​พูดจา​ซ้ำซาก​เตือน​เจ้าบ่อยๆ​ เจ้ารำคาญ​หรือไม่​ก็​ไม่สำเร็จ​ แต่​เจ้าทำให้​ข้า​รำคาญ​แล้ว​จริงๆ​”

หัน​โจ้วจิ่น​ไม่เอ่ย​อะไร​ เพียงแค่​ม้วน​บะหมี่​คำ​ใหญ่​ขึ้น​มาก้มหน้า​กิน​ต่อ​

“ค่อนข้าง​น่าอนาถ​ นั่ง​โดยสาร​เต่า​ทะเล​ภูเขา​ของ​นคร​มังกร​เฒ่าไป​ที่​ภูเขา​ห้อย​หัว​ นั่น​เป็นครั้งแรก​ที่​ข้า​ข้าม​ทวีป​เดินทางไกล​ แล้วก็​เป็น​เพียง​ครั้ง​เดียว​ใน​ชีวิต​ ระหว่าง​ที่​เดินทาง​ข้า​ต้อง​คอย​ศึกษา​ภาษากลาง​ของ​ทวีป​แดน​เทพ​แผ่นดิน​กลาง​ ไม่อย่างนั้น​พอ​ไป​ถึงภูเขา​ห้อย​หัว​จะต้อง​ถูก​คน​มอง​เป็น​พวก​บ้านนอก​ คิด​จะควัก​เงิน​ออกจาก​กระเป๋า​ยัง​ยาก​ เวลา​นั้น​แจกัน​สมบัติ​ทวีป​ของ​พวกเรา​ไม่เป็นที่ยอมรับ​อย่าง​มาก​ และ​ต้า​หลี​ของ​พวกเรา​ก็​ยิ่ง​ถูก​มอง​เป็น​คน​เถื่อน​แดน​เหนือ​ ความรู้สึก​ย่ำแย่​เช่นนั้น​ไม่น้อย​ไม่ใหญ่​ แต่​มีอยู่​ทุกหนทุกแห่ง​ ทำให้​คน​ที่​ถูก​ราชครู​พูดว่า​เป็นโรค​ย้ำคิดย้ำทำ​อย่าง​ข้า​อึดอัด​ถึงเพียงใด​ แค่​คิด​ก็​พอ​จะรู้​ได้​”

“แม่นาง​หัน​เจ้ายัง​อายุ​น้อย​ ดังนั้น​อาจจะ​ไม่เข้าใจ​คำกล่าว​นี้​ แน่นอน​ว่า​วันหน้า​ก็​ยิ่ง​มิอาจ​เข้าใจ​ได้​แล้ว​ นี่​เป็นเรื่อง​ที่​โชคดี​อย่าง​มาก​”

“เจ้าลอง​เดา​ดู​สิว่า​รอ​ข้า​ข้าม​ผ่าน​ภูเขา​ห้อย​หัว​ไป​แล้ว​ ไป​ถึงกำแพงเมือง​ปราณ​กระบี่​ ความเสียดาย​ที่​ใหญ่หลวง​ที่สุด​คือ​อะไร​?”

หัน​โจ้วจิ่น​ได้​แต่​ส่ายหน้า​

นาง​จะเดา​ออก​ได้​อย่างไร​

เยี่ยนเจี่ยว​หรา​น​หัวเราะ​

น่าเสียดาย​ที่​ไม่ใช่อิ่น​กวาน​หนุ่ม​ผู้​นั้น​

“ก็​คือ​เรื่อง​ที่​กำแพงเมือง​ปราณ​กระบี่​ซึ่งมีผู้ฝึก​กระบี่​มากมาย​ดุจ​ก้อน​เมฆแห่ง​นั้น​ กลับ​มีเซียน​กระบี่​แซ่เยี่ยน​แค่​คนเดียว​เท่านั้น​”

“เขา​ชื่อ​เยี่ยน​หมิง​”

“แล้ว​ยัง​เป็น​วีรบุรุษ​คน​หนึ่ง​ที่​ทำการค้า​เก่ง​มาก​ด้วย​”

พูด​มาถึงตรงนี้​ เยี่ยนเจี่ยว​หรา​น​ก็​ใช้ตะเกียบ​ม้วน​บะหมี่​ ผงกศีรษะ​อยู่​กับ​ตัวเอง​

เส้น​ชีพจร​มังกร​ที่​แท้จริง​ใน​หนึ่ง​แคว้น​อยู่​ที่ไหน​?

อยู่​ที่​กีบ​เท้า​ม้า อยู่​ที่​เงิน​ขาว​

อะไร​คือ​กองกำลัง​แคว้น​โชติช่วง​ สิ่งที่​เห็นได้ชัด​เจน​ที่สุด​ก็​คือ​เสียง​กีบ​เท้า​บน​สนามรบ​ที่​สนั่น​สะเทือน​แก้วหู​

และ​ยัง​มีเสียง​ดีดลูกคิด​ใน​ห้อง​บัญชี​ ดัง​ประสาน​คลอ​อยู่​กับ​เสียง​ท่อง​ตำรา​ใน​โรงเรียน​อยู่​ไกลๆ​

“ดังนั้น​พอ​ข้า​ไป​ถึงกำแพงเมือง​ปราณ​กระบี่​ เรื่อง​แรก​ที่​ทำ​ก็​คือ​ไป​ที่​หน้า​ประตู​ใหญ่​ตระกูล​เยี่ยน​ บอกกล่าว​ชื่อ​แซ่ของ​ตัวเอง​ บอ​กว่า​ตัว​ข้า​เอง​ก็​แซ่เยี่ยน​ มาจาก​แจกัน​สมบัติ​ทวีป​”

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 883.2 ดอกและผล"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved